ภาพรวม
Age of Empires IV เปิดตัวเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2021 และกวาดคำชมจนกลายเป็นหนึ่งในเกมแนว RTS (Real-Time Strategy) ที่ดีที่สุดแห่งปี โดยคว้ารางวัล Best Sim/Strategy Game จากเวที The Game Awards 2021 และรางวัล Strategy/Simulation Game of the Year จากงาน DICE Awards 2021 ไปครอง ทางฝั่งสื่ออย่าง GamesRadar+ ก็ให้คะแนนเต็ม 5/5 ส่วน CGMagazine ก็จัดให้ 10/10 เลยทีเดียว เกมนี้พัฒนาโดย Relic Entertainment ทีมงานมือฉมังผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์ Company of Heroes ซึ่งได้นำเอาความขลังทางประวัติศาสตร์มาเติมเต็มให้กับแฟรนไชส์ที่ห่างหายไปนานตั้งแต่ Age of Empires III ในปี 2005
ตัวเกมครอบคลุมประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 500 ปี ผ่านแคมเปญ 4 ชุดและภารกิจกว่า 35 ภารกิจ ตั้งแต่ยุคมืด (Dark Ages) ไปจนถึงยุคเรอเนซองส์ (Renaissance) ผู้เล่นจะได้บัญชาการอารยธรรมทั้ง 8 ซึ่งแต่ละอารยธรรมมีระบบการเล่น (Mechanics), รายชื่อยูนิต (Unit rosters) และสไตล์สถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่เปลี่ยนแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น การเล่นเป็น English นั้นให้ความรู้สึกต่างจาก Mongols อย่างสิ้นเชิง หรือแม้แต่ Delhi Sultanate ก็มีสไตล์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ นี่แหละคือจุดเด่นของงานออกแบบแนว Asymmetric ที่ทำให้ทั้งสาย Competitive และสาย Casual สนุกไปกับเกมได้ไม่รู้เบื่อ

ระบบเกมและกลไกการเล่น
Core loop หรือหัวใจหลักของ Age of Empires IV จะทำให้แฟนซีรีส์นี้รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเก็บทรัพยากร, การสร้างสิ่งก่อสร้าง, การอัปเกรดข้ามยุค (Advance through ages) และการจัดกองทัพ สิ่งที่ Relic เพิ่มเข้ามาคือความลึกเฉพาะตัวของแต่ละอารยธรรมที่คุ้มค่าแก่การศึกษาและฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ

กลไกสำคัญประกอบด้วย:
- การเลื่อนยุคพร้อมโบนัสเฉพาะตัวของแต่ละอารยธรรม
- การรบทั้งทางบกและทางเรือบนสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย
- การบริหารจัดการทรัพยากร ทั้งอาหาร, ไม้, ทองคำ และหิน
- สิ่งก่อสร้าง Landmark ที่กำหนดตัวตนเชิงกลยุทธ์
- สงครามปิดล้อม (Siege warfare) ด้วยอุปกรณ์ที่อ้างอิงจากประวัติศาสตร์จริง
ตัวอย่างเช่น Delhi Sultanate สามารถวิจัยเทคโนโลยีได้ฟรีแต่ต้องใช้เวลานานกว่ามาก ทำให้ต้องวางแผนจังหวะการเล่น (Pacing) ใหม่ทั้งหมด ส่วน Mongols สามารถเก็บฐานทัพแล้วย้ายที่ตั้งได้ ทำให้การวางตำแหน่ง (Positional play) เป็นกลยุทธ์ที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ลูกเล่นขำๆ
แคมเปญประวัติศาสตร์: คุณจะได้สัมผัสกับอะไรบ้าง?
แคมเปญทั้ง 4 จะพาคุณไปพบกับการพิชิตอังกฤษของชาว Norman, การขยายอำนาจของจักรวรรดิมองโกลทั่วเอเชีย, สงครามร้อยปี (Hundred Years' War) ผ่านมุมมองของ Joan of Arc และการผงาดขึ้นของ Moscow Principality แต่ละแคมเปญมีการใช้ฟุตเทจสารคดีจริงและการบรรยายเพื่อปูพื้นหลังภารกิจ ทำให้เกมมีความเป็นสื่อการสอนที่สนุกโดยไม่ทิ้งความเข้มข้นของกลยุทธ์

โดยเฉพาะแคมเปญของ Joan of Arc ที่โดดเด่นมากในเรื่องความหลากหลายของภารกิจ มีทั้งการรบในพื้นที่เปิดและการล้อมเมืองในหลายสมรภูมิ ส่วนแคมเปญของ Mongols ก็เน้นไปที่ความคล่องตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของเผ่า สอนให้ผู้เล่นรู้จักใช้กลไกการย้ายฐานทัพให้คล่องก่อนจะปล่อยให้ลุยในภารกิจหลังๆ ที่ยากขึ้น
โหมดมัลติเพลเยอร์และความลึกของเนื้อหา
โหมดออนไลน์รองรับผู้เล่นสูงสุด 8 คน ทั้งในรูปแบบ PVP และ PVE สำหรับ Anniversary Edition ที่วางจำหน่ายบน PlayStation 5 ในราคา $25.99 (ลดจาก $39.99) ช่วยให้ชาวคอนโซลได้สัมผัสเกมนี้พร้อมระบบ Cross-platform เต็มรูปแบบ ทำให้ฐานผู้เล่นมัลติเพลเยอร์ขยายตัวขึ้นมาก นอกจากนี้ตัวเกมยังรองรับ Mod tools ผ่าน Steam Workshop เปิดโอกาสให้คอมมูนิตี้สร้างฉาก, แผนที่ และกฎการเล่นขึ้นมาเองได้
การอัปเดตตามฤดูกาล (Season updates) ยังคงมีเนื้อหาใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนถึงเดือนพฤษภาคม 2026 เกมได้ดำเนินมาถึง Season 13 แล้ว พร้อมกับการปล่อยเนื้อหา Yue Fei's Legacy และ Minor Patch 16.1.10056 การอัปเดตที่สม่ำเสมอช่วยให้ Meta ของการแข่งขันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และเป็นเหตุผลให้ผู้เล่นเก่าๆ กลับมาเช็คอินกันอยู่เสมอ

อิทธิพลและความยั่งยืน
Age of Empires IV ยังเปิดให้เล่นผ่าน Xbox Game Pass for PC ทำให้เป็นหนึ่งในเกม RTS ระดับพรีเมียมที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด ระบบ Tutorial ถูกออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม คอยสอนผู้เล่นใหม่ตั้งแต่การจัดการทรัพยากรไปจนถึงการควบคุมยูนิตโดยไม่รู้สึกน่าเบื่อ ในขณะที่โหมด Ranked มัลติเพลเยอร์ก็มีระบบ Ladder ให้เหล่าเซียนเกมได้ไต่แรงก์กัน การผสมผสานระหว่างบทเรียนประวัติศาสตร์ในโหมด Single-player, การแข่งขันที่ดุเดือด และการสนับสนุนหลังการขายที่สม่ำเสมอ ทำให้เกมนี้เป็นหนึ่งในเกมวางแผนที่สมบูรณ์แบบที่สุดบน PC, Xbox และล่าสุดบน PlayStation










