แฟนๆ แนวสยองขวัญแบบรวมเรื่องสั้น (Horror anthology) คงจะตื่นเต้นที่ได้ทราบว่าเกมที่ดัดแปลงมาจากรายการทีวีชื่อดังอย่าง Creepshow ได้วางจำหน่ายแล้ว โดยเกม Creepshow มาพร้อมกับเรื่องราวสยองขวัญขนาดสั้น 3 เรื่องให้แฟนซีรีส์ได้สัมผัสประสบการณ์ผ่านสื่ออินเทอร์แอคทีฟเป็นครั้งแรก นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้หากสนใจเกมนี้
ภาพรวมของ Creepshow
Creepshow พัฒนาโดย PHL Collective สตูดิโอที่เน้นทำเกมจากภาพยนตร์และรายการทีวี โดยมี DreadXP ผู้พัฒนาและผู้จัดจำหน่ายเกมสยองขวัญที่ขึ้นชื่อจากผลงานอินดี้ฮิตอย่าง Amanda the Adventurer และ My Friendly Neighborhood เป็นผู้จัดจำหน่าย ตัวเกมได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ Creepshow ของ Shudder และนำเสนอเรื่องราวสยองขวัญ 3 รูปแบบ ผู้เล่นจะได้ดำเนินเรื่องผ่านการทำภารกิจง่ายๆ สำรวจฉาก และไขปริศนา (Puzzle) หากช่างสังเกต คุณจะพบของสะสมลับและรายละเอียดต่างๆ ที่ช่วยขยายเนื้อเรื่องบนหน้าจอให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เรื่องราวภายในเกม
เนื้อเรื่องหลัก

รีวิวความรู้สึกแรกกับ Creepshow Game
Creepshow เล่าเรื่องผ่านเนื้อเรื่องหลักที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน โดยมีเรื่องสั้นแนวแอนโธโลยี (Anthology) สองเรื่องแทรกอยู่ภายใน ในเนื้อเรื่องหลักนี้ กลุ่มวัยรุ่นอย่าง Jack, Liz, Melody และ Danny ได้บุกเข้าไปในห้างสรรพสินค้าที่ถูกไฟไหม้และถูกทิ้งร้าง ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Danny ที่กำลังตามหาเบาะแสเกี่ยวกับพ่อของเขาที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้ ตัวละครแต่ละตัวเป็นตัวแทนของทรอป (Trope) คลาสสิกในหนังผี โดย Danny เป็นเด็กเนิร์ดขี้ขลาด, Jack เป็นนักกีฬา, Liz เป็นแฟนสาวที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์ และ Melody เป็นสาวโกธิค (Goth) ที่เปรียบเสมือนเสียงแห่งเหตุผลของกลุ่ม
หลังจาก Jack และ Danny ทะเลาะกัน Danny ก็ตกลงไปในหลุมและตื่นขึ้นมาเพียงลำพังในร้านขายคอมิกเก่าๆ ระหว่างหาทางออก เขาพบกับเครื่องทำนายดวงชะตาที่มีตัวละครชื่อ The Reader สิงอยู่ The Reader ตกลงจะช่วย Danny ค้นหาความจริงเกี่ยวกับพ่อของเขา โดยมีข้อแลกเปลี่ยนว่า Danny ต้องตามหาและอ่านเรื่องราวต่างๆ ให้เขาฟัง เรื่องราวที่ Danny พบกระจัดกระจายอยู่ในร้านคือเรื่องสั้นแอนโธโลยีทั้งสองเรื่องของเกม ซึ่งบรรยายโดย Creepshow Creep
Metamorphic Love

รีวิวความรู้สึกแรกกับ Creepshow Game
เรื่องสั้นเรื่องแรกติดตามชีวิตของ Andrew Murray ผู้ดูแลภรรยาที่ป่วยหนักอย่าง Laura และแมลงเลี้ยงที่พวกเขาเก็บไว้ในอพาร์ตเมนต์ Laura กำลังจะตายจากอาการป่วย และ Andrew ต้องดิ้นรนดูแลเธอเพียงลำพังในขณะที่ทำงานเป็นพนักงานร้านฟาสต์ฟู้ด ผู้จัดการของเขาเข้าใจสถานการณ์ดีแต่ก็ยังคงตำหนิเรื่องผลงานที่ย่ำแย่และพฤติกรรมแปลกๆ ในที่ทำงาน
คืนหนึ่ง Laura ขอร้องให้ Andrew ปล่อยเธอไป เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป Andrew ปฏิเสธที่จะยอมรับความจริง และเมื่อเธอเสียชีวิต เขากลับไม่มีท่าทีรับรู้เลยว่าเธอจากไปแล้ว เขาเริ่มมีอาการประสาทหลอน เห็นภาพหลอนในที่ทำงานและได้ยินเสียงของ Laura ในที่ที่ไม่ควรจะได้ยิน จนกระทั่งอาการหลงผิดของเขากลายเป็นเรื่องเลวร้ายเมื่อ Laura ฟื้นขึ้นมา
Toll Keeper

รีวิวความรู้สึกแรกกับ Creepshow Game
Father Torosian เป็นบาทหลวงฉ้อฉลที่ขโมยเงินบริจาคสำหรับคนยากจนและโกหกบิชอปเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อเป็นการลงโทษ เขาถูกส่งไปยัง St. Cuthbert's โบสถ์ที่ต้องการการบูรณะอย่างเร่งด่วน โดยได้รับมอบหมายให้ฟื้นฟูโบสถ์และดึงดูดผู้ศรัทธากลับมา เขาได้พบกับคนดูแลโบสถ์ที่เป็นสุนัขชื่อ Hamish และ Mrs. Penhallow ซึ่งบรรพบุรุษของเธอเป็นผู้ก่อตั้งโบสถ์แห่งนี้ เมื่อ Father Torosian เริ่มงาน ดูเหมือนว่าเขาอาจจะกลับตัวกลับใจได้
จากนั้นเขาก็เริ่มได้ยินเสียงลึกลับที่มืดดำ เสียงที่สัญญาว่าจะให้รางวัลอันยิ่งใหญ่แลกกับการสั่นระฆังบนหอคอยของโบสถ์ แม้จะได้รับคำเตือนจากชาวบ้านแถวนั้นว่าระฆังนั้นชั่วร้าย แต่ Father Torosian ก็ยังทำตาม โดยหวังว่านั่นคือพระเจ้าที่ประทานรางวัลให้แก่ความศรัทธาของเขา เขาได้เห็นปาฏิหาริย์มากมาย แต่ในไม่ช้าเขาก็ได้เรียนรู้ว่าการเลือกทางลัดนี้มีราคาที่ต้องจ่ายอย่างสาสม
ความรู้สึกแรกต่อเนื้อเรื่อง

รีวิวความรู้สึกแรกกับ Creepshow Game
Creepshow เป็นเกมแนวแอนโธโลยีที่สามารถเล่นจบได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง เนื้อเรื่องค่อนข้างตื้นเขินในแง่ของธีมและความสยองขวัญ ทั้ง Metamorphic Love และ Toll Keeper คาดเดาได้ง่ายเมื่อเริ่มดำเนินเรื่อง และเมื่อเฉลยจุดหักมุม (Gimmick) หลักแล้ว ก็ไม่มีอะไรให้ติดตามต่อมากนัก เนื้อเรื่องของ Danny ดูจะลงรายละเอียดมากกว่า แต่ก็น่าเสียดายที่ถูกขัดจังหวะด้วยการแบ่งเป็นส่วนสั้นๆ ระหว่างสองเรื่องนั้น แม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้แย่จนเกินไป แต่ก็พึ่งพาความตกใจจากการเฉลยปมเป็นหลัก ความสำเร็จของเกมจึงขึ้นอยู่กับว่าความสยองขวัญนั้นจะดึงดูดให้ผู้เล่นอินไปจนจบได้หรือไม่

รีวิวความรู้สึกแรกกับ Creepshow Game
ตัวละครในทุกเรื่องค่อนข้างแบนราบ แม้จะมีโอกาสที่จะทำให้ตัวละครมีมิติมากขึ้นเพื่อเล่าเรื่องที่เข้มข้นกว่านี้ แต่บทสนทนาที่ซ้ำซากและเรียบง่ายกลับไม่ได้ช่วยให้ตัวละครดูแตกต่างกันอย่างมีความหมาย การโต้ตอบกับสิ่งของในฉากบางครั้งจะเผยรายละเอียดที่น่าสนใจ เช่น ปัญหาเรื่องความผูกพันของ Andrew ใน Metamorphic Love แต่ส่วนใหญ่แล้วตัวละครมีไว้เพื่อผลักดันเนื้อเรื่องไปสู่ฉากสยองขวัญถัดไปเท่านั้น บุคลิกที่จืดชืดเหล่านี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยแอนิเมชันที่ดูแข็งและสีหน้าตัวละครที่ตายตัว ซึ่งทำให้ความตึงเครียดในฉากสำคัญลดน้อยลง
หนึ่งในแง่มุมที่สำคัญที่สุดของการเล่าเรื่องผ่านวิดีโอเกมคือการใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์แอคทีฟ ซึ่ง Creepshow ทำได้ดี ใน Metamorphic Love ผู้เล่นสามารถสำรวจฉากเพื่อหาเบาะแสที่เชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องหลักหรือตัวละครเฉพาะได้ ใน Toll Keeper ตัวละคร Father Torosian จะพบโน้ตต่างๆ รอบโบสถ์ที่เกี่ยวกับปริศนาลับ ซึ่งเป็นโน้ตที่บอกเล่าประสบการณ์ของผู้คนที่เคยทำงานที่นั่นในอดีต ผ่านโน้ตเหล่านี้ ผู้เล่นจะได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโลกของเกมผ่านการสำรวจด้วยตัวเอง ทำให้การค้นพบเหล่านี้คุ้มค่ากว่าการถูกบอกเล่าหรือแสดงให้เห็นตรงๆ
ความรู้สึกแรกต่อเกมเพลย์
Creepshow มีเกมเพลย์ที่เรียบง่ายมาก ซึ่งสมเหตุสมผลสำหรับกลุ่มเป้าหมายของเกม เนื่องจากต้องการให้แฟนซีรีส์ที่ไม่ค่อยได้เล่นเกมได้สนุกไปกับมัน เนื้อหาหลักจึงเป็นการดูคัตซีน (Cutscene) และเดินสำรวจฉากง่ายๆ แม้บางคนอาจมองว่าเป็นข้อเสีย แต่แฟน Creepshow ที่ไม่ค่อยเล่นเกมก็น่าจะสนุกและมีปฏิสัมพันธ์กับเกมได้โดยไม่มีปัญหามากนัก

รีวิวความรู้สึกแรกกับ Creepshow Game
ปริศนา
อีกหนึ่งแง่มุมสำคัญของเกมเพลย์คือปริศนา แม้จะไม่ยากเกินไป แต่ก็ช่วยคั่นจังหวะและทำให้ผู้เล่นมีส่วนร่วม ตัวอย่างเช่น เมื่อ Father Torosian กำลังทำความสะอาดโบสถ์ เขาต้องซ่อมกำแพงโดยการจัดวางหินให้เป็นรูปแบบที่ลงตัว ปริศนาเรียบง่ายเหล่านี้ถือเป็นจุดแข็งที่แท้จริงของ Creepshow ซึ่งช่วยเปลี่ยนบรรยากาศจากเนื้อเรื่องให้ผู้เล่นได้สนุกไปอีกแบบ
Creep Pieces

รีวิวความรู้สึกแรกกับ Creepshow Game
Creepshow ยังมีความลับที่ซ่อนอยู่ซึ่งช่วยยกระดับเกมเพลย์ผ่าน Creep Pieces โดยจะมีซ่อนอยู่ในแต่ละเรื่องทั้ง 3 เรื่อง ซึ่งสามารถหาได้จากการสำรวจหรือไขปริศนาลับ ทุกๆ Creep Piece ที่พบจะปลดล็อกโหมดภาพ (Visual mode) ของตัวเอง:
Creep Pieces ไม่เพียงแต่สนุกในการตามหาเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ความโหยหาอดีต (Nostalgia) ที่แฟนสื่อสยองขวัญยุคเก่าจะชื่นชอบ และถือเป็นการให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่ช่างสังเกตได้เป็นอย่างดี
ปัญหาของเกมเพลย์
อย่างไรก็ตาม เกมเพลย์ก็มีปัญหาที่เห็นได้ชัดอยู่บ้าง
Creepshow ยังใช้มุมกล้องที่ชวนให้นึกถึงภาพยนตร์สยองขวัญและเกมสยองขวัญยุคเก่า แม้บางครั้งจะช่วยเสริมบรรยากาศความคลาสสิก แต่ในบางจังหวะมุมกล้องเหล่านี้กลับเป็นอุปสรรคต่อการเล่นมากกว่าช่วย บางครั้งยากที่จะมองเห็นตัวละครที่ผู้เล่นควบคุมอยู่ และการสลับมุมกล้องฉับพลันระหว่างห้องอาจทำให้ผู้เล่นสับสนทิศทางในการเดินได้
สรุปภาพรวม
Creepshow อาจไม่ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่วิดีโอเกมมอบให้แฟนสยองขวัญได้อย่างเต็มที่ แต่มันก็ยังเป็นประสบการณ์ที่สนุกและแฟนๆ แนวแอนโธโลยีสยองขวัญน่าจะเพลิดเพลินไปกับมันได้ เกมนี้เน้นเจาะกลุ่มแฟน Creepshow เดิม ซึ่งทำได้ดีกว่าการดึงดูดแฟนใหม่ให้มาเริ่มรู้จักซีรีส์นี้ เนื้อเรื่องเรียบง่ายแต่ก็ทำหน้าที่เป็นความสยองขวัญระดับเริ่มต้นที่สนุกได้ จุดแข็งอยู่ที่เรื่องสั้นแอนโธโลยีแต่ละเรื่อง โดย Metamorphic Love เป็นเรื่องที่ทำออกมาได้ดีที่สุด Creep Pieces เพิ่มความท้าทายที่สนุกและให้รางวัลแก่ผู้เล่นด้วยการยกระดับประสบการณ์การเล่นในแบบที่น่าประทับใจ แม้ Creepshow จะพัฒนาได้มากกว่านี้ แต่มันก็ยังเป็นเกมที่สนุกและแฟนซีรีส์ควรลองเล่นดูสักครั้ง
Creepshow วางจำหน่ายแล้ววันนี้บน Steam
![DreadXP's Take on Horror Anthology 'Creepshow' Launches Today [Trailer] - Bloody Disgusting](/cdn-cgi/image/width=1920,quality=75,format=auto,fit=scale-down,metadata=none,onerror=redirect/https://assets.games.gg/creepshow_game_first_impressions_horror_anthology_comes_to_life_hero_5ffdde0c82.webp)

