การตัดสินใจครั้งแรกใน Forza Horizon 6 เป็นเรื่องที่ชิลที่สุดในบรรดา เกมแข่งรถ (racing game) ยุคนี้เลยก็ว่าได้: Mei จะยื่นกุญแจรถหนึ่งในสามคันให้คุณ แล้วคุณก็แค่ขับมันไปที่งานเทศกาล จบแค่นั้นครับ ไม่มีผลกระทบถาวร ไม่มีการล็อกคอนเทนต์ใดๆ แต่ถึงอย่างนั้น การรู้ว่ารถแต่ละคันมีจุดเด่นอย่างไร จะช่วยให้คุณไม่ต้องมานั่งลังเลและมีเวลาไปโฟกัสกับการซิ่งจริงๆ มากขึ้น
การเลือกรถเริ่มต้นสำคัญจริงไหม?
ไม่สำคัญอย่างที่คุณคิดครับ รถเริ่มต้นทั้ง 3 คันจะเข้ามาอยู่ในโรงรถ (garage) ของคุณทั้งหมดไม่ว่าคุณจะเลือกคันไหนก่อนก็ตาม การเลือกในตอนแรกเป็นเพียงการกำหนดว่าคุณจะขับคันไหนในช่วงเปิดตัวเข้าสู่งานเทศกาลเท่านั้น เมื่อไปถึงแล้ว คุณสามารถสลับเปลี่ยนรถทั้ง 3 คันนี้ได้ตลอดเวลา
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ควรรู้ไว้ครับ: รถเริ่มต้นเหล่านี้ไม่เหมือนกับเวอร์ชันที่คุณซื้อได้จากดีลเลอร์ในเกม (in-game dealership) เพราะ Mei ได้ทำการปรับแต่ง (tuned) รถแต่ละคันมาให้เหมาะกับประเภทการแข่งของมันแล้ว ทำให้มันมีสมรรถนะดีกว่ารถเดิมๆ (stock) ทั่วไป เก็บมันไว้ให้ดีนะครับ
อย่าขายรถเริ่มต้นของคุณเด็ดขาด เพราะมันถูกปรับแต่งมาล่วงหน้าโดย Mei และมีสมรรถนะเหนือกว่าเวอร์ชันมาตรฐานที่มีขายในแคตตาล็อกรถ

การเลือกรถในช่วงเริ่มต้น
เปรียบเทียบสเตตัสรถเริ่มต้นทั้ง 3 คัน
รถทั้ง 3 คันอยู่ในระดับ C Class โดยมี Performance Index อยู่ที่ 500 เท่ากัน ดังนั้นจึงไม่มีคันไหนได้เปรียบในแง่ของระดับการแข่งขัน ความแตกต่างจะอยู่ที่ความถนัดเฉพาะทางครับ
ควรเลือกรถคันไหนเป็นคันแรก?
Toyota Celica GT-Four ST205: ดีที่สุดสำหรับการสำรวจและแข่งทางเรียบ
Toyota Celica นำโด่งในเรื่องความเร็ว (5.6) และการควบคุม (4.8) แถมยังมีค่าเบรกที่ 3.4 เท่ากับ Jimmy ด้วยระบบขับเคลื่อน AWD และค่าออฟโรดที่ 6.5 ทำให้มันเป็นรถที่ลุยได้ทุกสภาพพื้นผิว ไม่ใช่แค่ทางดำ (tarmac) เท่านั้น
ถ้าคุณวางแผนจะเน้นแข่งทางเรียบ (road races), แข่งแรลลี่ (rally events) หรือแค่อยากได้รถที่ขับง่ายในทุกสถานการณ์โดยไม่ทำให้หัวร้อน เลือก Celica ไว้ก่อนเลยครับ

Celica ขับได้ทุกสภาพพื้นผิว
Nissan Silvia K's: ดีที่สุดสำหรับการดริฟต์ (Drifting) และแข่งสตรีท
Nissan Silvia K's เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) เพียงคันเดียวในกลุ่ม ซึ่งจุดนี้แหละที่บ่งบอกคาแรกเตอร์ของมัน ค่าเบรก (2.1) ของมันอาจจะดูน้อยที่สุด แต่เชื่อเถอะครับว่า Silvia ถูกออกแบบมาให้ท้ายปัดเพื่อดริฟต์ ไม่ใช่เพื่อเบรกหยุดนิ่ง
สำหรับสนามแข่งสตรีทที่เน้นการรักษาโมเมนตัมและมุมสไลด์มากกว่าการเข้าโค้งแคบๆ Silvia คือตัวเลือกที่ใช่ครับ
ระบบขับเคลื่อน RWD ของ Silvia ทำให้มันดริฟต์ได้ง่าย ส่วนรถอีกสองคันเป็น AWD ซึ่งจะกระจายกำลังได้สมดุลกว่าและลดอาการท้ายปัด (oversteer) ได้ดีกว่า
GMC Jimmy: ดีที่สุดสำหรับออฟโรดและสตันท์
GMC Jimmy ชนะขาดในเรื่องตัวเลขสเตตัสหลายด้าน ทั้งอัตราเร่ง (6.6), การออกตัว (6.3), ค่าออฟโรด (8.7), พละกำลัง (334 hp) และแรงบิด (507 N-m) มันมาพร้อมยางแรลลี่และระบบ AWD ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากเวลาคุณต้องออกไปซิ่งนอกเส้นทาง
การแข่งออฟโรดและการแข่งดิน/แรลลี่เป็นคนละประเภทกันครับ การแข่งออฟโรดจะพาคุณออกนอกเส้นทางที่กำหนดไว้โดยสิ้นเชิง ซึ่งค่าออฟโรด 8.7 ของ Jimmy จะเห็นผลชัดเจนมาก แม้ค่าการควบคุม (3.1) จะต่ำที่สุดในกลุ่ม แต่เวลาที่คุณเหินเนินและต้องการแลนดิ้งให้ลงตัว การควบคุมก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดครับ
Jimmy ยังเป็นรถที่หนักที่สุดที่ 1,456 kg ซึ่งช่วยให้รถเกาะถนนได้ดี แต่ก็ทำให้ความคล่องตัวในโค้งแคบๆ ลดลง
ค่าการควบคุมที่ต่ำ (3.1) ทำให้ Jimmy ไม่เหมาะกับการแข่งทางเรียบหรือสนามเทคนิคที่มีโค้งแคบๆ แนะนำให้ใช้คันนี้สำหรับอีเวนต์ออฟโรดและพื้นที่เปิดโล่งจะดีกว่าครับ
สรุปแล้วคันไหนดีที่สุดถ้ายังตัดสินใจไม่ได้?
จากสเตตัสและการทดสอบจริง Toyota Celica คือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด สำหรับผู้เล่นที่ยังไม่มีประเภทการแข่งที่ชอบในใจครับ มันมีความเร็วสูงสุดที่ดีที่สุด การควบคุมที่ยอดเยี่ยม และทำผลงานได้ดีในทุกประเภทการแข่ง ไม่ได้เก่งด้านใดด้านหนึ่งจนเกินไปจนทำให้ลำบากในด้านอื่น
แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่าอยากใช้เวลาช่วงแรกไปกับการดริฟต์ ก็เลือก Silvia ไปเลยครับ หรือถ้าคุณตั้งใจจะไปลุยออฟโรดเต็มตัว Jimmy คือคำตอบที่ถูกต้อง Celica ชนะไปเพราะมันเป็นรถที่ครอบคลุมที่สุดสำหรับผู้เล่นใหม่ที่ต้องเจอการแข่งหลากหลายรูปแบบก่อนจะเลือกทางที่ตัวเองถนัดครับ
เมื่อคุณเริ่มอยู่ตัวและต้องการขยายคอลเลกชันรถ สามารถดู รายชื่อรถทั้งหมดและวิธีปลดล็อกใน Forza Horizon 6 เพื่อดูว่าคันไหนน่าเก็บต่อ หรือรับ รถรางวัลสำหรับผู้เล่นเก่า (loyalty rewards) ไปใช้ฟรีๆ หากคุณเคยเล่นภาคก่อนๆ มาก่อน และสำหรับข้อมูลอื่นๆ ทั้งหมดในเกม สามารถดูได้ที่ คลังคู่มือ Forza Horizon 6 ของเราได้เลยครับ

