การกลับมาของ Master Chief ใน Halo: Campaign Evolved ได้นำบทสรุปที่เป็นไอคอนิกที่สุดของวงการเกมกลับมาอีกครั้ง แต่ Halo Studios ไม่ได้แค่ก๊อปปี้ฉากจบของ Combat Evolved มาวางเฉยๆ ในภาคนี้มีฉากจบที่เป็นไปได้ 2 แบบ แบบแรกคือสิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่จะได้เห็นในการเล่นรอบแรก และอีกแบบที่ต้องอาศัยการ "ฟาร์ม" (grinding) ผ่านความยากระดับสูงสุดของเกม ซึ่งทั้งสองแบบคุ้มค่าที่จะรู้ไว้ก่อนเริ่มเล่น หรือหลังจากดูเครดิตจบแล้วสงสัยว่าพลาดอะไรไปหรือเปล่า
Halo: Campaign Evolved มีฉากจบกี่แบบ?
มีฉากจบทั้งหมด 2 แบบ แบบแรกคือฉากจบมาตรฐานที่ผู้เล่นส่วนใหญ่จะได้เห็น ซึ่งถอดแบบมาจากบทสรุปของ Combat Evolved ภาคต้นฉบับแทบทุกประการโดยมีการเพิ่มจุดที่น่าสนใจเข้ามา ส่วนแบบที่สองคือฉากจบลับที่ถูกล็อกไว้ ซึ่งต้องเคลียร์เกมทั้งเกมในระดับความยาก Legendary เท่านั้น
แม้ว่าฉากจบทั้งสองแบบจะไม่ได้เปลี่ยนเนื้อเรื่องหลักไปโดยสิ้นเชิง แต่ความแตกต่างระหว่างทั้งสองแบบ รวมถึงความแตกต่างระหว่างเวอร์ชันรีเมคนี้กับต้นฉบับนั้นเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การทำความเข้าใจ

ฉากขับ Warthog หนีในภารกิจ The Maw
เกิดอะไรขึ้นในฉากจบมาตรฐาน?
บทสรุปของเกมจะเกิดขึ้นในภารกิจ Maw หลังจากฉากขับ Warthog หนีผ่านดงศัตรู Covenant และ Flood มาอย่างยาวนาน Master Chief ก็มาถึงยานและจบส่วนที่ผู้เล่นควบคุมได้
จากนั้นจะเป็นคัตซีน (cutscene) ใน Campaign Evolved ทาง Master Chief จะปีนขึ้นไปใน ห้องนักบินแบบเปิด (open cockpit) เพื่อหลบหนี ซึ่งต่างจาก Combat Evolved ที่เขาขึ้นยานแบบปิด ห้องนักบินที่เปิดโล่งนี้มีความสำคัญ เพราะมี Flood Hunter ขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาคว้าตัว Master Chief ระหว่างที่เขากำลังหนี ทำให้เขาต้องสะบัดให้หลุดก่อนจะบินออกไป
เขาและ Cortana หนีออกมาได้ วงแหวน Halo ระเบิด และทั้งคู่ได้พูดคุยกัน Cortana บอกว่านี่คือจุดจบของ Halo แต่ Master Chief ตอบกลับด้วยประโยคที่แฟนๆ จำได้ดีว่า "ไม่หรอก ฉันว่าเราเพิ่งจะเริ่มต้นกันต่างหาก" เขาเริ่มถอดหมวกออกแล้วกล้องก็ตัดไป
จนถึงตอนนี้ ทุกอย่างแทบจะเหมือนกับ Combat Evolved แต่จุดที่เริ่มแตกต่างคือตรงนี้
หลังจากกล้องแพนออกไปในอวกาศ มีวัตถุชิ้นหนึ่งลอยเข้ามาในมุมมอง นั่นคือ 343 Guilty Spark ซึ่งฉากนี้ไม่มีอยู่ในฉากจบของ Combat Evolved ภาคต้นฉบับ มันเป็นปมที่ทิ้งไว้เพื่อเชื่อมโยงไปยัง Halo 2 ฉบับรีเมคที่ทาง Halo Studios ยืนยันแล้วว่ากำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา

ฉากหลังเครดิตที่เผยให้เห็น 343 Guilty Spark
วิธีปลดล็อกฉากจบลับใน Halo: Campaign Evolved
การเคลียร์เกมในระดับความยาก Legendary คือเงื่อนไขเดียวที่ต้องทำ ไม่มีของสะสมที่ต้องหา ไม่มีภารกิจเสริมที่ต้องทำ แค่เคลียร์แคมเปญในระดับความยากสูงสุดก็พอ
รางวัลที่ได้คือคัตซีนโบนัสที่มี Sgt. Johnson ซึ่งมีบทบาทสำคัญในภารกิจย้อนอดีต (prequel) ที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้ ฉากนี้มีการทำลายกำแพงที่สี่ (fourth wall) และเป็นการคารวะต่อตำนานของเกมภาคต้นฉบับ มันตลกมากและยังเป็นการยืนยันว่าซีรีส์รีเมคของ Halo จะไม่หยุดอยู่แค่นี้

เลือกความยากระดับ Legendary เพื่อดูฉากจบลับ
ฉากจบของ Campaign Evolved ต่างจาก Combat Evolved อย่างไร?
นี่คือสรุปเปรียบเทียบสิ่งที่เปลี่ยนไปและสิ่งที่ยังคงเดิม:
ฉากจบมาตรฐานนั้นใกล้เคียงกับต้นฉบับจนให้ความรู้สึกว่าเป็นรีเมคที่ซื่อสัตย์ ในขณะที่การเพิ่ม 343 Guilty Spark เข้ามาช่วยสร้างจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจ ส่วนฉากจบลับของ Sgt. Johnson คือจุดที่เกมแสดงความขี้เล่นกับประวัติศาสตร์ของตัวเองออกมาได้อย่างชัดเจน
การเล่นระดับ Legendary เพื่อดูฉากจบลับนั้นคุ้มค่าไหม?
บอกตามตรงว่าคุ้ม แต่ไม่ใช่แค่เพราะคัตซีนอย่างเดียว การเคลียร์ Campaign Evolved ในระดับ Legendary เป็นเงื่อนไขสำหรับการเก็บถ้วยรางวัลและ Achievement ให้ครบ ดังนั้นถ้าคุณเป็นสายเก็บรายละเอียด (completionist) คุณก็ต้องทำอยู่ดี ฉากของ Sgt. Johnson ถือเป็นโบนัสที่ให้รางวัลความพยายามด้วยสิ่งที่บันเทิงใจจริงๆ แทนที่จะเป็นแค่หน้าจอจบเกมแบบปกติ
ถ้าคุณไม่ใช่สายเก็บรายละเอียด ฉากจบมาตรฐานพร้อมการบอกใบ้ถึง 343 Guilty Spark ก็เพียงพอแล้ว คุณไม่ได้พลาดเนื้อหาสำคัญของเนื้อเรื่องไปแต่อย่างใด แค่พลาดช่วงเวลาสนุกๆ ที่มีการทำลายกำแพงที่สี่ไปเท่านั้น
สำหรับข้อมูลอื่นๆ ที่คุณต้องการก่อนและระหว่างการเล่น สามารถดูได้ที่ คลังรวมไกด์ Halo: Campaign Evolved ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องกะโหลก (skulls), ของสะสม, เคล็ดลับความยาก และอื่นๆ อีกมากมาย


