Support มักถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่เล่นง่ายที่สุดใน League of Legends แต่จริงๆ แล้วหน้าที่ของมันมีมากกว่าแค่การปัก Ward และการฮีล แม้ว่าในช่วงต้นเกมหน้าที่หลักของคุณจะอยู่ที่เลนล่าง (Bottom Lane) คู่กับ ADC แต่ผลกระทบของคุณนั้นมีมากกว่าแค่ช่วงเลนนิ่งเฟส (Laning Phase) การเรียนรู้วิธีคุมวิชั่น (Vision Control) การสร้างความได้เปรียบให้ทั่วทั้งแผนที่ และการใช้สกิลอย่างมีประสิทธิภาพ คือสิ่งที่แยก Support ทั่วไปออกจาก Support มือโปร
ผู้เล่นในตำแหน่งนี้จะเริ่มเกมด้วยไอเทมเฉพาะตัวที่จะช่วยสร้างเงิน (Gold) ในช่วงเลนนิ่งเฟส เมื่อคุณทำ Support Quest สำเร็จ ไอเทมจะอัปเกรดและให้คุณเลือกตัวเลือกได้ 5 แบบ ซึ่งแต่ละแบบถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน
ประเภทของแชมเปี้ยน Support

League of Legends Support Guide: Everything You Need to Know content image
แชมเปี้ยน Support แต่ละตัวมีวิธีการเล่นที่ไม่เหมือนกัน บางตัวมองหาจังหวะเข้าทำ (Engage) เพื่อเปิดไฟต์ ในขณะที่บางตัวเน้นการปกป้องเพื่อนร่วมทีมหรือกดดันศัตรูจากระยะไกล การรู้ว่าแชมเปี้ยนแต่ละประเภททำอะไรได้บ้าง จะช่วยให้คุณเข้าใจจุดแข็งและเลือกตัวที่เข้ากับสไตล์การเล่นของคุณได้ง่ายขึ้น
วิธีการเล่นเหล่านี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก:
หน้าที่หลักของผู้เล่น Support
การคุมเลนล่าง (Bot Lane)
สิ่งสำคัญอันดับแรกในฐานะ Support คือการสร้างคู่หูที่แข็งแกร่งกับ ADC ของคุณ ซึ่งต้องอาศัยการยืนตำแหน่ง (Positioning) ที่ดี, การเทรด (Trading) อย่างชาญฉลาด และการรู้จังหวะการเล่นเมื่อได้เปรียบเรื่องเลเวล
- การยืนตำแหน่ง (Positioning)
ตำแหน่งที่คุณยืนในเลนส่งผลต่อสิ่งที่ศัตรูในเลนล่างสามารถทำได้ โดยทั่วไปควรยืนขนานกับ ADC ของคุณ เพื่อที่ว่าเมื่อพวกเขาขยับขึ้นไปฟาร์มหรือเทรด คุณจะสามารถขยับตามและเล่นเป็นทีมเดียวกันได้ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันคุณจากสกิล AoE (สกิลที่โดนหลายเป้าหมาย) เพราะหลายสกิลไม่สามารถโดนทั้งคู่ได้พร้อมกัน แต่ยังสร้างแรงกดดันโดยบังคับให้ศัตรูต้องระวังการโจมตีจากสองทิศทาง
- การเทรด (Trading)
การเทรดที่ดีเกิดจากการรู้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณได้เปรียบและเมื่อไหร่ที่ควรถอย ก่อนจะหาโอกาสเข้าทำ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าศัตรูในเลนใช้สกิลสำคัญไปแล้ว ADC ของคุณอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมสนับสนุน และคุณมีวิชั่นเพียงพอที่จะรู้ว่า Jungler ฝั่งตรงข้ามจะมาขัดจังหวะคุณหรือไม่
- ความได้เปรียบเรื่องเลเวล
การถึงเลเวล 2 ก่อนศัตรูจะทำให้คุณได้เปรียบอย่างมากในช่วงต้นเกม เพราะคุณจะมีสกิลเพิ่มมาอีกหนึ่งสกิล ในเลนล่าง สิ่งนี้จะเกิดขึ้นหลังจากฆ่ามินเนี่ยนชุดแรกบวกกับมินเนี่ยนตีใกล้ (Melee Minions) 3 ตัวของชุดที่สอง หากคุณกำลังจะเลเวล 2 ก่อน ให้เริ่มขยับขึ้นหน้าก่อนที่มินเนี่ยนตัวสุดท้ายจะตาย เพื่อให้คุณอยู่ในตำแหน่งกดดันศัตรูได้ทันทีที่เลเวลอัป แต่ถ้าศัตรูถึงเลเวล 2 ก่อน ให้ถอยออกมาและเล่นใกล้ป้อมจนกว่าคุณจะตามทัน
การสร้างวิชั่น (Establishing Vision)

League of Legends Support Guide: Everything You Need to Know content image
ในช่วงเลนนิ่งเฟส ให้ วางวิชั่น ตามสิ่งที่คุณกำลังจะทำ เมื่อคุณกำลัง ดันเลน (Pushing) ไปที่ป้อมศัตรู Ward ของคุณควรครอบคลุมพื้นที่อย่างแม่น้ำและทางเข้าป่า (Jungle) เพื่อป้องกันการโดน Gank หากคุณกำลังถูกกดดันอยู่ใต้ป้อม ให้ใช้ Ward รอบทางเข้าป่าฝั่งตัวเองเพื่อดูจังหวะการ Dive ก่อนที่จะเกิดขึ้น
ก่อนที่ Objective จะเกิด ให้เริ่มวางวิชั่นรอบพื้นที่นั้นก่อนที่ทีมของคุณจะต้องเข้าปะทะ นี่ไม่ได้หมายถึงแค่การปัก Ward ในหลุม Objective เท่านั้น แต่คุณยังต้องมีวิชั่นรอบทางเข้าป่าและเส้นทางที่ศัตรูต้องใช้เพื่อมาถึงจุดนั้น เช่น พุ่มไม้ข้าง Drake, พุ่มไม้กล้วย (Banana Brush) และพุ่มไม้สามแยก (Tri-brush) วิชั่นที่ดีจะช่วยให้ทีมของคุณเห็นการเคลื่อนไหวของศัตรูชัดเจนขึ้น ช่วยให้หลีกเลี่ยงกับดักและตัดสินใจได้ดีขึ้นรอบ Objective
การโรมมิ่ง (Roaming)
การโรมมิ่งที่มีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา ตารางด้านล่างนี้ครอบคลุมสิ่งสำคัญที่คุณควรพิจารณาก่อนออกจากเลน
การไฟต์ (Teamfighting)

- ระบุภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุด
โดยปกติแล้วจะเป็นตัว Carry ช่วงท้ายเกมอย่าง ADC ฝั่งตรงข้าม แต่ก็ไม่เสมอไป ใครก็ตามที่มีสกิล Engage ที่รุนแรง, Crowd Control ที่ไว้ใจได้ หรือความสามารถในการบัฟเพื่อนร่วมทีม ก็อาจกลายเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เมื่อคุณรู้ว่าทีมศัตรูพึ่งพาใคร คุณจะสามารถโฟกัสได้ว่าควรจะ Engage ตอนไหน หรือควรจะ Peel (ปกป้อง) ตอนไหน
- เข้าใจบทบาทของคุณ
เมื่อเล่น Engage Support อย่าง Leona หรือ Nautilus ให้มองหาโอกาสเปิดไฟต์และล็อกเป้าหมายสำคัญ สำหรับ Enchanter อย่าง Lulu หรือ Janna ให้โฟกัสที่การรักษาชีวิต Carry ของคุณด้วยโล่และการฮีล หากคุณเล่น Poke Support อย่าง Lux หรือ Vel'Koz ให้พยายามตอดเลือดศัตรูก่อนที่พวกเขาจะเข้าถึงตัวได้
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำ
- การปัก Ward เพื่อเช็คศัตรูเท่านั้น: ควรใช้ Ward เชิงรุกเมื่อพื้นที่นั้นปลอดภัย เพื่อเตรียมรับมือกับการ Gank หรือจังหวะเล่นในอนาคต
- การเดินเช็คพุ่มไม้ด้วยตัวเอง (Face checking): เชื่อสัญชาตญาณตัวเองและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่คุณคิดว่า Jungler หรือศัตรูอาจซุ่มอยู่
- การใช้ Control Wards ไม่ถูกต้อง: เปลี่ยนตำแหน่งการวาง Control Wards ตามสถานการณ์ เช่น การวางรอบ Objective ก่อนเกิดเพื่อทำลายวิชั่นของศัตรู
- ไม่เปลี่ยนมาใช้ Oracle Lens: เปลี่ยนมาใช้ Oracle Lens ทันทีที่ทำ Support Quest ส่วนแรกสำเร็จ เพราะไอเทมที่อัปเกรดแล้วจะให้ Stealth Wards มา ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องใช้ Trinket เดิมอีกต่อไป และสามารถใช้ Oracle Lens เพื่อเคลียร์วิชั่นศัตรูและเตรียมจังหวะเล่นทั่วแผนที่
- โรมมิ่งมากเกินไป: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกการโรมมิ่งมีจุดประสงค์ชัดเจนและนำไปสู่ผลลัพธ์ที่มีค่าสำหรับทีม
- จัดการสกิลไม่ดี: คิดก่อนกดใช้สกิลเสมอ ใช้ในจังหวะที่สร้างผลกระทบได้มากที่สุดและหลีกเลี่ยงการเสีย Cooldown สำคัญโดยไม่จำเป็น
- ออกไอเทมเดิมทุกเกม: ปรับเปลี่ยน Build ของคุณตามความต้องการของทีมและองค์ประกอบของทีมศัตรู
คำถามที่พบบ่อย
ฉันจำเป็นต้องตาม ADC ตลอดเวลาไหม?
ไม่จำเป็น ADC คือโฟกัสหลักของคุณในช่วงเลนนิ่งเฟส แต่ในช่วงท้ายเกม คุณต้องสนับสนุนใครก็ตามที่ทำให้ทีมของคุณมีโอกาสชนะมากที่สุด
ฉันควรทำอย่างไรเมื่อ ADC ของฉันเล่นไม่ออก (Behind)?
อย่าจมปลักอยู่ในเลนที่เสียเปรียบตลอดไป มองหาโอกาสไปช่วยเลนอื่นหรือสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในตำแหน่งที่สามารถแบกเกมได้ดีกว่า
Support แย่ง Kill ได้ไหม?
ในอุดมคติแล้ว ควรให้ Kill กับตัว Carry แต่การปิด Kill ได้นั้นดีกว่าการปล่อยให้ศัตรูหนีไปได้เสมอ
เมื่อไหร่ที่ควรไปช่วย Jungler?
ช่วย Jungler เมื่อคุณสามารถไปถึงทันจังหวะเล่น เช่น การ Gank หรือ Objective แต่ไม่จำเป็นต้องทิ้งเลนไปทุกไฟต์
ควรเลือกแชมเปี้ยนตามองค์ประกอบทีมหรือตามสไตล์การเล่นของตัวเอง?
เริ่มจากแชมเปี้ยนที่คุณชอบก่อน เมื่อคุณเก่งขึ้น ให้เรียนรู้สไตล์ Support แบบอื่นๆ เพื่อให้คุณปรับตัวได้ในทุกเกม


