ระบบ Cradle เข้ามาแก้ปัญหาการอัปเกรดค่าสถานะใน Marathon ได้อย่างอยู่หมัด
ใน Season 1 ของ Marathon การอัปเกรดค่าสถานะจะผูกติดอยู่กับ Faction standing ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณเล่นพลาดจนตายบ่อยๆ (wipes) ความคืบหน้าหลายชั่วโมงอาจสูญเปล่า แต่ใน Season 2 ระบบนี้ถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมด Cradle คือแผนผังการอัปเกรดแบบถาวรที่อยู่ในเมนู Shells ของคุณ โดยค่าสถานะจะคงอยู่แม้จะมีการรีเซ็ตซีซันในระดับโหนด และแต้มทุกแต้มที่คุณลงทุนจะส่งผลกับ Runner Shells ทุกตัวของคุณพร้อมกัน นอกจากนี้ Energy ยังสามารถรีฟันด์คืนได้เต็มจำนวน ดังนั้นถ้าคุณทำ Build ที่ไม่ชอบในวันนี้ พรุ่งนี้ก็สามารถรื้อทำใหม่ได้โดยไม่เสียอะไรเลย

ภาพรวมแผนผังการอัปเกรด Cradle
ในการเข้าใช้งาน ให้เปิดเมนู Shells ของคุณแล้วเลือก "Access Cradle" คุณจะพบกับหมวดหมู่ค่าสถานะ 6 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทจะมีโบนัสค่าสถานะพื้นฐานและ Passive perks ที่ต้องใช้ Energy ถึงเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อปลดล็อก คุณต้องมี Cradle Level 84 ถึงจะอัปเกรดได้เต็มทุกสาย แต่ Perks สำคัญๆ ส่วนใหญ่จะปลดล็อกก่อนถึงเลเวลนั้นอยู่แล้ว
วิธีฟาร์ม Cradle Energy ให้ไวที่สุด
ทุกๆ 1,000 XP ที่คุณได้รับจะเพิ่ม Cradle Level ให้คุณ 1 เลเวล และแต่ละเลเวลจะให้ Energy มาใช้ในการอัปเกรดโหนด ซึ่งมี 2 วิธีหลักในการปั๊ม XP เข้าสู่ระบบนี้
วิธีแรกคือการทำ Contracts ใน Season 2 ได้มีการยกเลิกข้อจำกัดเรื่อง Faction ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำ Contract ไหนเสร็จ XP จะถูกโอนเข้าสู่ความคืบหน้าของ Cradle โดยตรง หากคุณต้องการฟาร์ม Contracts โดยไม่โดนดักซุ่ม การปรับตั้งค่า matchmaking ก่อนเริ่มเกมจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาไปได้อีกเยอะ
วิธีที่สองคือการใช้ Matter Converter ให้เปิด Vault ของคุณ เลือกไอเทมที่สกัดมาแล้ว (extracted) ซึ่งคุณไม่ต้องการใช้งาน แล้วกด "Convert Matter" ไอเทมจะหายไปและเปลี่ยนเป็น XP ทันที ใน Season 2 ยังมีการเพิ่มฟีเจอร์เลือกไอเทมแบบกลุ่ม (batch selection) เข้ามาใน Vault เพื่อให้กระบวนการนี้เร็วขึ้น ดังนั้นการเคลียร์ของรกๆ ในคลังหลังจบแมตช์จึงเป็นวิธีที่ดีในการปั๊มเลเวล Cradle โดยไม่ต้องเสียเวลาเข้าคิวแมตช์ใหม่
อธิบายแผนผังการอัปเกรด Cradle แต่ละสาย
แผนผังทั้ง 6 สายครอบคลุมความต้องการของสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน ค่าสถานะพื้นฐานจะเพิ่มขึ้นตามแต้มที่คุณลงทุน และแต่ละสายจะมี Passive perks 3 อย่างที่ล็อกไว้ตามจำนวน Energy ที่ใช้

การเลือกโหนดในสาย Endurance
อัปเกรด Cradle ช่วงแรกตัวไหนดีที่สุด?
ถ้าคุณกระจายแต้มแรกๆ ไปทั่ว คุณจะได้ Runner ที่เก่งแบบกลางๆ ในทุกด้าน แนะนำให้เลือกสายที่ชัดเจนไปเลยดีกว่า
Endurance คือการลงทุนช่วงแรกที่คุ้มค่าที่สุด Heat Capacity เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะวิ่งได้นานแค่ไหน และการวิ่งคือหัวใจสำคัญในการชิงตำแหน่ง, เข้าถึง Loot ก่อนทีมอื่น และหนีจากสถานการณ์ที่อาจทำให้คุณเสีย Gear ไปฟรีๆ Quick Vent ใช้เพียง 3 Energy และช่วยลดดีเลย์ก่อนที่ Heat จะเริ่มลดลงหลังจากที่คุณใช้ Stamina หนักๆ Perk นี้เพียงอย่างเดียวก็เปลี่ยนสไตล์การเล่นให้ดุดันขึ้นได้มากในช่วงต้นเกม
เมื่อวางรากฐาน Endurance เสร็จแล้ว ให้ขยับไปที่ Dexterity ต่อ ค่า Agility ที่เพิ่มขึ้นจะเห็นผลทันที แต่สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือ Loot Speed การยืนนิ่งๆ เพื่อเปิดกล่องเป็นหนึ่งในสิ่งที่อันตรายที่สุดในเกมแนว extraction shooter การลดเวลาในอนิเมชันนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการโดนซุ่มโจมตี ซึ่งส่งผลดีในทุกๆ รอบที่คุณเล่น
หากคุณใช้ Shell ที่เน้นเกราะหนัก สาย Resistance จะกลายเป็นลำดับความสำคัญที่สามที่แข็งแกร่งมาก TCIV Resist ที่ 8 Energy จะช่วยลดความเสียหายจาก Ticks, สายฟ้า และ Heat Cascades ซึ่งเป็นอันตรายที่มักจะจัดการกับสายเกราะหนักที่พยายามคุมพื้นที่ในโซนอันตราย
Cradle ส่งผลอย่างไรกับ Runner Shell ของคุณ?
ทุกแต้มที่คุณลงทุนจะส่งผลกับ Shell ทุกตัวพร้อมกัน หมายความว่า Build ของ Cradle ต้องใช้งานได้ดีกับตัวละครทั้งหมดของคุณ ไม่ใช่แค่ตัวใดตัวหนึ่ง อย่างไรก็ตาม บาง Perks จะเข้ากับสไตล์การเล่นเฉพาะตัวได้ดีกว่า
Perk Lethal AMP ของสาย Recharge จะให้รางวัลกับผู้เล่นสาย PvP ที่ดุดัน ซึ่งสามารถล้มและปิดฉาก Runner คนอื่นได้บ่อยๆ ส่วน Head Start และ Primed จะช่วยให้คุณมี Tactical และ Prime charge บางส่วนตั้งแต่เริ่มรอบ ซึ่งเข้ากับ Shell ที่ต้องการใช้สกิลตั้งแต่ต้นเกมมากกว่าการรอฟาร์ม charge ในช่วงกลางเกม
Perks สาย Support เหมาะสำหรับทีมที่เล่นด้วยกันเป็นประจำ Optimal Support ที่ 14 Energy จะช่วยให้เพื่อนที่ถูกชุบชีวิตกลับมาพร้อม HP ที่มากกว่าเดิม ซึ่งอาจพลิกสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะแพ้ให้กลับมาชนะได้ ส่วน Factory Reset (10 Energy) จะฟื้นฟู HP ให้คุณเองเมื่อชุบชีวิตเพื่อน ทำให้การชุบชีวิตแบบเสี่ยงๆ ดูอันตรายน้อยลง
สำหรับข้อมูลเชิงลึกว่าสกิลของแต่ละ Shell ทำงานร่วมกับโบนัสค่าสถานะเหล่านี้อย่างไร สามารถดูได้ที่ คู่มือ Marathon Runner Shells ที่ครอบคลุมทุกคลาส สกิล และการจัดทีมที่ดีที่สุด

Perk TCIV Resist ในสาย Resistance
การจัด Build รับมือกับของใหม่ใน Season 2
Season 2 ได้แนะนำ Runner Shell ตัวใหม่คือ Sentinel มาพร้อมกับระบบ Cradle ซึ่งชุดสกิลที่เน้นกับดักทำให้เกิดการจับคู่กับ Cradle ที่น่าสนใจ Snare Mine และ Defender System ของ Sentinel เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบคุมพื้นที่มากกว่าการบุกตลอดเวลา ซึ่งทำให้ Perk อย่าง TCIV Resist และ Scab Factory ของสาย Resistance มีประโยชน์อย่างมากในการเอาตัวรอดเมื่อศัตรูพยายามบุกเข้ามาในตำแหน่งของคุณ
แผนที่ Night Marsh ใหม่ยังเปลี่ยนวิธีการเล่นของสาย Endurance อีกด้วย ความมืดบังคับให้ต้องเคลื่อนที่ช้าลงและระมัดระวังมากขึ้น แต่แผนที่นี้มีจำนวนผู้เล่นน้อยกว่า Dire Marsh ปกติ การจัดการ Heat ยังคงสำคัญสำหรับการย้ายตำแหน่งระหว่างทำภารกิจ แต่จำนวน Runner ที่น้อยลงทำให้คุณมีพื้นที่หายใจในการฟื้นฟูระหว่างการปะทะมากขึ้น
สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ที่เปลี่ยนไปใน Season 2 รวมถึง SMG รุ่น KKV-9SD, ปืนพก D54 Battle Pistol, ระบบ Implant ที่ถูกปรับปรุงใหม่ และรายละเอียดแผนที่ Night Marsh ทั้งหมด สามารถดูได้ที่ สรุปข้อมูลครบถ้วนของ Marathon Season 2
สำหรับกลยุทธ์เพิ่มเติม, บทสรุปการทำ Contracts และคู่มือแผนที่ สามารถดูได้ที่ คลังคู่มือกลยุทธ์ Marathon เพื่อค้นหาสิ่งที่รอบการเล่นของคุณต้องการในตอนนี้


