Marvel's Wolverine แบ่งการพัฒนาของ Logan ออกเป็นสองระบบหลัก ได้แก่ Techniques (เทคนิค) แบบ Passive ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพท่าต่อสู้พื้นฐาน และ Special Techniques (เทคนิคพิเศษ) ที่เป็นสกิลกดใช้งานซึ่งมีคูลดาวน์ การรู้ว่าควรเลือกอัปเกรดอันไหนก่อนถือว่าสำคัญมาก เพราะการต่อสู้จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และการใช้แต้ม Technique Points เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าย่อมดีกว่าการเก็บแต้มไว้ใช้ทีหลัง ในเกมปกติจะมีโหนด Technique ให้ปลดล็อกทั้งหมด 36 โหนด และมีอีก 4 โหนดที่ล็อกไว้ในโหมด New Game Plus ดังนั้นคุณสามารถปลดล็อกได้ครบทุกอย่างหากเล่นไปเรื่อยๆ
Techniques คืออะไรและทำงานอย่างไร?
Techniques คือการอัปเกรดแบบ Passive ที่ผูกกับเลเวลของผู้เล่น ไม่มีการกดใช้งานเองหรือต้องรอคูลดาวน์ แต่จะเป็นการปรับเปลี่ยนท่าทางที่ Logan ใช้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง (Sprinting), การกระโดด (Leaping), การปัดป้อง (Parrying) หรือการปิดคอมโบ (Finishing combos) ส่วน Special Techniques จะแยกออกมาต่างหาก โดยสามารถติดตั้งได้ 4 ช่องและมีคูลดาวน์ระหว่างการใช้งาน ซึ่งจะทำงานคล้ายกับสกิลกดใช้งานมากกว่าการเพิ่มค่าสถานะถาวร
เนื่องจาก Techniques จะปลดล็อกตามเลเวลที่กำหนด ไม่ได้มาจากแต้มรวมที่คุณเลือกใช้ได้อย่างอิสระ จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องกั๊กแต้ม Technique Points ไว้ ให้เลือกซื้อการอัปเกรดที่ดีที่สุดในแต่ละเลเวลแล้วลุยต่อได้เลย

คู่มือ Marvel's Wolverine: เทคนิคที่ควรปลดล็อกก่อนเป็นอันดับแรก
เทคนิคที่ควรให้ความสำคัญ: ตารางลำดับความสำคัญ
ลำดับความสำคัญในช่วงต้นเกมนั้นชัดเจน: Healing Strike, Savage Sprinter, Stagger Leap และ Sprint Block จะช่วยทั้งเรื่องการบุก การตั้งหลัก และการเอาตัวรอด ก่อนที่เกมจะเริ่มมีความซับซ้อนขึ้น ทุกอย่างที่เหลือจะต่อยอดจากพื้นฐานเหล่านี้
เทคนิคช่วงต้นเกม: เลเวล 2 ถึง 3

คู่มือ Marvel's Wolverine: เทคนิคที่ควรปลดล็อกก่อนเป็นอันดับแรก
Savage Sprinter (เลเวล 2)
Savage Sprinter เปลี่ยนการวิ่งของ Logan ให้กลายเป็นการโจมตีเปิดฉาก ในขณะที่วิ่ง เขาจะโจมตีเป็นวงกว้างหลายครั้งอย่างรวดเร็ว ซึ่งสร้างดาเมจแก่ศัตรูรอบข้างและสะสม Rage ในทุกการโจมตี การสะสม Rage ได้เร็วคือเหตุผลหลักที่ควรเลือกอันนี้ก่อน เพราะการมี Rage สูงจะทำให้คุณใช้ท่าที่รุนแรงขึ้นได้เร็วขึ้นในการต่อสู้ หากเจอศัตรูเป็นกลุ่ม การเปิดด้วยท่าวิ่งแทนที่จะวิ่งเข้าไปตรงๆ ถือเป็นการอัปเกรดที่คุ้มค่าและไม่มีข้อเสียเลย
Stagger Leap (เลเวล 2)
ท่า Leap ปกติช่วยให้เข้าถึงตัวศัตรูได้เร็วอยู่แล้ว แต่ Stagger Leap จะเพิ่มออปชันการชาร์จที่จะสร้างสถานะ Stagger เพิ่มเติมเมื่อลงพื้น ศัตรูที่ติดสถานะ Stagger จะเปิดช่องว่างให้เราโจมตีซ้ำได้หนักขึ้น และเทคนิคนี้ยังทำงานร่วมกับ Healing Strike ได้โดยตรง ซึ่งต้องอาศัยศัตรูที่ติดสถานะ Stagger เพื่อฟื้นฟูเลือด ทั้งสองเทคนิคนี้จึงเป็นคอมโบที่ทรงพลังทันทีที่คุณปลดล็อกได้ทั้งคู่
Healing Strike (เลเวล 3)
นี่คือเทคนิคช่วงต้นเกมที่สำคัญที่สุด เมื่อใช้กับ ศัตรูที่ติดสถานะ Stagger Logan จะทำดาเมจหนักและฟื้นฟูเลือดไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังใช้ปิดท้าย Barrage ได้ ทำให้สามารถแทรกเข้าในชุดคอมโบปกติได้อย่างง่ายดาย
ปรัชญาการออกแบบของเกมนี้คือ: Wolverine ถูกออกแบบมาให้เล่นแบบดุดัน Healing Strike จึงให้รางวัลแก่ความดุดันนั้นด้วยการเปลี่ยนการโจมตีให้เป็นการฟื้นฟู ผู้เล่นที่พยายามเล่นตั้งรับและรอจังหวะจะพบว่าการฟื้นฟูเลือดทำได้ยากกว่ามาก ให้รีบเก็บเทคนิคนี้ที่เลเวล 3 และสร้างสไตล์การต่อสู้ของคุณรอบๆ การกดใช้ท่านี้ให้บ่อยที่สุด
Sprint Block (เลเวล 3)
ศัตรูประเภท Reaver มักจะมีปืน ซึ่ง Sprint Block จะช่วยให้การเข้าประชิดพวกมันไม่เจ็บตัวจนเกินไป ในขณะที่วิ่ง Logan จะ บล็อกการโจมตีระยะไกลพื้นฐานจากด้านหน้าโดยอัตโนมัติ แม้จะไม่ได้กันกระสุนหรือท่าโจมตีหนักๆ ได้ทั้งหมด แต่มันก็ครอบคลุมการก่อกวนระยะไกลส่วนใหญ่ที่คุณต้องเจอในช่วงต้นเกม เมื่อใช้คู่กับ Savage Sprinter คุณจะสามารถวิ่งเข้าหากลุ่มศัตรู บล็อกกระสุนที่ยิงมา แล้วโจมตีเปิดฉากได้ก่อนที่ศัตรูจะทันตั้งตัว
เทคนิคช่วงกลางเกม: เลเวล 11 ถึง 17

คู่มือ Marvel's Wolverine: เทคนิคที่ควรปลดล็อกก่อนเป็นอันดับแรก
Unblockable Ender (เลเวล 11)
เมื่อศัตรูเริ่มป้องกันตัวบ่อยขึ้น Unblockable Ender จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ มันเพิ่มท่าปิดคอมโบที่รุนแรงซึ่งสามารถทะลุการป้องกันของศัตรูได้ ทำให้ Logan โจมตีโดนเป้าหมายได้เสมอไม่ว่าศัตรูจะตั้งการ์ดอยู่ก็ตาม เทคนิคนี้จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อใช้ร่วมกับ Adaptations ที่เพิ่มเอฟเฟกต์พิเศษให้กับท่าปิดคอมโบ ดังนั้นควรคำนึงถึงความเข้ากันได้นี้เมื่อจัดเซต Adaptation ของ Logan
Advanced Parry (เลเวล 17)
การปัดป้อง (Parry) มีความสำคัญมากในระบบต่อสู้ของ Wolverine และ Advanced Parry จะทำให้มันใช้งานได้ดีขึ้นเมื่อต้องเจอกับศัตรูหลายตัว โดยช่วยให้ Logan ปัดป้องการโจมตีระยะประชิดหลายครั้งได้พร้อมกัน แทนที่จะต้องกะจังหวะให้แม่นยำในการปัดป้องทีละครั้ง ให้ลองใช้คู่กับ Extended Parry Adaptation เพื่อขยายช่วงเวลาการปัดป้องให้กว้างขึ้น สำหรับผู้เล่นที่ชอบสไตล์การเล่นแบบสวนกลับมากกว่าการเคลื่อนที่ตลอดเวลา นี่คือเทคนิคที่ควรเก็บในช่วงกลางเกม
Staggered Throw (เลเวล 17)
Staggered Throw ช่วยขยายประโยชน์ของสถานะ Stagger หลังจากศัตรูติดสถานะ Stagger แล้ว Logan สามารถจับเหวี่ยงศัตรูตัวนั้นไปกระแทกศัตรูตัวอื่นเพื่อขัดจังหวะได้ นอกจากนี้กำแพงและสิ่งกีดขวางในฉากยังเป็นจุดที่ใช้เหวี่ยงศัตรูได้เช่นกัน ในการต่อสู้ที่วุ่นวาย ศัตรูที่ติดสถานะ Stagger จะกลายเป็นเครื่องมือในการเคลียร์พื้นที่แทนที่จะเป็นแค่เป้าหมายสำหรับ Healing Strike เท่านั้น
เทคนิคช่วงท้ายเกม: เลเวล 23 เป็นต้นไป
Charged Helix Blast (เลเวล 23)
Charged Helix Blast มอบออปชันการโจมตีระยะไกลแบบวงกว้างให้ Logan ในจังหวะที่ไม่สามารถเข้าประชิดตัวได้ทันที ท่านี้จะโจมตีเป็นรูปกรวยกว้างด้านหน้า Wolverine โดนศัตรูที่อยู่เป็นกลุ่มพร้อมกันหลายตัว ช่วยสร้างช่องว่างในการต่อสู้โดยไม่ต้องเสี่ยงวิ่งเข้าไปกลางวงศัตรู
Helix Combo (เลเวล 23)
Helix Claws จะปลดล็อกผ่านเนื้อเรื่องหลัก ท่าโจมตีพื้นฐานของมันจะปล่อยคลื่นพลังรอบตัว Wolverine ส่วน Helix Combo จะเพิ่มท่าโจมตีหนักตามมาอีกหนึ่งจังหวะ ช่วยเพิ่มดาเมจรวมได้อย่างมหาศาล แม้ว่าท่าตามอาจจะพลาดเป้าได้หากการโจมตีแรกทำให้ศัตรูกระเด็นไกลเกินไป แต่ดาเมจที่เพิ่มขึ้นกับศัตรูตัวใหญ่ที่ไม่ค่อยขยับก็คุ้มค่าที่จะติดตั้งไว้เมื่อปลดล็อกได้
Helix Counter-Shot (เลเวล 23)
การต่อสู้ช่วงท้ายเกมจะมีศัตรูสายยิงในฉากมากขึ้น Helix Counter-Shot จะเปลี่ยนการหลบหลีกให้กลายเป็นการสวนกลับทันที: หลังจากหลบกระสุนได้สำเร็จ Logan จะยิงสวนกลับด้วยคลื่นพลังทันที ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการวิ่งไล่ตามศัตรูสายยิงหลังจากหลบ และช่วยรักษาโมเมนตัมการต่อสู้ให้เป็นของ Logan
Special Techniques ที่ดีที่สุดคืออะไร?
Special Techniques สามารถติดตั้งได้ 4 ช่องและมีคูลดาวน์ นี่คือรายละเอียดของตัวเลือกหลักๆ:
Tornado Spin ปลดล็อกโดยอัตโนมัติและเป็นเครื่องมือหลักในการเคลียร์ฝูงศัตรูของ Logan โดยจะหมุนตัวผ่านศัตรูรอบข้างเพื่อสร้างพื้นที่เมื่อถูกล้อม การอัปเกรดท่านี้จะช่วยให้ดาเมจยังคงรุนแรงแม้จะผ่านช่วงต้นเกมไปแล้ว
Knee Breaker ปลดล็อกที่เลเวล 4 และเป็น Special Technique ช่วงต้นเกมที่ดีที่สุดสำหรับผู้เล่นส่วนใหญ่ มันจะทำให้ Logan พุ่งเข่าใส่ศัตรูเพื่อสร้างสถานะ Stagger และขัดจังหวะการโจมตี ซึ่งสถานะ Stagger นี้จะส่งผลต่อเนื่องไปยัง Healing Strike ทำให้ Knee Breaker สามารถหยุดการบุกของศัตรู ทำให้ศัตรูเปิดช่องว่าง และฟื้นฟูเลือดได้ในชุดเดียว
Relentless ปลดล็อกที่เลเวล 7 สำหรับช่องป้องกัน การกดใช้งานจะช่วยเพิ่มอัตราการฟื้นฟูเลือดของ Logan ในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งมีประโยชน์ในสถานการณ์ที่การใช้ Healing Strike ทำได้ยาก ผู้เล่นที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเลือดสามารถเปลี่ยนไปใช้ท่าที่เน้นบุกมากกว่านี้ได้ แต่มันก็เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและไว้ใจได้ในการต่อสู้ที่ยากลำบาก
Brutal Assault มาถึงที่เลเวล 25 และเป็น Special Technique สำหรับเป้าหมายเดี่ยวที่ดีที่สุดในเกม Logan จะพุ่งเข้าหาศัตรูและตามด้วยคอมโบกรงเล็บหนักที่สามารถทะลุการป้องกันได้ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่ต้องรีบปลดล็อกในช่วงแรก แต่เมื่อปลดล็อกได้แล้ว มันจะกลายเป็นท่าที่ต้องติดตั้งไว้ถาวร
ลำดับการปลดล็อกเทคนิคที่แนะนำ
ลำดับการพัฒนาผ่าน Skill Tree ที่ใช้งานได้จริงมีดังนี้:
- Healing Strike (เลเวล 3) - ฟื้นฟูเลือดผ่านการโจมตี
- Savage Sprinter (เลเวล 2) - สะสม Rage ขณะเข้าประชิด
- Stagger Leap (เลเวล 2) - ท่าเปิดสถานะ Stagger ที่ไว้ใจได้
- Sprint Block (เลเวล 3) - เข้าประชิดศัตรูสายยิงอย่างปลอดภัย
- Knee Breaker Special Technique (เลเวล 4) - คอมโบขัดจังหวะและทำ Stagger
- Unblockable Ender (เลเวล 11) - เจาะการป้องกันของศัตรู
- Advanced Parry (เลเวล 17) - ป้องกันศัตรูหลายตัว
- Staggered Throw (เลเวล 17) - เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมฝูงศัตรู
- Helix Techniques (เลเวล 23) - อัปเกรดการโจมตีระยะไกลและ Helix Claws
- Brutal Assault Special Technique (เลเวล 25) - ท่าปิดฉากศัตรูตัวเดียว
เทคนิคสายลอบเร้น (Stealth Techniques) ก็มีให้เลือกและคุ้มค่าหากคุณเล่นสายลอบเร้นบ่อยๆ แต่ถือเป็นทางเลือกเสริมที่ผู้เล่นสายบุกสามารถข้ามไปก่อนได้โดยไม่เสียเปรียบมากนัก เส้นทางการอัปเกรดสายต่อสู้ข้างต้นจะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ส่วนใหญ่ในเกมได้
Skill Tree ที่มี 36 โหนดนั้นสามารถปลดล็อกได้ครบในการเล่นรอบปกติ ดังนั้นไม่มีการอัปเกรดไหนที่พลาดไปถาวร เป้าหมายคือการแก้ปัญหาในการต่อสู้เมื่อมันเกิดขึ้น แทนที่จะกังวลถึงการต่อสู้ในอนาคต เริ่มต้นด้วยเทคนิคเลเวล 2 ถึง 3 ทั้งสี่อย่าง ติดตั้ง Knee Breaker ไว้ในช่อง Special แล้วที่เหลือใน Skill Tree จะค่อยๆ ปลดล็อกตามเลเวลของ Logan ไปเองอย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับรายละเอียดทั้งหมดที่เกมมีให้ สามารถดูได้ที่ คอลเลกชันคู่มือ Marvel's Wolverine ซึ่งครอบคลุมทั้งรายการถ้วยรางวัล ความยาวของเกม และอื่นๆ อีกมากมาย


