Marvel's Wolverine คือหนึ่งในเกม PS5 Exclusive ที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2026 และมีคำถามหนึ่งที่ตามติดเกมนี้มาตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรก นั่นคือมันเป็นเกมแนว Open World หรือไม่? ซึ่ง Mike Daly ผู้กำกับเกมได้ตอบคำถามนี้โดยตรง สรุปสั้นๆ คือ "ไม่ใช่" ครับ ทาง Insomniac Games ตั้งใจสร้างเกมนี้ให้เป็นแนว Action-Adventure แบบเส้นตรง (Linear) ที่เน้นเนื้อหาเข้มข้น ซึ่งการตัดสินใจนี้ส่งผลต่อทุกอย่าง ตั้งแต่การวางโครงสร้างภารกิจไปจนถึงฟีลลิ่งในการเล่น
Marvel's Wolverine เป็นเกมแนว Open World หรือเป็นแบบ Linear?
เป็นแบบ Linear เต็มตัวครับ Mike Daly ยืนยันในการสัมภาษณ์ว่า Insomniac ไม่เคยมีแผนที่จะสร้างเกม Wolverine ในรูปแบบ Open World หรือ Sandbox โดยเขากล่าวไว้ว่า: "สิ่งที่เราต้องการจริงๆ คือเกมแนว Action-Adventure แบบเส้นตรง (Linear) ที่เน้นความมันส์และเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม ซึ่งภารกิจต่างๆ ก็ถูกออกแบบมาให้สะท้อนถึงโครงสร้างในส่วนนี้"
นี่ถือเป็นการตัดภาพที่ชัดเจนจากแนวทางที่ Insomniac ใช้กับ Marvel's Spider-Man 2 ซึ่งเน้นการเดินทางแบบ Open World ทั่วแผนที่ขนาดใหญ่ แต่ Wolverine เลือกไปในทิศทางตรงกันข้าม โดยยอมแลกความกว้างขวางของฉากเพื่อแลกกับความเข้มข้นของเนื้อหาแทน

สถานที่ต่างๆ ทั่วโลกช่วยให้ฉากในเกมดูสดใหม่อยู่เสมอ
เกมเพลย์แบบ Linear หมายความว่าอย่างไรต่อการเล่นของคุณ?
Linear ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเดินผ่านทางเดินแคบๆ ตลอดทั้งเกมโดยไม่มีที่ให้หายใจนะครับ Daly กล่าวว่าในบางช่วงของเกม ผู้เล่นยังสามารถสำรวจพื้นที่ด้านข้างหรือมุมลับต่างๆ ได้ ซึ่งเป็นจุดที่เก็บของสะสม (Collectibles) และคอนเทนต์เสริมต่างๆ เอาไว้ ดังนั้นถึงแม้คุณจะไม่ได้วิ่งเล่นอิสระในแผนที่ Open World ระหว่างทำภารกิจ แต่ก็ยังมีเหตุผลให้คุณลองเดินสำรวจนอกเส้นทางหลักภายในแต่ละด่านอยู่ดี
โครงสร้างภารกิจถูกออกแบบมาให้มีความหลากหลาย Insomniac ระบุว่าพวกเขาต้องการ "ความหลากหลายในบรรยากาศของสถานที่ต่างๆ ที่คุณจะได้ไปเยือน" ซึ่ง Logan เป็นตัวละครที่เดินทางไปทั่วโลกใน Marvel Comics และตัวเกมก็นำจุดนี้มาใช้จริง โดยส่งคุณไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลกแทนที่จะจำกัดอยู่แค่ในเมืองหรือภูมิภาคเดียว
เกมนี้เทียบกับเกมอื่นๆ ของ Insomniac อย่างไร?
Insomniac เคยทำเกมมาแล้วทั้งสองสไตล์ครับ เกมตระกูล Spider-Man ถูกสร้างขึ้นโดยเน้นการเดินทางแบบ Open World และมีคอนเทนต์เสริมกระจายอยู่ทั่วแผนที่ขนาดใหญ่ แต่ Wolverine นั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีจิตวิญญาณใกล้เคียงกับเกมแนว Action ที่เน้นจังหวะการเล่น (Pacing) และความเข้มข้นในแต่ละช่วงเวลามากกว่าอิสระของผู้เล่น
การแลกเปลี่ยนนี้เป็นเรื่องจริงและเป็นความตั้งใจครับ โครงสร้างที่กระชับช่วยให้ Insomniac ควบคุมจังหวะของเกม สร้างฉากแอ็กชันสุดอลังการ และมอบประสบการณ์การต่อสู้ที่ดุดันซึ่งเข้ากับตัวละคร Wolverine ได้ดีกว่าการให้ผู้เล่นเดินไปมาในเมือง
ทำไม Insomniac ถึงเลือกดีไซน์แบบ Linear ให้กับ Wolverine?
ตรรกะของตัวละครนี้สมเหตุสมผลครับ Wolverine ไม่ใช่ฮีโร่สายโหนใยหรือลาดตระเวนเมืองที่เหมาะกับดีไซน์ Open World แต่เขาเป็นนักสู้ (Brawler) และนักล่า ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาคือการอยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน รุนแรง และขับเคลื่อนด้วยเนื้อเรื่อง โครงสร้างแบบ Linear ช่วยให้ทีมงานสร้างช่วงเวลาเหล่านั้นได้อย่างตั้งใจ แทนที่จะปล่อยให้มันเกิดขึ้นเองจากการสำรวจของผู้เล่น
การที่ Daly ใช้คำว่า "High octane, high intrigue" (ความมันส์ระดับสูงและเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม) เป็นการส่งสัญญาณว่าสตูดิโอให้ความสำคัญกับ "ความรู้สึก" มากกว่า "ขนาด" ของเกม ทุกภารกิจถูกออกแบบมาให้สร้างแรงกระแทก และความหลากหลายของสภาพแวดล้อมจะช่วยป้องกันความน่าเบื่อที่มักเกิดขึ้นในเกมที่มีโครงสร้างกระชับ
สิ่งที่ควรคาดหวังเมื่อเล่นเกมนี้
การปรับความคาดหวังให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยให้คุณสนุกขึ้น นี่คือสิ่งที่การออกแบบนี้บอกคุณ:
- ภารกิจมีโครงสร้างและทิศทางที่ชัดเจน ไม่ใช่เป้าหมายแบบ Sandbox ที่เปิดกว้าง
- มีการสำรวจแต่จำกัดอยู่ภายในด่าน ไม่ใช่แผนที่ Open World ที่เชื่อมต่อกันตลอดเวลา
- ของสะสมคือรางวัลหลัก สำหรับการออกนอกเส้นทางหลัก
- สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปตลอดทั้งเกม ด้วยสถานที่ทั่วโลกที่ช่วยรักษาความหลากหลายทั้งในด้านภาพและเกมเพลย์
- การต่อสู้คือหัวใจหลัก (Core loop) ที่สร้างขึ้นเพื่อความดุดันตามแบบฉบับของ Wolverine
สำหรับข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับเกมจนถึงตอนนี้ คุณสามารถติดตามได้ที่ คอลเลกชันไกด์ Marvel's Wolverine ซึ่งเรารวบรวมรายละเอียดทั้งหมดไว้ให้แล้ว และจะมีการอัปเดตข้อมูลใหม่ๆ ก่อนวันวางจำหน่าย 15 กันยายนนี้ครับ


