MLB The Show 26 นำเสนอการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโหมด Diamond Dynasty ในรอบหลายปีด้วยการเปิดตัวระบบ Parallel Mods ซึ่งเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้คุณกำหนดทิศทางการพัฒนาการ์ดนักกีฬาได้ด้วยตัวเอง แทนที่จะเป็นการบวกค่าพลังแบบตายตัว +1 ในทุกสถานะเหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้คุณสามารถเลือกปรับแต่งการ์ดให้เด่นในจุดแข็ง กลบจุดอ่อน หรือสร้างโปรไฟล์แบบผสมผสานให้เข้ากับสไตล์การเล่นของคุณได้ เมื่อรวมเข้ากับอัตราการได้รับ Parallel XP (PXP) ที่ถูกปรับปรุงใหม่ นี่จึงเป็นระบบพัฒนาการ์ดที่คุ้มค่าแก่การลงทุนเวลาอย่างแท้จริง
PXP ใน MLB The Show 26 ทำงานอย่างไร?
PXP ได้มาจากการเล่นเกมและสะสมสถิติต่างๆ ภายในโหมด Diamond Dynasty ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นตี (plate appearance), การตีได้ (hit), การขโมยเบส (stolen base) และจำนวนอินนิงที่ขว้าง (inning pitched) ทุกอย่างจะถูกนำไปรวมเป็นคะแนน PXP ของการ์ดใบนั้นๆ เมื่อการ์ดสะสมแต้มถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะเลื่อนระดับเป็น Parallel level ถัดไป ซึ่งจะมอบโบนัส +1 ให้กับทุกสถานะของการ์ด เหมือนกับภาคก่อนๆ
สิ่งที่เปลี่ยนไปในปี 2026 คือความเร็วในการเลื่อนระดับและจำนวน PXP ที่ได้รับจากแต่ละสถิติ ข้อมูลจาก MLB The Show 26 Diamond Dynasty Features breakdown ระบุว่า PXP ถูกปรับจูนใหม่เพื่อให้ผู้เล่นสายตี (hitters) สามารถเก็บเลเวลได้เร็วขึ้นใกล้เคียงกับพิตเชอร์ (pitchers) เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลที่พิตเชอร์เคยเก็บ PXP ได้มีประสิทธิภาพมากกว่ามาอย่างยาวนาน
เกณฑ์ PXP ตามระดับ Parallel
เกณฑ์เหล่านี้สูงกว่าใน MLB The Show 25 แต่ก็ถูกชดเชยด้วยอัตราการได้รับ PXP ที่เพิ่มขึ้นและตัวคูณความยากของเกม
อัตราการได้รับ PXP: สถิติการตี
- 40 PXP: Home Run, Plate Appearance
- 30 PXP: Triple
- 20 PXP: Stolen Base
- 15 PXP: Double
- 10 PXP: RBI, Walk, Single, Run Scored
อัตราการได้รับ PXP: สถิติการขว้าง
- 50 PXP: Hold, Save
- 40 PXP: Inning Pitched
- 25 PXP: Complete Game, Shutout
- 20 PXP: Win
- 10 PXP: Quality Start, Strikeout

ตัวติดตามระดับ PXP Parallel
ตัวคูณ PXP ตามความยากและโหมดเกมคืออะไร?
PXP แต่ละแต้มมีค่าไม่เท่ากัน การเล่นในระดับความยากที่สูงขึ้นหรือในโหมดออนไลน์จะช่วยคูณคะแนนทุกแต้มที่คุณได้รับ นี่คือตัวคูณในปัจจุบัน:
Sony ยังเคยจัดกิจกรรม Double PXP ใน The Show 25 และจากข้อมูล รายละเอียด PXP และ Mods บน New Baseball Media คาดว่ากิจกรรมเหล่านี้จะกลับมาอีกครั้งในปี 2026 คอยติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อวางแผนช่วงเวลาการฟาร์มของคุณให้คุ้มค่าที่สุด
Parallel Mods คืออะไรและทำงานอย่างไร?
Parallel Mods คือฟีเจอร์ใหม่ที่เป็นไฮไลท์ของ Diamond Dynasty ในปีนี้ แทนที่จะได้รับโบนัส +1 ให้กับทุกสถานะในแต่ละเลเวลเหมือนเดิม ตอนนี้คุณสามารถติดตั้ง Mod เพื่อจัดสรรโบนัสเหล่านั้นไปยังสถานะที่ต้องการได้ ตัวอย่างเช่น Power mod ในระดับ Diamond อาจเพิ่มพลังตี (Power) +9 ทั้งฝั่งซ้ายและขวา ในขณะที่ Contact mod จะไปเพิ่มค่า Contact ทั้งสองฝั่งแทน
ความยืดหยุ่นของระบบนี้มีดังนี้:
- สามารถ สลับ Mod ได้ก่อนเริ่มทุกเกม หากคุณต้องการค่า Contact ในคืนนี้และต้องการ Power ในคืนถัดไป ก็แค่เปลี่ยนก่อนเริ่มแมตช์
- หากคุณ ไม่ติดตั้ง Mod ใดเลย การ์ดจะกลับไปใช้ระบบโบนัส +1 ให้ทุกสถานะตามปกติ
- โบนัสจาก Mod จะ นำไปบวกเพิ่มจากระดับ Parallel การ์ดระดับ Parallel III จะมีโบนัส +3 ในทุกสถานะอยู่แล้ว การใส่ Gold mod จะเป็นการนำโบนัสเฉพาะทางไปบวกเพิ่มเข้าไปอีก
- ติดตั้งได้เพียง หนึ่ง Mod ต่อการ์ดหนึ่งใบเท่านั้น

หน้าจอเลือก Parallel Mod
Silver mods: ปลดล็อกอะไรที่ Parallel I?
Silver mods จะปลดล็อกที่ 500 PXP (Parallel I) และไม่ต้องทำภารกิจสถิติใดๆ โดยจะมอบโบนัสที่เน้นเฉพาะจุดในระดับเริ่มต้น
Hitter Silver Mods
Pitcher Silver Mods
Gold mods: ปลดล็อกอะไรที่ Parallel III?
Gold mods ต้องการ 3,000 PXP และต้องทำ stat mission ของการ์ดใบนั้นให้สำเร็จ ข่าวดีคือสถิติที่คุณสะสมไว้ก่อนถึง Parallel III จะถูกนับรวมในภารกิจด้วย Gold mods จะเริ่มมีการผสมผสานสถานะหลักและรอง ทำให้คุณปรับแต่งได้ละเอียดขึ้นมาก
ตัวอย่าง Gold hitter บางส่วน:
- Contact mod: ต้องการ 10 Hits. ให้โบนัส +5 CON vs. L, +5 CON vs. R, +1 PWR vs. L, +1 PWR vs. R, +5 VIS, +5 CLT, +1 SPD, +1 STL
- Power mod: ต้องการ 5 HR. ให้โบนัส +1 CON vs. L, +1 CON vs. R, +5 PWR vs. L, +5 PWR vs. R, +1 VIS, +5 CLT, +1 SPD, +1 STL
- Speed mod: ต้องการ 8 SB. ให้โบนัส +2 CON vs. L, +2 CON vs. R, +1 PWR vs. L, +1 PWR vs. R, +2 VIS, +4 CLT, +10 SPD, +10 STL
- Contact-Speed hybrid: ต้องการ 6 SB และ 7 H. ให้โบนัส +3 CON vs. L, +3 CON vs. R, +1 PWR vs. L, +1 PWR vs. R, +2 VIS, +4 CLT, +8 SPD, +8 STL
สำหรับพิตเชอร์ Gold mods จะต้องการประมาณ 24-30 IP และ/หรือ 25-30 strikeouts ขึ้นอยู่กับประเภท และสามารถเพิ่มค่าสถานะอย่าง K/9 ได้สูงสุด +6 หรือ Control +6

ข้อกำหนดภารกิจสำหรับ Gold mod
Diamond mods: ปลดล็อกอะไรที่ Parallel V?
Diamond mods คือจุดสูงสุดของระบบนี้ โดยต้องการ 10,000 PXP พร้อมภารกิจสถิติที่ท้าทายยิ่งขึ้น โบนัสสถานะในระดับนี้ถือว่าสูงมาก
ตัวอย่าง Diamond hitter ที่น่าสนใจ:
- Pure Power mod: ต้องการ 20 HR. ให้โบนัส +9 PWR vs. L, +9 PWR vs. R, +2 CON vs. L, +2 CON vs. R, +8 CLT, +2 SPD, +2 STL
- Pure Speed mod: ต้องการ 30 SB. ให้โบนัส +20 SPD, +20 STL, +3 CON vs. L, +3 CON vs. R, +2 PWR vs. L, +2 PWR vs. R, +7 CLT
- Contact-Speed hybrid: ต้องการ 25 SB และ 25 H. ให้โบนัส +15 SPD, +15 STL, +5 CON vs. L, +5 CON vs. R, +2 PWR vs. L, +2 PWR vs. R, +5 VIS, +7 CLT
สำหรับพิตเชอร์ Diamond mods ก็ทรงพลังไม่แพ้กัน Pure K/9 Diamond mod ต้องการ 120 strikeouts และมอบโบนัส +10 K/9 ทั้งฝั่งซ้ายและขวา พร้อม +2 H/9, +2 CONTROL และ +5 STA

โบนัสสถานะสูงสุดของ Diamond mod
ควรเลือก Mod ไหนให้ผู้เล่นแต่ละประเภท?
การเลือก Mod ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับว่าการ์ดใบนั้นเก่งอะไรอยู่แล้วและมีบทบาทอย่างไรในทีมของคุณ
สายตี (Hitters)
- Pure Contact หรือ Contact-hybrid mods เหมาะที่สุดสำหรับผู้เล่นตัวทำเกมหรือไม้หนึ่งที่เน้นการขึ้นเบสมากกว่าพลังตี
- Power หรือ Power-Contact mods เหมาะสำหรับไม้ทำคะแนน (cleanup hitters) และผู้เล่นตำแหน่งมุมสนาม (corner outfielders) Diamond Power mod ที่เพิ่ม +9 PWR ทั้งสองฝั่งคือขีดสุดสำหรับสายตีหนัก
- Speed หรือ Speed-Contact mods เหมาะสำหรับสายวิ่งเร็วที่อยู่ต้นลำดับการตี โบนัส +20 SPD และ +20 STL ของ Diamond Speed mod ถือเป็นหนึ่งในโบนัสสถานะเดียวที่สูงที่สุดในเกม
- Fielding mods เหมาะสำหรับตัวหลักในเกมรับอย่าง shortstop หรือ center field ที่คุณต้องการทักษะการรับลูกพอๆ กับการตี
พิตเชอร์ (Pitchers)
- H/9 mods จะช่วยลดขนาด PCI ของคู่แข่ง ทำให้การตีให้โดนลูกทำได้ยากขึ้น นี่อาจเป็น Mod พิตเชอร์ที่มีผลมากที่สุดในการเล่นแบบตัวต่อตัว
- K/9 mods เข้าคู่กันได้ดีกับพิตเชอร์สายทำ Strikeout ที่มีความเร็วลูกสูง
- Control mods ช่วยขยาย Perfect Accuracy Region (PAR) ซึ่งช่วยในการคุมตำแหน่งลูกและลดการเดิน (walks) ในสถานการณ์ที่กดดัน
วิธีฟาร์ม PXP อย่างมีประสิทธิภาพ
การปั้นการ์ดให้ถึง Parallel V ต้องใช้ 10,000 PXP ซึ่งฟังดูเยอะจนท้อ แต่ถ้าคำนวณรวมกับตัวคูณแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยาก นี่คือแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุด:
- เล่นออนไลน์ในระดับความยากสูงสุดที่คุณไหว ตัวคูณออนไลน์ x1.5 จะนำไปคูณทบกับตัวคูณความยาก การเล่นระดับ G.O.A.T. ออนไลน์จะให้ PXP มากกว่าการเล่น Rookie แบบออฟไลน์ถึง 3.5 เท่า
- ใช้การ์ดเป้าหมายในทุกโหมด PXP ผูกติดกับการ์ดใบนั้นๆ ดังนั้นทุกเกมที่คุณเล่นโดยมีการ์ดใบนั้นอยู่ในไลน์อัพหรือตัวขว้าง จะถูกนับคะแนนทั้งหมด
- คอยติดตามกิจกรรม Double PXP Sony เคยจัดกิจกรรมนี้ใน The Show 25 และคาดว่าจะกลับมาอีก ช่วงสุดสัปดาห์ Double PXP สามารถลดเวลาการฟาร์มของคุณลงได้เกือบครึ่งหนึ่ง
- Mini-Seasons และภารกิจเฉพาะ มีภารกิจที่เน้น PXP เพิ่มเติมซึ่งสามารถเร่งเส้นทางสู่ Parallel V ได้เร็วกว่าโหมดปกติ
- สะสมจำนวนการขึ้นตี (Plate appearances) ด้วย 40 PXP ต่อการขึ้นตีหนึ่งครั้ง เกมเก้าอินนิงเต็มในระดับความยากสูงๆ สามารถทำ PXP ให้การ์ดในไลน์อัพของคุณได้หลายร้อยแต้ม
สำหรับรายละเอียดทั้งหมดว่าภารกิจสถิติส่งผลต่อเกณฑ์ PXP ในแต่ละระดับอย่างไร สามารถดูได้ที่ รายละเอียด PXP และ Mods บน New Baseball Media ซึ่งแนะนำให้บุ๊กมาร์กไว้เพื่อใช้อ้างอิง
การเปลี่ยนแปลงเกมเพลย์ที่มาพร้อมกับระบบ Mod
Sony San Diego ประกาศการปรับปรุงเกมเพลย์ที่สำคัญสองอย่างพร้อมกับการเปิดตัวระบบ Mod ซึ่งเป็นการตอบรับเสียงสะท้อนจากคอมมูนิตี้:
- การลดขนาด PCI เมื่อเจอลูก Breaking ball ที่ลงต่ำและออกข้างในกรณีที่ผู้ตีและพิตเชอร์ถนัดมือเดียวกันถูกนำออกไปแล้ว นี่เป็นหนึ่งในการแก้ไขที่คอมมูนิตี้สายแข่งขันเรียกร้องมากที่สุด และมันทำให้การดวลกันระหว่างคนถนัดมือเดียวกันรู้สึกยุติธรรมขึ้น
- พิตเชอร์ไม่ถูกบังคับให้ขว้างจากท่า Stretch ในโหมดออนไลน์อีกต่อไป สิ่งนี้ช่วยให้พิตเชอร์มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการรับมือกับผู้ตี
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของ Mod แต่มีผลต่อความรู้สึกว่า Mod ไหนจะทรงพลังที่สุด เมื่อการลดขนาด PCI ถูกนำออกไปในกรณีที่ถนัดมือเดียวกัน Contact mods อาจมีมูลค่าสูงขึ้นในการเล่นออนไลน์ เพราะการขึ้นเบสในสถานการณ์นั้นจะทำได้ง่ายขึ้น
สำหรับเคล็ดลับ กลยุทธ์ และข่าวสารล่าสุดของ MLB The Show 26 สามารถ อ่านคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ GAMES.GG เพื่อให้คุณก้าวล้ำนำหน้าเมต้าไปตลอดทั้งฤดูกาล


