NBA The Run เกมบาสเกตบอลสตรีทบอล 3v3 สไตล์อาร์เคดจาก Play by Play Studios เปิดให้เล่นแล้วเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2026 บน PS5, Xbox Series X|S และ PC ผ่านทาง Steam หากคุณเติบโตมากับเกมอย่าง NBA Jam หรือ NBA Street นี่คือเกมบาสเกตบอลที่ใกล้เคียงกับยุคนั้นมากที่สุดในรอบหลายปี โดยเน้นไปที่การเล่นแบบคัดออก (Elimination) ที่รวดเร็ว การใช้ซูเปอร์สตาร์ NBA ตัวจริง และรายชื่อตัวละคร Street Legends ที่เพิ่มมิติเชิงกลยุทธ์เข้ามา นี่คือทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนลงสนาม
NBA The Run มีโหมดการเล่นอะไรบ้าง?
NBA THE RUN มีโหมดการเล่นให้เลือก 3 รูปแบบ ซึ่งทั้งหมดใช้กติกา 3v3 เหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันที่ระดับการควบคุมและความท้าทาย
Knockout Squads คือโหมด Co-op คุณสามารถรวมทีมกับเพื่อน (หากมีที่ว่าง ระบบจะเติม AI ให้) เพื่อไปดวลกับทีมของผู้เล่นคนอื่น นี่เป็นโหมดที่เน้นการเข้าสังคมมากที่สุดและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดหากคุณยังไม่คุ้นเคยกับกลไกของเกม
Knockout Solos จะเปลี่ยนรูปแบบการควบคุมไปโดยสิ้นเชิง คุณสามารถเลือกคุมผู้เล่นเพียงคนเดียวในทีม 3 คน หรือจะคุมทั้ง 3 ตัวละครด้วยตัวเองก็ได้ การเล่นแบบคุมทั้งทีมคนเดียวจะมีความยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่นี่คือวิธีที่จะทำให้คุณเข้าใจจุดแข็งของตัวละครแต่ละตัวได้ลึกซึ้งที่สุด
Tournaments คือโหมดที่กดดันที่สุด แต่ละทัวร์นาเมนต์จะแข่งกัน 4 รอบ โดยแต่ละแมตช์ใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 3 นาที หากแพ้เพียงรอบเดียว การเล่นของคุณจะจบลงทันที ไม่มีโอกาสแก้ตัว ไม่มีสายการแข่งขันใหม่ คุณต้องเริ่มเล่นใหม่ทั้งหมด รูปแบบการคัดออกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้แต่ละรอบจบไวและมีความตื่นเต้นสูง

เลือกโหมดการเล่นก่อนเริ่มทุกครั้ง
Randomized Modifiers ทำงานอย่างไร?
ทุกแมตช์ใน NBA The Run จะมีการสุ่มกฎ (Modifier) ที่จะช่วยบัฟ (Buff) หรือลดความสามารถ (Debuff) ของการกระทำหรือสกิลของผู้เล่นในแมตช์นั้นๆ บางรอบอาจจะให้รางวัลกับการดังก์ที่ดุดัน ในขณะที่รอบถัดไปอาจจะลงโทษการเสียบอล (Turnover) หรือเพิ่มความแม่นยำในการยิงระยะไกล คุณไม่สามารถควบคุมได้ว่า Modifier ไหนจะปรากฏขึ้นมา และนั่นคือหัวใจสำคัญของมัน
นี่คือจุดที่การจัดทีมกลายเป็นเรื่องของกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่การเลือกผู้เล่นที่คุณชอบเพียงอย่างเดียว ผู้เล่นแต่ละคนมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่ชัดเจน และ Modifier เหล่านี้สามารถเสริมสิ่งที่ทีมคุณถนัด หรือเผยให้เห็นจุดอ่อนในทีมของคุณได้ ทีมที่เล่นสไตล์เดียวแบบสุดโต่งจะลำบากทันทีเมื่อเจอ Modifier ที่ลงโทษสไตล์การเล่นนั้น
วิธีที่ฉลาดคือการสร้างทีมที่ครอบคลุมหลายด้าน เพื่อไม่ให้คุณตกเป็นรองเมื่อเจอ Modifier ที่ไม่เป็นใจ การผสมผสานผู้เล่นที่มีทักษะต่างกันจะช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนและทำให้คุณยังคงสู้ได้ไม่ว่ากฎในแมตช์นั้นจะเป็นอย่างไร
ทำความเข้าใจระบบ In the Zone
โมเมนตัม (Momentum) เป็นเรื่องสำคัญใน NBA The Run ระบบ In the Zone จะติดตามผลงานการเล่นของคุณแบบเรียลไทม์ และให้รางวัลหากคุณเล่นได้ดีด้วยการปลดล็อกความสามารถพิเศษ (Signature Abilities) หากคุณทำคอมโบหรือเล่นได้ดีต่อเนื่อง ความสามารถเหล่านี้จะพร้อมใช้งาน ซึ่งสามารถพลิกสถานการณ์ของแมตช์ได้ในการกดใช้เพียงครั้งเดียว
ในทางกลับกัน หากคุณเล่นแบบตั้งรับเกินไปหรือทำพลาดบ่อยๆ ความสามารถเหล่านี้ก็จะถูกล็อกไว้ ระบบนี้กระตุ้นให้คุณเล่นอย่างดุดันและโชว์ทักษะตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ตอนที่คะแนนสูสีกันเท่านั้น
ความสามารถของผู้เล่นแต่ละคนจะมีระดับดาวกำกับ โดยส่วนใหญ่จะเข้าถึงความสามารถระดับ 6 ดาวได้ 2 อย่างเมื่ออัปเกรดถึงขีดสุด การใช้ความสามารถเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพในจังหวะที่เหมาะสมคือความแตกต่างระหว่างชัยชนะและความพ่ายแพ้ในแมตช์ที่สูสี

การเปิดใช้งานความสามารถ In the Zone
รายชื่อผู้เล่นทั้งหมดในช่วงเปิดตัวมีใครบ้าง?
NBA The Run เปิดตัวพร้อมผู้เล่น 32 คน ครอบคลุมสไตล์การเล่นที่หลากหลาย ทั้งซูเปอร์สตาร์ NBA ปัจจุบันและกลุ่มตัวละครพิเศษ Street Legends รายชื่อผู้เล่นทั้งหมดที่ยืนยันในช่วงเปิดตัวมีดังนี้:
จะมีผู้เล่นเพิ่มเติมเข้ามาในช่วงฤดูกาล 2026-27 ดังนั้นรายชื่อจะเพิ่มขึ้นหลังจากเปิดตัวไปแล้ว
Rookie Variants คืออะไรและสำคัญอย่างไร?
Rookie Variants คือเวอร์ชันทางเลือกของผู้เล่น 5 คนที่ดึงมาจากช่วงเริ่มต้นอาชีพของพวกเขา สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสกินภายนอก แต่มาพร้อมกับชุดทักษะที่แตกต่างจากเวอร์ชันปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถตอบสนองต่อ Modifier ได้ต่างออกไปและรับบทบาทในทีมได้หลากหลายขึ้น
ผู้เล่น 5 คนที่มี Rookie Variants ในช่วงเปิดตัวคือ:
- Stephen Curry
- Luka Doncic
- Kevin Durant
- Shai Gilgeous-Alexander
- LeBron James
หากคุณเป็นเจ้าของ Deluxe Edition ($39.99 เทียบกับรุ่นมาตรฐาน $29.99) คุณจะได้รับ Rookie Variants เพิ่มเติม ส่วนรุ่นมาตรฐานจะเป็นเกมตัวหลักโดยไม่มีโบนัสเหล่านี้
สำหรับการเล่นแบบแข่งขัน Rookie Variants จะช่วยเปิดทางเลือกในการจัดทีมที่เวอร์ชันปัจจุบันทำไม่ได้ ตัวอย่างเช่น Rookie Curry อาจจะเข้ากับชุด Modifier ได้ดีกว่าเวอร์ชันปัจจุบัน การทดลองใช้ทั้งสองเวอร์ชันถือว่าคุ้มค่าเมื่อคุณเริ่มชำนาญกลไกหลักของเกมแล้ว ลองดู คู่มือผู้เล่นที่ดีที่สุด ของเราเพื่อดูรายละเอียดว่าควรเลือกใครก่อน
Street Legends แตกต่างจากผู้เล่นทั่วไปอย่างไร?
Street Legends เป็นตัวละครที่มีความโดดเด่นทางกลยุทธ์มากที่สุดในเกม แต่ละคนจะเก่งกาจในด้านหนึ่งเป็นพิเศษ แต่ก็มีจุดอ่อนที่ชัดเจนในอีกด้านเพื่อให้เกิดความสมดุล ความแตกต่างทางกลไกที่สำคัญจากซูเปอร์สตาร์ NBA ทั่วไปคือ Street Legends สามารถใช้ ความสามารถระดับ 6 ดาวได้ 3 อย่าง แทนที่จะเป็น 2 อย่างตามปกติ
ช่องความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาทำให้พวกเขาเก่งกาจมากในทีมที่จัดมาดี แต่ข้อจำกัดที่มีมาให้ในตัวหมายความว่าคุณไม่สามารถแค่เอา Street Legends 3 คนมารวมกันแล้วคาดหวังว่าจะชนะทุกอย่าง คุณต้องคำนึงถึงจุดอ่อนของพวกเขาเวลาจัดทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการสุ่ม Modifier อาจลงโทษจุดอ่อนเหล่านั้น
Bobbito Garcia เป็น Legend เพียงคนเดียวที่ยืนยันแล้วว่ารับหน้าที่เป็นพิธีกร (Emcee) ในเกมด้วย เขาบันทึกเสียงพากย์ไว้กว่า 3,000 ประโยคตลอดระยะเวลากว่า 50 ชั่วโมง ซึ่งน่าจะช่วยให้เสียงพากย์ในเกมไม่รู้สึกซ้ำซากจำเจแม้จะเล่นไปนานแล้วก็ตาม
ระบบ Progression และการปรับแต่งทำงานอย่างไร?
NBA The Run รักษาความยุติธรรมในการแข่งขันโดยทำให้มั่นใจว่าทักษะและความได้เปรียบในสนามจะไม่ถูกล็อกไว้หลังระบบ Progression ทุกสิ่งที่คุณต้องใช้ในการแข่งขันมีให้ตั้งแต่เริ่มเกม ยกเว้น Street Legends ที่ต้องปลดล็อกผ่านการเล่น
สิ่งที่ระบบ Progression จำกัดไว้คือของตกแต่ง (Cosmetics): แอนิเมชัน, ท่าเยาะเย้ย (Taunts), และตัวเลือกรูปลักษณ์ทางเลือก คุณจะได้รับ Cred ผ่านการเล่นเพื่อปลดล็อกไอเทมเหล่านี้ ระบบถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นใหม่และผู้เล่นเก่ามีความเท่าเทียมกันในด้านทักษะ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากในรูปแบบการแข่งขัน 3v3
UI การเลือกทีมยังมีสัญลักษณ์ มงกุฎ ที่จะไฮไลต์ทักษะที่ผู้เล่นคนนั้นเชี่ยวชาญเต็มที่แล้ว ช่วยให้คุณอ่านค่าความสามารถสูงสุดของแต่ละคนได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะตัดสินใจเลือกทีม

สะสม Cred เพื่อปลดล็อกของตกแต่ง
สนามแข่งใน NBA The Run มีอะไรบ้าง?
เกมเปิดตัวพร้อมสนามสตรีทบอล 11 รูปแบบที่ดึงมาจากสถานที่จริงทั่วโลก สไตล์ศิลปะแบบ Cel-shaded ทำให้แต่ละสนามมีคุณภาพเหมือนหนังสือการ์ตูนซึ่งเข้ากับโทนอาร์เคดของเกม สถานที่ที่ยืนยันแล้วได้แก่ Venice Beach, Harlem และ Dongdan
สนามที่โดดเด่นที่สุดคือ The Tenement ซึ่งเป็นสนามที่พื้นชั้นต่างๆ ของตึกรอบๆ ทำหน้าที่เป็นจุดชมวิวสำหรับผู้ชมที่ดูการแข่งขันอยู่ด้านล่าง เป็นรายละเอียดที่เพิ่มบรรยากาศโดยไม่ส่งผลต่อการเล่น
สำหรับเคล็ดลับ การจัดทีม และกลยุทธ์เพิ่มเติมเมื่อเกมมีการอัปเดต สามารถดูได้ที่ คลังคู่มือ NBA THE RUN ซึ่งครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่การเลือกผู้เล่นไปจนถึงกลยุทธ์ในทัวร์นาเมนต์
NBA The Run น่าซื้อไหม?
ด้วยราคา $29.99 สำหรับรุ่นมาตรฐาน NBA The Run ถือว่าอยู่ในระดับราคาที่เหมาะสมกับขอบเขตของเกม แนวเกมบาสเกตบอลสไตล์อาร์เคดแทบจะหายไปจากตลาดมาหลายปีแล้ว และ Play by Play Studios ก็กำลังรุกเข้าสู่พื้นที่ที่ NBA Jam และ NBA Street เคยครอบครองอยู่
การผสมผสานระหว่างความยาวแมตช์ที่สั้น โครงสร้างทัวร์นาเมนต์แบบคัดออก Modifier ที่สุ่มขึ้นมา และรายชื่อผู้เล่นที่มีความหลากหลายทางกลไก ทำให้เกมนี้มีเสน่ห์แบบ "ขออีกสักรอบ" เหมือนกับเกมอาร์เคดที่ดีที่สุด ส่วนจะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับการขยายรายชื่อผู้เล่นและเนื้อหาตามฤดูกาลที่จะตามมา แต่รากฐานของเกมนี้ถือว่าแข็งแกร่งมาก
หากคุณชอบ เกมกีฬา ที่เล่นจบไวและมีความลึกในการแข่งขัน NBA The Run เป็นเกมที่น่าลองตั้งแต่เปิดตัว


