Sprites (สไปรท์) คือกลไกสำคัญที่สุดของ Fortnite Chapter 7 Season 3 ซึ่งความแตกต่างระหว่างการเลือก Companion (คู่หู) ที่ใช่กับตัวที่ไร้ประโยชน์นั้นถือว่ามหาศาลมาก ด้วยจำนวน Sprite ทั้งหมด 16 ตัวที่แบ่งระดับความหายากตั้งแต่ Rare, Epic, Legendary ไปจนถึง Mythic การจะตัดสินใจว่าตัวไหนคุ้มค่าที่จะพกเข้าแมตช์นั้นต้องอาศัยการทำการบ้านพอสมควร คำตอบสั้นๆ ก็คือ: Striker Sprite, Demon Sprite, Ghost Sprite และ Zero Point Sprite คือตัวท็อปที่ยืนหนึ่ง ส่วนตัวอื่นๆ ที่เหลือก็มีเหตุผลที่ทำให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า
สรุป Tier List แบบภาพรวม
ข้อมูลนี้บอกอะไรเราได้หลายอย่างเกี่ยวกับทิศทางของ Chapter 7 Season 3 โดย Sprite ระดับ S ทุกตัวล้วนตอบโจทย์สิ่งที่สำคัญในทุกแมตช์ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนที่ (Movement), การเอาตัวรอด (Survivability), การป้องกันขณะฮีล และการปรับตำแหน่ง (Repositioning) ยิ่งคุณไล่ลงไปในลิสต์มากเท่าไหร่ ความสามารถก็จะยิ่งเฉพาะทางหรือเป็นลูกเล่นที่ใช้งานยากขึ้นเท่านั้น
ทำไม Sprite ระดับ S ถึงเหนือชั้นกว่าตัวอื่น
Striker Sprite คือคู่หูที่ดีที่สุดในเกมตอนนี้ บัฟ Overdrive ของมันจะทำงานทุกครั้งที่คุณ Mantle, Hurdle หรือ Wall Scramble ซึ่งหมายความว่ามันจะทำงานอยู่ตลอดเวลาในทุกการปะทะ เมื่อถึงเลเวล 5 เอฟเฟกต์ Overdrive จะอยู่ได้นาน 10 วินาที และเนื่องจากคุณสามารถทำคอมโบ Mantle ต่อเนื่องเพื่อรีเฟรชบัฟได้ตลอด Striker Sprite จึงเปลี่ยนการเคลื่อนที่พื้นฐานให้กลายเป็นความได้เปรียบด้านความเร็วอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะใช้หนีพายุหรือบุกเข้าใส่ใน Box Fight ก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน
Demon Sprite คือตัวเลือกหลักสำหรับสายบุก ทุกครั้งที่กำจัดศัตรูได้ (Elimination) มันจะฟื้นฟูเลือดและเกราะผ่านเอฟเฟกต์ Siphon โดยสเกลจาก 10 HP ที่เลเวล 1 ไปจนถึง 30 ที่เลเวล 5 กลไก Siphon เป็นสิ่งที่ผู้เล่นระดับแข่งขันใน Fortnite ใช้กันมานานหลายปี และการที่มันผูกติดกับช่องใส่ Sprite แทนที่จะเป็นโหมดจำกัดเวลา ทำให้ตัวนี้เป็นหนึ่งในคู่หูที่มีค่าที่สุดและเสถียรที่สุดเท่าที่มี
Ghost Sprite ให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่บริหารจัดการจังหวะการรีโหลดกระสุนได้ดี การรีโหลดอาวุธจะทำให้คุณล่องหนชั่วขณะ โดยเริ่มที่ 3 วินาทีและสูงสุดถึง 5 วินาทีที่เลเวล 5 ซึ่งนานพอที่จะทำให้ศัตรูหลุดเป้า ปรับตำแหน่ง หรือหนีออกจากกล่องได้ แม้จะไม่ใช่สกิลที่หวือหวา แต่ในเกมที่การโดนจับได้ระหว่างรีโหลดหมายถึงความตาย Ghost Sprite จะเปลี่ยนจุดอ่อนให้กลายเป็นเครื่องมือช่วยชีวิตได้
ระดับ A: มีประโยชน์จริง แต่เปลี่ยนสลับได้
Earth Sprite ได้อยู่ในระดับ A เพราะความคุ้มค่าในช่วงต้นเกม มันเพิ่มโอกาสในการพบไอเทมระดับ Epic และ Legendary จากหีบสมบัติทั่วไป โดยสเกลจากโบนัส 10% ที่เลเวล 1 ไปจนถึง 20% ที่เลเวล 5 หากคุณดรอปพร้อมกับตัวนี้ คุณจะมีของดีติดตัวเข้าสู่ช่วงกลางเกมได้ดีกว่าคนส่วนใหญ่ในล็อบบี้ แต่ข้อเสียคือเมื่อจัดของครบแล้วมันจะกลายเป็นภาระ ดังนั้นการสลับออกกลางแมตช์จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
Fishy Sprite ทำหน้าที่เป็นตัวเลือกด้านความคล่องตัว โดยเพิ่มความเร็วในการว่ายน้ำสูงสุด 200% ที่เลเวล 5 พร้อมมอบบัฟความเร็วเคลื่อนที่ 50% ทุกครั้งที่คุณได้รับความเสียหาย ความน่าสนใจอยู่ที่บัฟความเร็วที่ทำงานเมื่อโดนยิงนี่แหละ เพราะมันทำให้คุณยิงโดนยากขึ้นเมื่อถูกโจมตี สำหรับ Sprite ระดับ Rare ถือว่าคุ้มค่ามาก
TheBurntPeanut Sprite คือตัวแปรสำคัญของระดับ A มันเป็นคู่หูระดับ Mythic ที่สร้างตามสตรีมเมอร์ชื่อดัง และจะดรอปไอเทมโบนัสเมื่อกำจัดศัตรูได้ด้วยโอกาส 60% ที่เลเวล 5 รวมถึงโอกาส 10% ในการสุ่มได้ไอเทมระดับ Mythic แม้ปัจจัยเรื่องดวง (RNG) จะทำให้มันไม่ถึงระดับ S แต่ผลตอบแทนที่ได้นั้นคุ้มค่าจริง
Fire Sprite จะสร้างระเบิดไฟใส่ศัตรูหลังจากที่คุณทำความเสียหายต่อเนื่อง โดยเกณฑ์การทำงานจะลดลงจาก 150 ดาเมจที่เลเวล 1 เหลือเพียง 50 ที่เลเวล 5 ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้เล่นที่ชอบกดดันและบีบให้ศัตรูออกจากที่กำบัง ส่วน Boss Sprite ปิดท้ายระดับ A ด้วยการเพิ่ม HP และเกราะสูงสุด 25 หน่วยที่เลเวล 5 ซึ่งเป็นการเพิ่มความอึดแบบตรงไปตรงมาที่ดรอปการันตีจากบอสทุกตัว
จุดอ่อนของ Sprite ระดับ B
ระดับ B เต็มไปด้วย Sprite ที่มีคอนเซปต์น่าสนใจแต่ใช้งานจริงได้ไม่ดีนัก Duck Sprite ช่วยฟื้นฟูเลือดและเกราะด้วยการ Emote หรือ Jam ซึ่งฟังดูดีจนกระทั่งคุณนึกขึ้นได้ว่าการหยุด Emote กลางไฟต์คือการเรียกความตาย Dream Sprite จะระเบิดเป็นไอเทมระดับ Legendary ที่เลเวล 5 ทำให้เป็นเครื่องมือฟาร์มของที่สนุกแต่ไร้ประโยชน์ในการต่อสู้ ส่วน King Sprite เพิ่มดาเมจจอบ (Pickaxe) เป็น 120 ต่อการฟาด ซึ่งแทบไม่มีประโยชน์เลยนอกจากเอาไว้เล่นขำๆ
Grim Sprite น่าผิดหวังที่สุดในกลุ่มนี้เมื่อเทียบกับสถานะ Mythic มันจะทำเครื่องหมายศัตรูที่โจมตีคุณ ซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่มีประโยชน์ แต่ผลตอบแทนที่ได้ไม่คุ้มค่ากับความยากในการตามหา Aura Sprite จะมอบชาร์จ Shock Rock หลังจากทำดาเมจได้มากพอ ซึ่งจะน่าสนใจกว่านี้ถ้า Chapter 7 Season 3 ไม่ได้มีตัวเลือกด้านความคล่องตัวเยอะอยู่แล้ว
ระดับ C: ทิ้งไว้ที่พื้นนั่นแหละ
Water Sprite จะฟื้นฟูเกราะให้คุณขณะยืนอยู่ในน้ำ ซึ่งใช้งานได้ดีในบางสถานการณ์แต่ไร้ประโยชน์ในการแข่งขัน หากวงสุดท้ายไม่ได้จบใกล้แหล่งน้ำ คุณก็แค่แบกความสามารถติดตัวที่ไม่มีวันได้ใช้งาน ก็แค่นั้นเอง
Punk Sprite คือ Sprite ที่วุ่นวายที่สุดในเกม และไม่ใช่ในทางที่ดี มันเป็นระดับ Legendary ที่ไม่ทำอะไรเลยหากเลเวลต่ำกว่า 4 และต่อให้เลเวล 5 แล้ว ก็ยังมอบกระสุนไม่จำกัดแค่เป็นครั้งคราวเท่านั้น คำอธิบายในเกมของมันแทบจะเตือนคุณอยู่แล้วว่ามันอาจไม่ทำอะไรเลย สำหรับการฟาร์มที่ต้องใช้เพื่ออัปเลเวล Sprite ระดับ Legendary ถือว่าไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
วิธีหา Sprite ที่ดีที่สุดมาครอบครอง
ระบบ Extraction คือสิ่งที่ทำให้ Chapter 7 Season 3 แตกต่างจากระบบ Sprite ใน Chapter 6 คุณต้องค้นหา Sprite ในแผนที่ นำมันไปยังจุด Extraction และรอจนครบเวลาเพื่อเก็บเข้าคอลเลกชันถาวร หากคุณถูกกำจัดในขณะที่พกมันอยู่ คุณจะเสียมันไป ดังนั้นการบริหารความเสี่ยงจึงสำคัญมาก Sprite Dust ซึ่งหาได้จากการสำรวจหีบ การกำจัดศัตรู และการทำ Extraction คือสกุลเงินที่คุณต้องใช้เพื่อเรียก Sprite ที่สะสมไว้มาใช้ในแมตช์ต่อๆ ไป
สำหรับรายละเอียดสถิติความสามารถตามเลเวลและตำแหน่งที่พบ Sprite แต่ละตัว สามารถดูได้ที่ คู่มือ Fortnite sprite tier list ซึ่งครอบคลุมข้อมูลคู่หูทุกตัวอย่างละเอียด หากคุณยังงงกับลูปการ Extraction สามารถดู คู่มือวิธี Extract Sprites ที่จะแนะนำขั้นตอนทั้งหมดในการหา Sprite Dust และการสร้างคอลเลกชันของคุณ และสามารถดูแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมของ Fortnite Chapter 7 Season 3 ได้ที่ ศูนย์รวมคู่มือ Fortnite







