Jean Pierre Kellams ไม่เห็นด้วยกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ DLSS 5 โดย Lead Producer จาก Epic Games ผู้นี้ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเพื่อโต้กลับกลุ่มคนที่เชื่อว่า NVIDIA's DLSS 5 กำลังทำลายเจตจำนงทางศิลปะ (artistic intent) ในเกม ซึ่งเขาก็ได้พูดถึงประเด็นนี้แบบตรงไปตรงมา
ข้อโต้แย้งของ Kellams นั้นเรียบง่าย หากภาพที่เห็นถูกนำเสนอว่าเป็นผลลัพธ์จากฮาร์ดแวร์ยุคถัดไป (next-gen hardware) แทนที่จะเป็นการอัปสเกลด้วย AI ปฏิกิริยาของผู้คนคงจะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง "ถ้าสิ่งนี้ถูกเปิดตัวในฐานะฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ที่ไม่ใช่ AI พวกคุณคงจะตื่นเต้นกันสุดๆ ไปแล้ว" เขากล่าว พร้อมชี้ให้เห็นถึงอคติที่ฝังรากลึกในวิธีที่เกมเมอร์ตอบสนองต่อเทคโนโลยีที่แปะป้ายว่าเป็น AI เมื่อเทียบกับกราฟิกที่เรนเดอร์แบบดั้งเดิม

ส่วนลดพิเศษสำหรับเกม
ลดสูงสุด 80% สำหรับเกม
ข้อโต้แย้งเรื่อง 'ทิศทางศิลป์' ถูกตีกลับอย่างหนัก
ข้อวิจารณ์ที่วนเวียนอยู่เสมอเกี่ยวกับเครื่องมืออัปสเกลด้วย AI รวมถึง DLSS 5 คือการที่มันสร้าง visual artifacts หรือความไม่สอดคล้องทางสไตล์ที่ขัดกับภาพลักษณ์ที่เกมตั้งใจไว้ ผู้เล่นและนักวิจารณ์บางส่วนมองว่าการปล่อยให้ AI มาเติมเต็มรายละเอียดกราฟิกนั้น เท่ากับเป็นการพรากการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์ไปจากมือของศิลปิน
Kellams มองว่าข้อโต้แย้งนี้ฟังไม่ขึ้นเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ในมุมมองของเขา คุณไม่สามารถอ้างได้ว่าเทคโนโลยีนี้ลดทอนเจตจำนงทางศิลปะ เว้นแต่ว่าตัวผู้กำกับหรือศิลปินจะเป็นคนออกมาพูดด้วยตัวเอง การตั้งสมมติฐานถึงผลเสียโดยไม่มีการยืนยันนั้นเป็นเพียงการคิดไปเองทั้งสิ้น
นี่คือการแบ่งแยกประเด็นที่ชัดเจน ซึ่งเป็นการผลักภาระการพิสูจน์กลับไปที่ฝั่งนักวิจารณ์ว่า หากไม่มีใครในฝั่งทีมสร้างสรรค์ออกมาแสดงความกังวล ข้อโต้แย้งเรื่อง "ทิศทางศิลป์" (art direction) ก็เป็นเพียงการคาดเดาเสียส่วนใหญ่
ทำไมป้ายกำกับ AI ถึงเปลี่ยนทุกอย่าง
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกระแสตอบรับต่อ DLSS 5 คือตัวเทคโนโลยีเองไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ แต่เป็นสิ่งที่มันเป็นตัวแทนต่างหาก ภาพที่สร้างขึ้นหรือได้รับความช่วยเหลือจาก AI กำลังเผชิญกับอคติในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และวงการเกมก็ไม่ได้รับการยกเว้นจากเรื่องนี้
Kellams กำลังสื่อว่าอคติเหล่านี้คือปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังกระแสต่อต้าน ผลลัพธ์ทางภาพของ DLSS 5 นั้นน่าประทับใจมากพอที่จะได้รับคำชมมากกว่าความสงสัย หากปราศจากแบรนด์ AI มาแปะไว้ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าขบคิด โดยเฉพาะเมื่อผลลัพธ์ที่ได้นั้นเห็นผลชัดเจนในขณะเคลื่อนไหว
ความคิดเห็นของ Kellams มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบของ DLSS 5 ต่อทิศทางศิลป์โดยเฉพาะ ไม่ใช่การถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับงานศิลปะที่สร้างโดย AI หรือเนื้อหาที่เขียนโดย AI ในเกม ซึ่งเป็นประเด็นแยกต่างหากที่มีข้อพิจารณาที่แตกต่างกัน
ในเชิงเทคนิค DLSS 5 ใช้การเรนเดอร์ผ่านโครงข่ายประสาทเทียม (neural rendering) เพื่อสร้างและปรับปรุงเฟรมภาพ ทำให้ความคมชัดของภาพสูงกว่าที่การเรนเดอร์แบบ native จะทำได้บนฮาร์ดแวร์เดียวกัน สิ่งสำคัญคือศิลปินยังคงเป็นผู้สร้างและกำหนดทิศทางของวัตถุดิบต้นฉบับอยู่ AI ไม่ได้เป็นคนออกแบบด่านหรือเลือกโทนสี แต่มันทำหน้าที่ประมวลผลหนักๆ เพื่อให้สิ่งที่ศิลปินสร้างขึ้นมานั้นดูคมชัดและรันเกมได้ลื่นไหลขึ้น
บทสรุปของการถกเถียงนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป
Kellams เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมที่ออกมาแสดงจุดยืนนี้อย่างเปิดเผย แต่เขาน่าจะไม่ใช่คนสุดท้าย เมื่อ DLSS 5 ถูกนำไปใช้ในเกมมากขึ้นและผู้เล่นได้สัมผัสประสบการณ์จริง บทสนทนาจะเปลี่ยนจากการตั้งข้อสังเกตเชิงทฤษฎีไปสู่การเปรียบเทียบจากการใช้งานจริง
การที่ชุมชนเกมเมอร์ในวงกว้างจะเปลี่ยนมาเห็นด้วยกับเขาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเทคโนโลยีนี้มีประสิทธิภาพเพียงใดในการใช้งานจริงกับเกมที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่ในเดโมที่นำมาโชว์เท่านั้น อย่าลืมติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:








