Resonance: A Plague Tale Legacy จะวางจำหน่ายในวันพรุ่งนี้ 27 สิงหาคม บน PlayStation, Xbox และ PC ในราคา $59.99 โดยกระแสตอบรับเบื้องต้นยกให้เป็นภาคที่แข็งแกร่งที่สุดของซีรีส์นับตั้งแต่ภาคแรก ตัวเกมดำเนินเรื่องบนซากปรักหักพังของเกาะ Crete ในยุคโบราณ ซึ่งเป็นภาค Prequel ที่เล่าเรื่องราวก่อน A Plague Tale: Requiem โดยเน้นไปที่ตัวละครที่ผู้เล่นเคยพบเจอมาแล้วในภาคดังกล่าว
ตัวเอกคนใหม่กับเรื่องราวที่คุ้นเคย
เกมนี้มี Sophia พันธมิตรของ Amicia และ Hugo จากภาค Requiem เป็นตัวละครหลัก ซึ่งจะมาบอกเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดของเธอที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ Macula เธอออกตามหาสมบัติที่สาบสูญและยารักษาที่พ่อของเธอเคยตามหาจนตัวตาย ในขณะที่ต้องหลบหนีจากทหารยุโรปที่กำลังไล่ล่า ฉากหลังของเกมคือเกาะ Crete ที่สร้างขึ้นจากซากปรักหักพังในตำนานของ Daedalus ซึ่งงานออกแบบโลกยังคงถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ที่เสื่อมโทรมตามแบบฉบับของซีรีส์นี้ได้อย่างดีเยี่ยม
สิ่งที่ทำให้เนื้อเรื่องโดดเด่นคือการที่เกมร้อยเรียงตำนานของ Theseus and the Minotaur เข้ามาได้อย่างแนบเนียน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ฉาก Flashback ทั่วไป แต่ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนด้านมืดในเรื่องราวของ Sophia และตัว Minotaur เองก็เป็นศัตรูที่น่าจดจำที่สุดของเกม โดยมีการกล่าวกันว่าการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายนั้นเหนือกว่าฉากจบของภาค Innocence ไปไกลเลยทีเดียว
งานออกแบบปริศนาคือจุดขายที่แท้จริง
ต้องบอกว่ากลไกการแก้ปริศนาด้วยแสงจากภาค Innocence ถือเป็นหนึ่งในไอเดียที่ดีที่สุดของซีรีส์ และ Resonance ก็ได้ต่อยอดมันไปอีกขั้น ระบบใหม่ประกอบด้วยปริศนาเรขาคณิตแบบปริซึม (prismatic geometry) และเครื่องมือคล้ายไฟฉายโบราณที่ใช้เป็นอาวุธต่อกรกับศัตรูที่ติดเชื้อได้ด้วย ผู้เล่นที่ชื่นชอบการแก้ปริศนาสภาพแวดล้อมในเกมระดับตำนานอย่าง Tomb Raider จะรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ระดับความยากของเกมอยู่ในเกณฑ์ที่กำลังดี ปริศนาส่วนใหญ่ต้องอาศัยความใจเย็นและการสังเกตมากกว่าการสุ่มลองผิดลองถูกแบบ Brute-force ซึ่งถือเป็นสมดุลที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเกมสไตล์นี้
จุดที่ระบบต่อสู้ยังทำได้ไม่ดีนัก
Sophia ต่อสู้ด้วยอาวุธระยะประชิดแทนที่จะเป็นอาวุธระยะไกลเหมือน Amicia ซึ่งระบบต่อสู้ถือเป็นส่วนที่อ่อนที่สุดของเกม กลไกการเปลี่ยน Stance ทำให้คนนึกถึง Ghost of Tsushima ได้ไม่ยาก แต่กลับขาดความลื่นไหลในระดับเดียวกัน การเผชิญหน้ากับทหารซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเกมจึงอาจทำให้รู้สึกอืดอาดไปบ้าง
ระบบอัปเกรดเชื่อมโยงการสำรวจเข้ากับการพัฒนาความสามารถในการต่อสู้โดยตรง ซึ่งอย่างน้อยก็ช่วยให้พื้นที่แบบ Open-section มีความหมายมากขึ้น ยิ่งสำรวจมาก Sophia ก็ยิ่งเก่งขึ้นในการต่อสู้ ถือเป็นการออกแบบที่สมเหตุสมผล แม้จะไม่ได้แก้ปัญหาความรู้สึกในการต่อสู้ระยะประชิดได้ทั้งหมดก็ตาม
อีกประเด็นหนึ่งคือ อัปเกรดที่ได้รับในฐานะ Sophia จะไม่ส่งผลต่อ Theseus ในช่วงฉาก Flashback ดังนั้นผู้เล่นอาจต้องปรับสไตล์การเล่นแบบกะทันหันในช่วงดังกล่าว
ทิศทางของซีรีส์ในอนาคต
แฟรนไชส์ A Plague Tale มักจะอยู่ในกลุ่มเฉพาะ (niche) ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเกมแอ็กชันฟอร์มยักษ์กับเกมที่เน้นเนื้อเรื่องขนาดเล็ก ซึ่ง Resonance เลือกที่จะยึดมั่นในตัวตนนี้แทนที่จะวิ่งไล่ตามสเกลของคู่แข่ง ผลลัพธ์ที่ได้คือเกมที่มีจุดโฟกัสชัดเจน มีเนื้อเรื่องที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง และงานออกแบบปริศนาที่สร้างเอกลักษณ์ทางกลไกให้กับซีรีส์ได้อย่างชัดเจน
สำหรับผู้เล่นที่ข้ามภาค Requiem ไป ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า Resonance สามารถเล่นแบบ Standalone ได้เลย แม้ว่าการเชื่อมโยงกับเรื่องราวของ Amicia และ Hugo จะช่วยเพิ่มบริบทที่น่าสนใจก็ตาม โลกของแฟรนไชส์นี้กำลังขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด และการตั้งฉากบนเกาะ Crete ก็เป็นการเปิดพื้นที่ตำนานที่ซีรีส์นี้ไม่เคยแตะต้องมาก่อน
สำหรับบทสรุปฉบับเต็มและไกด์แก้ปริศนาเมื่อชุมชนผู้เล่นเริ่มลุยเกมหลังวางจำหน่าย สามารถตรวจสอบได้ที่คอลเลกชัน A Plague Tale: Requiem guides และคอยติดตามศูนย์รวม gaming guides ของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป







