DAVE THE DIVER เป็นเกมที่ขึ้นชื่อเรื่องการฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ด้วยการผสมผสานทั้งการดำน้ำ (Scuba diving), การบริหารร้านซูชิ และมินิเกมที่มีให้เล่นเยอะจนจุใจเหมือนตลับเกม Nintendo DS สำหรับคอนเทนต์แพ็กใหม่ในชื่อ In the Jungle จากค่าย Mintrocket ก็ยังคงรักษามาตรฐานเดิมไว้ได้ในฉากหลังที่แปลกตาไปจากเดิม โดยวางจำหน่ายในราคาเพียง $10 เท่านั้น
บอกตามตรงว่าราคาแค่นี้ถือว่าน่าตกใจมาก ตอนแรกที่เห็นก็นึกว่าเป็นแค่คอนเทนต์เสริมให้เล่นแก้ขัดช่วงสุดสัปดาห์ มีปลาใหม่ให้จับนิดหน่อย หรืออาจจะมีสูตรอาหารใหม่ให้ Bancho ได้โชว์ฝีมือ แต่สิ่งที่ได้รับจริงๆ คือคอนเทนต์กว่า 25+ ชั่วโมงที่เพิ่มระบบ Turn-based combat (การต่อสู้แบบสลับเทิร์น), แผนที่หมู่บ้านสไตล์ Stardew Valley, การตกปลาด้วยเบ็ด (Rod-and-reel fishing), การแข่งด้วง, การล่าสัตว์ปีก, ฉากไล่ล่าด้วยรถยนต์ และดันเจี้ยนวัดโบราณที่เต็มไปด้วยปริศนาผลักบล็อก จนถึงจุดหนึ่งคุณจะเลิกแปลกใจและเริ่มขำกับความเยอะของมันแทน
จากมหาสมุทรสู่ทะเลสาบในป่าลึก สูตรสำเร็จที่ยังคงความสนุก
การดำเนินเรื่องยังคงสไตล์คลาสสิกของ Dave: เพื่อนซี้อย่าง Dr. Bacon โทรมาตามให้ไปตรวจสอบซากไดโนเสาร์ที่ถูกซัดขึ้นมาเกยตื้นข้างทะเลสาบในหมู่บ้านห่างไกล ซึ่ง Dave ก็ตอบตกลงตามระเบียบ ส่วน Bancho ก็ตามมาสมทบและเริ่มเปิดครัวทันที คราวนี้เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบจากแหล่งน้ำจืดแทนปลาทะเล แม้จะไม่มีเมนูซูชิดิบเหมือนเคย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฝีมือของ Bancho ตกลงเลยแม้แต่น้อย มีสูตรอาหารใหม่ๆ นับสิบที่ต้องนำไปย่าง รมควัน และวิจัยตลอดการเล่น
ลูปการเล่นแบบ Daily dive (การดำน้ำรายวัน) ยังคงมีอยู่เหมือนในเกมหลัก แต่ Dave ได้รับอาวุธใหม่ที่เรียกว่า Jungle Gun มาช่วยเพิ่มสีสัน โดยสามารถสลับโหมดระหว่างปืนสไนเปอร์, ลูกซอง, ปืนตาข่าย และปืนไรเฟิลจู่โจมได้ทันที ซึ่งฟังดูอาจจะดูเกินจำเป็นไปหน่อยจนกระทั่งคุณได้เจอกับฝูงจระเข้ยักษ์และฝูงปิรันย่าในทะเลสาบ ยิ่งดำลึกลงไปเท่าไหร่ ความแปลกประหลาดและอันตรายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งนี่คือสิ่งที่ผู้เล่นหลงรักจาก Blue Hole ในภาคแรกนั่นเอง
สิ่งที่ผู้เล่นหลายคนอาจมองข้ามไปในช่วงแรกคือโลกบนบกที่เปลี่ยนไปมาก ในเกมหลักเราจะแบ่งโซนชัดเจนคือ ดำน้ำ, ทำร้านอาหาร, แล้วก็นอน แต่ใน In the Jungle ทุกอย่างถูกนำมาผสมผสานกัน หมู่บ้านถูกนำเสนอในมุมมองแบบ Top-down คล้ายกับ Stardew Valley ทำให้คุณสามารถเดินจากกระท่อมที่ปรับแต่งได้ของ Dave ออกไปตามถนน เก็บสมุนไพรและแร่ ตัดไม้เพื่อทำเฟอร์นิเจอร์ พูดคุยกับชาวบ้าน และเดินตรงไปที่ทะเลสาบเพื่อเตรียมตัวออกลุยได้เลย ทำให้ทั้งวันของคุณไหลลื่นเป็นประสบการณ์เดียวกัน แทนที่จะเป็นโหมดที่แยกขาดจากกัน
ระบบ Turn-based combat และเซอร์ไพรส์มากมายในป่าลึก
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาและถือเป็นหัวใจสำคัญคือตัวป่าเอง Dave จะต้องออกสำรวจเส้นทางที่แตกแขนงไปพร้อมกับ Cobra เพื่อนร่วมทางสายบู๊ที่ชอบใช้ไดนาไมต์และปืนไรเฟิลไฟ รวมถึง Muna นักประดิษฐ์อุปกรณ์ การเผชิญหน้ากับแมงมุมยักษ์, กบพิษ, ลิงบาบูนสุดโหด และงูยักษ์ จะเป็นรูปแบบ Turn-based combat ที่เพิ่มระบบ Timing เข้ามา หากกดปุ่มได้ถูกจังหวะก็จะทำโบนัสความเสียหายหรือบล็อกการโจมตีได้ ระบบนี้ไม่ซับซ้อนจนทำให้เกมหน่วง แต่ก็ลึกพอที่จะทำให้การสู้กับบอสสนุกอย่างแท้จริง
ในหมู่บ้านมีตัวละครใหม่กว่า 30 ตัว แต่ละตัวจะมีค่าความสัมพันธ์ (Disposition meter) ที่ตอบสนองต่อวิธีที่คุณปฏิสัมพันธ์ด้วย พวกเขาอ่านมังงะ ฟังเพลงสตรีมมิ่ง และใช้โทรศัพท์มือถือทั้งที่อาศัยอยู่ในกระท่อมกลางป่า การจะเอาชนะใจพวกเขาต้องใช้ความอดทนและการสังเกต เพื่อเรียนรู้ว่าแต่ละคนให้คุณค่ากับอะไร แทนที่จะแค่สแปมไอเทมของขวัญให้ ซึ่งผลตอบแทนที่ได้ โดยเฉพาะกับตัวละครที่จีบยากๆ นั้นให้ความรู้สึกที่อบอุ่นใจจริงๆ
จำนวนมินิเกมนั้นแทบจะนับไม่ถ้วน การแข่งด้วงใช้ระบบเป่ายิ้งฉุบ การล่าสัตว์ปีกให้ความรู้สึกเหมือนเกม Duck Hunt บนเครื่อง NES นักดนตรีในหมู่บ้านจะชวนคุณไปเล่นเกมแนวจังหวะ (Rhythm game) มีระบบแอปมือถือที่แปลงการเคลื่อนไหวในเกมของคุณให้กลายเป็นเลเวลของดอกไม้เสมือนจริง ยังไม่รวมถึงการเรียงบล็อก, ตกปลาในบ่อ และปริศนาในวัดโบราณ Mintrocket ขยันเพิ่มระบบใหม่ๆ เข้ามาเหมือนที่นักพัฒนาบางคนเพิ่มหน้าโหลดเกม คือใส่มาเรื่อยๆ แบบไม่เกรงใจใคร
สิ่งที่ DLC ทำได้ดีกว่าที่เกมหลักเคยปูทางไว้
หัวใจสำคัญของ In the Jungle คือการทำให้ Dave รู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ แทนที่จะแค่สลับโหมดการเล่นไปมา การได้เดินออกจากกระท่อมในตอนเช้าโดยไม่มีแผนที่แน่นอน ได้บังเอิญเจอชาวบ้านที่มีเควสต์ย่อยให้ทำ แล้วจบลงด้วยการไล่ล่าด้วยรถยนต์ก่อนจะถึงเวลาเปิดร้านอาหาร ความรู้สึกไหลลื่นแบบ Organic นี้หาได้ยาก เกมส่วนใหญ่ที่พยายามยัดเยียดระบบต่างๆ เข้ามามักจะจบลงด้วยการเป็นแค่รายการสิ่งที่ต้องทำ (Checklist) แต่ In the Jungle หลีกเลี่ยงจุดนั้นได้เพราะตัว Dave เองคือจุดเชื่อมโยงของทุกอย่าง
บุคลิกของ Dave ช่วยแบกเกมได้เยอะมาก เขาพร้อมพุ่งเข้าใส่การต่อสู้กับสัตว์ประหลาดในทะเลสาบและนักล่าในป่า แล้วก็พร้อมจะยกความดีความชอบให้คนรอบข้างทันที ความสมดุลระหว่างความเก่งกาจและความถ่อมตัวนี้ทำให้มิตรภาพทุกอย่างในหมู่บ้านดูสมเหตุสมผลและน่าประทับใจ
ด้วยราคา $10 ถือว่า In the Jungle เป็น DLC ที่คุ้มค่าที่สุดตัวหนึ่งในรอบปี สำหรับผู้เล่นที่ไม่ชอบแนวเกมที่เปลี่ยนไปมาตั้งแต่ภาคหลักอาจจะไม่ถูกใจนัก แต่สำหรับใครที่ชอบความหลากหลายแบบไม่หยุดหย่อนของเกมต้นฉบับ คุณจะได้รับประสบการณ์แบบเดิมเพิ่มเติมคือไอเดียใหม่ๆ ที่สดใหม่กว่าเดิม อย่าลืมแวะไปดู คลังไกด์ DAVE THE DIVER ก่อนจะลุยเข้าป่า โดยเฉพาะถ้าคุณอยากตามหาเบ็ดตกปลาตั้งแต่เนิ่นๆ และสำหรับเคล็ดลับอื่นๆ ในคลังเกมของคุณ สามารถเข้าไปดูได้ที่ ศูนย์รวมไกด์เกม ได้เลย








