คอมมูนิตี้ของ Nintendo กำลังมีคำถามมากมาย และใน Nintendo Life mailbag ฉบับล่าสุด (ฉบับที่ 38) ได้หยิบยก 3 ประเด็นสำคัญขึ้นมาพูดคุย: อนาคตของ Super Smash Bros. จะเป็นอย่างไร, Mouse Mode บน Switch 2 จะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน และคำว่า "การปฏิวัติ" (Revolution) ของ Nintendo ในทางปฏิบัติแล้วหมายถึงอะไรกันแน่?
คำถามเหล่านี้ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในรูปแบบข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป แต่ต้องอาศัยการตีความจากสิ่งที่ Nintendo เคยทำ สิ่งที่ยังไม่ได้ทำ และสิ่งที่เหล่าเกมเมอร์กำลังเฝ้ารอคอย

รับสิทธิ์สมาชิก GTA+ ฟรี 1 เดือนเมื่อสั่งซื้อล่วงหน้า
สั่งซื้อล่วงหน้า GTA 6 ได้แล้ววันนี้
คำถามเรื่อง Smash ที่ยังไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจนได้
Super Smash Bros. Ultimate เปิดตัวในปี 2018 และครองตำแหน่งเวอร์ชันที่เป็นที่สุดของแฟรนไชส์มานานหลายปี ด้วยจำนวนตัวละคร (Roster) ที่เพิ่มขึ้นจนทะลุ 80 ตัว คำถามในตอนนี้คือ Nintendo จะต่อยอดจากฐานเดิมบน Switch 2 หรือจะเริ่มนับหนึ่งใหม่ด้วยจำนวนตัวละครที่น้อยลงและกระชับขึ้น พร้อมกับระบบการเล่น (Mechanics) ใหม่ๆ
ความจริงก็คือ ทั้งสองทางเลือกมีความเสี่ยงที่ชัดเจน การทำภาคต่อโดยตรงที่พยายามรักษาจำนวนตัวละครให้เท่ากับ Ultimate จะต้องเจอกับค่าลิขสิทธิ์และต้นทุนการพัฒนาที่มหาศาล ส่วนการรีบูตแบบ Soft reboot ที่ลดจำนวนตัวละครลง ก็อาจเจอกับกระแสต่อต้านจากผู้เล่นที่ใช้เวลาหลายปีในการปลดล็อกและฝึกฝนตัวละครเหล่านั้นจนเชี่ยวชาญ ซึ่งในขณะนี้ Nintendo ยังไม่ได้ยืนยันข้อมูลใดๆ อย่างเป็นทางการ ทำให้คอมมูนิตี้ยังคงทำในสิ่งที่ทำเป็นประจำ นั่นคือการคาดเดากันไปต่างๆ นานา
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มองข้ามในประเด็นนี้คือ ตัว Engine อาจจะเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า ฮาร์ดแวร์ของ Switch 2 เปิดโอกาสให้โหลดเกมได้เร็วขึ้น ฉากที่มีความละเอียดสูงขึ้น และการปรับปรุงระบบฟิสิกส์ที่เครื่อง Switch รุ่นเดิมทำไม่ได้ ไม่ว่า Smash ภาคต่อไปจะเป็นอย่างไร มันควรจะให้ความรู้สึกในการเล่นที่แตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่แค่ภาพสวยขึ้นเพียงอย่างเดียว
Mouse Mode ยังมีพื้นที่ให้เติบโต และผู้เล่นก็รู้ดี
Mouse Mode บน Switch 2 เปิดตัวมาในฐานะตัวเลือกการควบคุมที่แปลกใหม่ แต่จากจดหมายใน mailbag แสดงให้เห็นว่าคอมมูนิตี้มองเห็นศักยภาพที่ยังไม่ได้ถูกดึงออกมาใช้อย่างเต็มที่ Star Fox บน Switch 2 เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการใช้ Mouse Mode อย่างมีความหมาย ซึ่งการเล็งที่แม่นยำ (Precision aiming) ช่วยเปลี่ยนวิธีการเล่นเกมไปเลย ไม่ใช่แค่เป็นลูกเล่นเสริม (Novelty toggle) เท่านั้น
หากคุณต้องการทราบว่าระบบนี้ลึกซึ้งแค่ไหน คู่มือการเล่น Star Fox Switch 2 โหมดผู้เล่นหลายคน (Multiplayer guide) ได้อธิบายการใช้งาน Mouse Mode ควบคู่ไปกับบทบาท Pilot และ Gunner รวมถึงระบบ GameShare และการเล่นออนไลน์ ซึ่งช่องว่างระหว่างการใช้ Mouse Mode แบบทั่วไปกับการเล่นแบบจริงจัง (Optimized play) นั้นกว้างกว่าที่ผู้เล่นส่วนใหญ่คิดไว้มาก
บทสนทนาในหมู่แฟนเกมกำลังมุ่งเน้นไปที่ว่า Nintendo จะผลักดันให้นักพัฒนาใส่ Mouse Mode เข้าไปในเกมแนวอื่นๆ นอกเหนือจากเกมยิง (Shooters) และเกมวางแผน (Strategy) หรือไม่ เกมแนว Real-time, เกมแนวปริศนา (Puzzle titles) หรือแม้แต่หน้าจอเมนูของเกม RPG บางเกม ก็สามารถได้รับประโยชน์จากการใช้ Cursor-based input ได้ ฮาร์ดแวร์พร้อมแล้ว คำถามคือเหล่านักพัฒนาทั้ง First-party และ Third-party จะมองว่ามันเป็นฟีเจอร์หลักหรือเป็นแค่ส่วนเสริมเล็กๆ น้อยๆ
คำว่า "การปฏิวัติ" สำหรับ Nintendo ในตอนนี้หมายถึงอะไร
คำนี้ถูกนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง แต่จดหมายใน mailbag ได้สะท้อนถึงประเด็นที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้น: Nintendo มีประวัติในการเปลี่ยนกฎเกณฑ์มากกว่าแค่การอัปเกรดสเปก ไม่ว่าจะเป็นระบบ Motion controls ของ Wii, หน้าจอสัมผัสของ DS หรือรูปแบบ Hybrid ของ Switch ซึ่งแต่ละอย่างได้นิยามใหม่ว่าแพลตฟอร์มของ Nintendo คืออะไร
Switch 2 มีทั้ง Mouse Mode, GameShare และชิปที่ทรงพลังขึ้นมาก การที่สิ่งเหล่านี้จะถือเป็นการ "ปฏิวัติ" หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่านักพัฒนาจะสร้างสรรค์ผลงานรอบๆ ฟีเจอร์เหล่านี้อย่างไรในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะ GameShare ที่มีศักยภาพแฝงมากมายสำหรับประสบการณ์การเล่นแบบ Local multiplayer โดยที่ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของเกม
MOUSE: P.I. For Hire เป็นตัวอย่างที่ดีของเกมที่ดึงจุดเด่นของ Switch 2 มาใช้ในแบบที่รู้สึกว่าถูกออกแบบมาเพื่อเครื่องนี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่การพอร์ตมาลง หากคุณกำลังเล่นเกมนี้อยู่ คู่มือมินิเกม Baseball Cards จะครอบคลุมวิธีหา Prize Tokens และการปลดล็อก X1 D-Mousifier ก่อนที่กิจกรรมจะสิ้นสุดลง
คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดสำหรับคำถามเรื่องการปฏิวัติคือ Nintendo มักไม่ค่อยประกาศไอเดียใหญ่ชิ้นต่อไปจนกว่าจะพร้อมเปิดตัวจริงๆ คอมมูนิตี้จะยังคงคาดเดากันต่อไป mailbag จะยังคงเต็มไปด้วยจดหมาย และสิ่งที่น่าประหลาดใจอย่างแท้จริงจาก Nintendo ก็น่าจะมาถึงโดยที่เราไม่ทันตั้งตัวเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา








