ความสัมพันธ์ระหว่าง Hollywood และ Silicon Valley นั้นซับซ้อนมาโดยตลอด แต่ล่าสุด Amazon ได้ทำให้สถานการณ์นี้ดูยุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม
Amazon ได้ถอดภาพยนตร์เรื่อง Artificial ซึ่งเป็นโปรเจกต์ฟอร์มยักษ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ Sam Altman ถูกปลดออกจากตำแหน่ง CEO ของ OpenAI ในช่วงสั้นๆ เมื่อปี 2023 ออกจากตารางการฉายอย่างเงียบๆ โดยทางสตูดิโอกำลังนำโปรเจกต์ที่เกือบจะเสร็จสมบูรณ์นี้ไปเสนอให้กับผู้จัดจำหน่ายรายอื่น แทนที่จะปล่อยฉายผ่านทาง Prime Video หรือ Amazon MGM Studios ซึ่งจังหวะเวลานี้เป็นสิ่งที่มองข้ามได้ยาก เพราะ Amazon เพิ่งทุ่มเงินลงทุนกว่า $50 billion ให้กับ OpenAI ไปเพียงไม่กี่เดือนก่อนที่จะมีการตัดสินใจนี้

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
ภาพยนตร์ที่ "ดาร์ก" เกินกว่าที่สตูดิโอจะรับไหว
Artificial กำกับโดย Luca Guadagnino (ผู้กำกับจาก Challengers และ Call Me By Your Name) เขียนบทโดย Simon Rich และนำแสดงโดย Andrew Garfield ในบท Altman ร่วมด้วย Yura Borisov ในบท Ilya Sutskever ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI โดยเนื้อหาของเรื่องถูกนำไปเปรียบเทียบกับ The Social Network ซึ่งเป็นเรื่องราวต้นกำเนิดของ Facebook ที่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญทางวัฒนธรรมในทันที
ประเด็นสำคัญคือ ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูเหมือนจะนำเสนอเนื้อหาที่ "ดาร์ก" หรือมืดมนกว่าที่ Amazon คาดการณ์ไว้ในตอนแรก แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการตัดสินใจของ Amazon ระบุว่าโทนของเรื่องเปลี่ยนไปจากพล็อตเดิมอย่างมาก โดย Mike Hopkins ผู้ดูแล Prime Video และ Amazon MGM Studios ได้ชมภาพยนตร์ฉบับตัดต่อแล้วจึงตัดสินใจระงับการฉายทั้งหมด
มีรายงานว่าบทภาพยนตร์เวอร์ชันแรกๆ นำเสนอภาพลักษณ์ของ Altman ในแง่ลบ โดยแสดงให้เห็นว่าเป็นคนกระหายอำนาจและชอบบงการ ในฉากหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์อย่าง Geoffrey Hinton เรียก Altman ว่าเป็น "หนึ่งในคนที่ชอบบงการผู้คนมากที่สุดในโลก" ซึ่งการตีความตัวละครในลักษณะนี้มักจะกลายเป็นปัญหาเมื่อสตูดิโอที่เป็นผู้ให้ทุนสร้างเพิ่งจะเซ็นเช็คจ่ายเงิน $50 billion ให้กับบริษัทของบุคคลที่เป็นตัวเอกในเรื่อง
ประเด็นใหญ่ $50 billion ที่ไม่มีใครอยากพูดถึง
การลงทุนของ Amazon ใน OpenAI ที่ปิดดีลไปเมื่อต้นปีนี้ ทำให้ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้เข้าไปอยู่ในวงโคจรของ Altman อย่างเต็มตัว ในระดับที่ทำให้ความเป็นอิสระในการสร้างสรรค์กลายเป็นเรื่องยากอย่างแท้จริง นอกจากนี้ Jeff Bezos และ Amazon ยังพยายามรักษาความสัมพันธ์กับรัฐบาลของ Trump ซึ่งเป็นกลุ่มที่ Altman ให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด ข้อเท็จจริงทั้งสองประการนี้สร้างฉากหลังทางการเมืองและการเงินที่ทำให้การปล่อยภาพยนตร์ชีวประวัติของ Altman ที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงกลายเป็นเรื่องกระอักกระอ่วนสำหรับสตูดิโอ
สิ่งที่เกมเมอร์หรือคนส่วนใหญ่อาจมองข้ามไปคือ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียว แต่มันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการลงทุนใน AI ขององค์กรยักษ์ใหญ่กำลังกำหนดทิศทางของเรื่องราวที่จะถูกเล่าและใครจะเป็นผู้เล่าเรื่องเหล่านั้น สตูดิโอที่มีเงิน $50 billion ผูกติดอยู่กับบริษัทของบุคคลใดบุคคลหนึ่งย่อมมีแรงจูงใจที่ชัดเจนในการหลีกเลี่ยงการปล่อยภาพยนตร์ที่เรียกบุคคลนั้นว่า "หนึ่งในคนที่ชอบบงการผู้คนมากที่สุดในโลก"
ขณะนี้ Creative Artists Agency กำลังนำ Artificial ไปฉายให้ผู้จัดจำหน่ายรายอื่นพิจารณา ซึ่งยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีสตูดิโออื่นรับช่วงต่อโดยปล่อยฉายตามต้นฉบับ หรือจะเรียกร้องให้มีการแก้ไขเนื้อหา หรือจะปล่อยให้โปรเจกต์นี้ถูกดองไว้ในลิ้นชัก
อนาคตของภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร
Guadagnino มีผลงานที่การันตีฝีมือได้ดีพอที่จะทำให้ Artificial หาบ้านใหม่ได้ไม่ยาก Challengers พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถสร้างภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์และได้รับคำชมในเชิงวิจารณ์ไปพร้อมกันได้ และการมี Garfield มาร่วมแสดงก็เป็นเครื่องการันตีความน่าสนใจได้เป็นอย่างดี กุญแจสำคัญอยู่ที่ว่าจะมีผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ยอมรับงานนี้โดยไม่เรียกร้องให้ลดทอนความเข้มข้นของเนื้อหาลงหรือไม่
การเปรียบเทียบกับ The Social Network เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะภาพยนตร์เรื่องนั้นนำเสนอภาพของ Mark Zuckerberg อย่างตรงไปตรงมาและกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่นิยามด้านมืดของวัฒนธรรมเทคโนโลยีได้ดีที่สุด ดูเหมือนว่า Artificial กำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกันกับเรื่องราวความขัดแย้งในบอร์ดบริหารของ OpenAI การที่ Amazon เลือกถอยออกมาแทนที่จะปล่อยฉาย ยิ่งชี้ให้เห็นว่าเนื้อหาของเรื่องนั้น "คม" จนทำให้ผู้มีอำนาจรู้สึกไม่สบายใจอย่างแท้จริง
สำหรับใครที่สนใจว่า AI และวัฒนธรรมเทคโนโลยีจะมาบรรจบกับความบันเทิงและการเล่าเรื่องอย่างไร เรื่องนี้เป็นประเด็นที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด หากคุณอยากทราบเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในวงการเกมโดยเฉพาะ คู่มือ AI Arena advanced model จะช่วยอธิบายว่ากลไกของ AI ส่งผลต่อการเล่นเกมในระดับการแข่งขัน (Competitive gaming) อย่างไร และหากต้องการมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับธีม AI ในเกม คู่มือการซื้อ Artis Impact จะเจาะลึกเกมแนว Solo RPG ที่สร้างขึ้นจากภัยคุกคามของ AI ในโลกหลังหายนะ ซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กัน
CAA กำลังเดินหน้าฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ผู้สนใจชมในช่วงนี้ สัปดาห์ต่อๆ ไปจะเป็นตัวตัดสินว่า Artificial จะได้เข้าฉายอย่างเหมาะสม หรือจะกลายเป็นหนึ่งในไอเทมที่ถูกเก็บเข้ากรุเพราะประเด็นทางการเมืองของ Hollywood โปรดติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะผู้จัดจำหน่ายที่จะรับช่วงต่อและเวอร์ชันที่พวกเขาเลือกปล่อยฉาย จะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าความสัมพันธ์ระหว่างอุตสาหกรรมบันเทิงกับ Big Tech ในปัจจุบันนั้นยืนอยู่จุดไหน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรมเกมและเทคโนโลยี สามารถเรียกดูได้ที่ศูนย์รวม gaming guides ทั้งหมดของเรา








