คุณเริ่มต้นทุกการเล่นด้วยเวลา 30 วินาทีบนหน้าปัด นี่คือหัวใจสำคัญของ Ascend to Zero เกมแนว isometric roguelike น้องใหม่จาก Flyway Games และ Krafton ที่เพิ่งลง Xbox Game Pass แบบเงียบๆ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา และกลายเป็นเกมที่ดูดเวลาผู้เล่นไปอย่างมหาศาล
สำหรับแฟนเกม Vampire Survivors ที่ขึ้นชื่อเรื่องระบบ auto-attacking และความโกลาหลของตัวเลขดาเมจที่พุ่งกระจายจนกลายเป็นนิยามใหม่ของแนวเกมนี้ เกมนี้ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป โดยหยิบยืม core loop ของการใช้อาวุธโจมตีอัตโนมัติและการรับมือกับฝูงศัตรูที่ถาโถมเข้ามา แต่เพิ่มกลไกการควบคุมเวลา (time-manipulation) เข้าไป ทำให้ทุกการเล่นดูมีการวางแผนมากกว่าแค่สูตรสำเร็จแบบ "เดินวนไปวนมาแล้วดูตัวเลขเด้ง"
กลไกนาฬิกา 30 วินาทีทำงานอย่างไร
ตัวละครของคุณสามารถหยุดเวลาได้แบบไม่มีกำหนด และเมื่อคุณกลับมาเดินเวลาต่อ ดาเมจที่คุณทำกับศัตรูรอบข้างจะถูกเปลี่ยนเป็นเวลาเพิ่ม ดังนั้นครึ่งนาทีแรกจึงเป็นเพียงงบประมาณเริ่มต้น และการเล่นที่ชำนาญจะช่วยยืดเวลาออกไปได้เรื่อยๆ ในแต่ละรอบ เป้าหมายที่ชัดเจนคือการรักษาเวลาให้คงอยู่ให้นานพอที่จะเคลียร์ biome นั้นๆ ซึ่งในโซนแรกหมายถึงการทำเลเวลให้ถึง 20,000 ใช่ครับ 20,000
ประเด็นคือ ตัวเลขเหล่านั้นไม่ได้ดูไร้สาระในทางปฏิบัติเหมือนที่เห็นบนกระดาษ คุณจะก้าวกระโดดจากเลเวล 1 ไป 20 หลังจากจัดการศัตรูได้ไม่กี่ตัว จากนั้นก็ไป 70, 140 และพุ่งไปถึงหลักร้อยหลักพันภายในรอบเดียว การสเกลเลเวลที่ดูเว่อร์วังนั้นถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มองข้ามในการสัมผัสครั้งแรกคือ ตัวเลขเลเวลเหล่านี้เปรียบเสมือน progress bar ที่ถูกแต่งแต้มด้วยค่าสถานะ และความลึกซึ้งที่แท้จริงนั้นซ่อนอยู่ในระบบเบื้องหลัง
สี่สกุลเงิน กับหนึ่งลูปสุดโกลาหล
Ascend to Zero จะโยนสกุลเงินหลายประเภทใส่คุณแทบจะทันทีหลังจากจบฉากคัตซีนเปิดเกม สกุลเงินแรกใช้สำหรับซื้ออาวุธและชุดเกราะ สกุลเงินที่สองใช้ปลดล็อกตัวละคร (avatars) ซึ่งแต่ละตัวจะมีสกิลพิเศษเฉพาะตัว สกุลเงินที่สามใช้สำหรับอัปเกรดตัวละครเหล่านั้นแยกต่างหาก และสกุลเงินที่สี่จะผูกติดกับเลเวลสูงสุดที่คุณทำได้ในแต่ละรอบ ซึ่งจะส่งผลต่อเงื่อนไขเริ่มต้นในรอบถัดไป ช่วยให้คุณเริ่มเกมด้วยเลเวลที่สูงขึ้นและเก็บ XP ได้ไวขึ้น
ระบบ feedback loop ที่สกุลเงินที่สี่สร้างขึ้นมานั้น คือการยกระดับความเป็น roguelike ที่ทำให้คุณเล่นวนไปได้เรื่อยๆ จนลืมเวลาเลิก
ระบบการต่อสู้เองก็เข้าถึงง่าย เลือกอาวุธแบบสุ่มตอนเริ่มรอบ แล้วมันจะโจมตีให้อัตโนมัติ อาวุธระยะไกลจะยิงจากระยะห่าง ส่วนอาวุธระยะประชิดจะทำดาเมจแรงกว่าแต่ต้องให้ศัตรูเข้ามาใกล้ ชุดเกราะ เครื่องประดับ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ สามารถสลับเปลี่ยนใน loadout เพื่อปรับค่าสถานะหลักของคุณ กลไกการหยุดเวลาช่วยเพิ่มมิติของการเล่นเชิงรุกที่ทำให้เกมนี้แตกต่างจากการเป็นแค่เกมโคลนของ Vampire Survivors
แรงบันดาลใจที่ชัดเจน แต่ถ่ายทอดออกมาในแบบของตัวเอง
งานภาพสไตล์ไซเบอร์พังค์และการต่อสู้เชิงกลยุทธ์แบบหยุด-เดิน ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากเกมในค่าย Supergiant โดยเฉพาะ Transistor ในปี 2014 ส่วนเนื้อเรื่องแนววันสิ้นโลกที่เหล่าไฮบริดพืช-ปีศาจจากต่างมิติโผล่ออกมาจากพอร์ทัล และตัวละครของคุณถูกผลักเข้าไปในเครื่องย้อนเวลาโดยเพื่อนร่วมงานที่เสียสละตัวเองนั้น สะท้อนถึงบรรยากาศแบบ brain-punk ของเกม Scarlet Nexus จาก Bandai Namco ทั้งหมดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นการลอกเลียนแบบ แต่ให้ความรู้สึกเหมือนนักพัฒนาที่ผ่านการเล่นเกมดีๆ มามากมายแล้วนำมาสังเคราะห์ใหม่จนกลายเป็นสิ่งที่ลงตัว
หัวใจสำคัญคือกลไกการหยุดเวลาที่มอบโอกาสให้ผู้เล่นได้ตัดสินใจ (agency) ในแบบที่เกม auto-battler ทั่วไปไม่มีให้ คุณไม่ใช่แค่ตัวละครที่เดินเข้าไปหาฝูงศัตรู แต่คุณเป็นคนเลือกเองว่าจะกลับมาเดินเวลาตอนไหน ซึ่งนั่นส่งผลต่อการทำดาเมจและการเลือกเป้าหมายศัตรูที่คุณจะจัดการก่อน
สิ่งที่สมาชิก Game Pass จะได้รับในตอนนี้
Ascend to Zero วางจำหน่ายบน Xbox Series X และ Windows PC โดยรวมอยู่ใน Game Pass ตั้งแต่วันแรกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับสมาชิกที่กำลังรอเกมแนว roguelike มาเติมเต็มช่องว่างหลังจาก Hades II ถือว่าจังหวะนี้เหมาะเจาะมาก
เกมมีความซับซ้อนในช่วงแรก ระบบสกุลเงินอาจต้องใช้เวลาเล่นสักพักกว่าจะเข้าใจ และตัวเลขเลเวลจะดูไร้เหตุผลจนกว่าคุณจะเข้าใจตรรกะเบื้องหลัง แต่ core loop นั้นเข้าใจได้ทันทีสำหรับใครก็ตามที่เคยผ่านเกมแนว Vampire Survivors หรือเกมแนว auto-battler อื่นๆ มาก่อน
คำแนะนำระดับโปร: อย่าเพิ่งพยายามทำความเข้าใจสกุลเงินทั้งสี่ประเภทในการเล่นครั้งแรก ให้โฟกัสไปที่การต่อสู้และกลไกการหยุดเวลา ปล่อยให้ตัวเลขมันไหลผ่านไป แล้วระบบ meta-progression จะเริ่มชัดเจนขึ้นเองเมื่อคุณเล่นถึงรอบที่สามหรือสี่
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการเจาะลึกแนวเกม auto-battler หรือทบทวนความจำเกี่ยวกับเกมที่เป็นจุดเริ่มต้นของกระแสนี้ สามารถเข้าไปดู Vampire Survivors strategy guides ที่ GAMES.GG ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องการจัด build, การปลดล็อก และการดำเนินเกมอย่างละเอียด








