Sky Mavis ได้ปล่อยอัปเดตครั้งใหญ่สำหรับ Axie Infinity โดยเปิดตัวระบบ "Stage 2" Evolution ที่สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ชิ้นส่วน (Parts) ของ Axie ได้มากกว่า 250 แบบ ผู้เล่นสามารถอัปเกรด NFT ของตนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้และปลดล็อกดีไซน์ใหม่ๆ ได้แล้ว โดย Jeff 'Jihoz' Zirlin ผู้ร่วมก่อตั้ง Sky Mavis กล่าวถึงฟีเจอร์นี้ว่าเป็นความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้มานานว่า: "เรากำลังเปลี่ยน Axies ให้กลายเป็นของสะสมดิจิทัลที่สามารถวิวัฒนาการได้ตามการเล่นของผู้เล่น ซึ่งนี่เป็นหัวใจสำคัญในวิสัยทัศน์ของเราตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา"
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2018 Axie Infinity ได้ดึงดูดผู้เล่นหลายล้านคน ที่เข้ามาต่อสู้ด้วยเหล่าสัตว์ประหลาด NFT ตัวเกมผ่านพ้นเหตุการณ์ถูกแฮ็กมูลค่า $622 ล้านมาได้ และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องภายใน Ronin blockchain ecosystem โดย Zirlin ได้เปรียบเทียบ Axies กับ CryptoKitties ว่าเป็นตัวละครที่มีชีวิตและมีลักษณะเฉพาะตัว (Traits) ไม่ใช่แค่ภาพนิ่งทั่วไป

นอกเหนือจากระบบวิวัฒนาการแล้ว Sky Mavis ยังได้ปล่อยคอมิกความยาว 20 หน้าและแอนิเมชันสั้นที่บอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังการอัปเกรดเหล่านี้ โดยเนื้อเรื่องติดตามตัวละคร Ema และ Bing ในการตามหา "spirit shells" ใน Lunacia จนกระทั่งค้นพบ Atia Temple ซึ่งเป็นสถานที่ที่ Axies ใช้ทำพิธีเปลี่ยนร่าง การวิวัฒนาการ Axie ไม่ใช่เรื่องฟรี ผู้เล่นจำเป็นต้องใช้ไอเทมคราฟต์ (Crafting materials) หรือต้องเสียสละ Axie ตัวอื่นด้วยการ Burn ซึ่งเป็นการนำ NFT เหล่านั้นออกจากระบบอย่างถาวร ระบบ Evolution จะปลดล็อกเมื่อถึงเลเวล 10 และต้องมีสถานะ ascended โดยแต่ละชิ้นส่วนจะใช้เวลาดำเนินการ 36 ชั่วโมง แต่ผู้เล่นสามารถข้ามเวลารอได้โดยการจ่าย 200% เพิ่มเติมเป็นค่าวัสดุ

Zirlin ให้ความเห็นว่าการทำ NFT ที่วิวัฒนาการได้ช่วยแก้ปัญหาที่โครงการอื่นๆ มักพบเจอ นั่นคือการเพิ่มเนื้อหาใหม่โดยไม่ทำให้ตลาดล้นเกิน ด้วยจำนวน Axie NFT กว่า 11.9 ล้านตัวที่กระจายอยู่ในกระเป๋าเงิน (Wallets) 1.9 ล้านใบ การสร้างคอลเลกชันใหม่เพิ่มอาจเสี่ยงต่อการทำให้มูลค่าของที่มีอยู่เดิมลดลง ระบบ Evolution ช่วยให้ Sky Mavis ขยายตัวเกมได้โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวน Supply ใหม่ นอกจากนี้ระบบยังเชื่อมโยงทุกเกมในเครือ Axie เข้าด้วยกันผ่านค่าประสบการณ์ (Experience points), ไอเทมคราฟต์ และระบบความก้าวหน้า (Progression) "เราเคยเห็นหายนะในช่วงปีที่ผ่านมาที่โครงการ NFT ต้องการเงินทุน หรือชุมชนต้องการเนื้อหาใหม่ พวกเขาจึงเลือก Mint คอลเลกชันใหม่ทั้งหมดออกมา ซึ่งนั่นส่งผลให้ตลาด NFT ของพวกเขาพังทลายลง Dynamic NFT และ Evolving NFT ช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำเสนอเนื้อหาใหม่ได้โดยไม่ต้องเพิ่ม Supply ของคอลเลกชันเดิม"

Sky Mavis ยังคงเดินหน้าขยายแบรนด์ Axie และดึงดูดนักพัฒนาให้เข้ามายัง Ronin เพิ่มขึ้น โดยการ ย้ายเกมบนเบราว์เซอร์อย่าง Pixels มาสู่ Ronin ได้สร้างแรงขับเคลื่อนอย่างมาก ในเดือนพฤศจิกายน 2023 Ronin บันทึกจำนวน Unique Active Wallets ได้มากกว่า 150,000 ราย โดยมีธุรกรรมบนเชนเกินกว่า 500,000 ครั้ง ส่วนโทเคน RON ปรับตัวขึ้น 13% มาอยู่ที่ประมาณ $0.68 เพิ่มเติมจากกำไร 37% ในสัปดาห์ก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 59% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา นอกจากนี้ Sky Mavis ยังได้ผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการใช้งานเชิงพาณิชย์สำหรับ Axie หายากบางตัว เพื่อให้เจ้าของสามารถสร้างโปรเจกต์จาก ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของ NFT ตนเองได้

Sky Mavis ได้ เปิดตัวร้านค้าสินค้าลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการแห่งแรก โดยมีไฮไลท์คือคอลเลกชัน >Code: Axie_ แบบจำกัดจำนวน สินค้าชุดนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่การเปิดตัวเกมในปี 2018 ซึ่งเป็นช่วงที่ Axie ตัวแรกๆ ถูกแสดงผลในรูปแบบของโค้ดดิบ คอลเลกชันนี้ประกอบด้วยเสื้อฮู้ด, เสื้อยืด, หมวก รวมถึงฟิกเกอร์, ตุ๊กตา และเครื่องแต่งกายอื่นๆ ผู้ถือ Mystic Axie NFT จะได้รับสิทธิ์พิเศษในการเข้าถึงฟิกเกอร์แบบ Token-gated ทั้งในรูปแบบกายภาพและดิจิทัล รวมถึงข้อกำหนดการใช้งานลิขสิทธิ์ที่อัปเดตใหม่ การอัปเดตระบบ Evolution นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิธีที่เกมแนว Play-to-Earn จัดการกับระบบความก้าวหน้า โดยเชื่อมโยง จุดเริ่มต้นของ Axie Infinity ไปสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยความเปลี่ยนแปลงและเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น







