รายชื่อ Trophy สำหรับตัวเกม Black Ops 1 และ Black Ops 2 เวอร์ชันพอร์ตลง PlayStation ที่กำลังจะมาถึงได้หลุดออกมาบนโลกออนไลน์แล้ว และข้อมูลเหล่านี้กำลังบอกเล่าเรื่องราวที่แฟนเดนตายอาจจะไม่ค่อยชอบใจนัก เพราะโหมดและฟีเจอร์ยอดฮิตหลายอย่างจากเวอร์ชันต้นฉบับดูเหมือนจะถูกตัดออกไป
ตามปกติแล้ว รายชื่อ Trophy มักจะปรากฏขึ้นไม่กี่วันก่อนที่เกมจะเปิดตัว ซึ่งหมายความว่าตัวเกมเวอร์ชันพอร์ตเหล่านี้น่าจะใกล้ลงจอให้เล่นกันบน PS4 และ PS5 ในเร็วๆ นี้ แต่ตัวรายชื่อเองกลับมาพร้อมกับข่าวร้ายที่ไม่มีใครอยากได้ยิน
รายชื่อ Trophy เผยข้อมูลคอนเทนต์ที่หายไป
สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดมาจากเกม Black Ops 1 โดย Trophy สองรายการที่มีอยู่ในเกมต้นฉบับได้หายไปจากรายชื่อของเวอร์ชันพอร์ต รายการแรกคือ 'In The Money' ซึ่งกำหนดให้ผู้เล่นต้องชนะ Wager Matches จำนวน 5 ครั้ง โดยเพลย์ลิสต์ดังกล่าวรวมโหมดรองที่เป็นขวัญใจแฟนๆ อย่าง Gun Game และ One in the Chamber ซึ่งผู้เล่นจะต้องใช้ CoD Points (สกุลเงินในเกมแบบดั้งเดิม ไม่ใช่แบบ Microtransaction) เดิมพันในแต่ละรอบ เมื่อไม่มี Trophy ก็อาจจะไม่มี Wager Matches และหาก Wager Matches หายไป โหมด Gun Game และ One in the Chamber ก็อาจจะหายไปด้วย แม้จะเป็นไปได้ว่าโหมดเหล่านี้อาจไปปรากฏอยู่ในส่วนอื่นของเกมที่ไม่ใช่เพลย์ลิสต์เดิมก็ตาม
Trophy รายการที่สองที่หายไปคือ 'Date Night' ซึ่งจะได้มาจากการชวนเพื่อนมาดูคลิปใน Theater Mode ฟีเจอร์นี้ถือว่าล้ำสมัยมากในยุคนั้น เพราะสามารถบันทึกรีเพลย์การเล่นแบบเต็มแมตช์ และเปิดให้ผู้เล่นสลับมุมมอง ปรับแต่งฟุตเทจ และส่งออกคลิปได้ การตัดฟีเจอร์นี้ออกในเวอร์ชันพอร์ตปี 2026 ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการถอยหลังเข้าคลอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าเกมสมัยใหม่ส่วนใหญ่มีเครื่องมือ Capture ในตัวมาให้แล้ว
ในส่วนของ Black Ops 2 แม้จะดูเหมือนเสียคอนเทนต์ไปน้อยกว่า แต่ก็ยังได้รับผลกระทบ โดย Trophy 'Big Leagues' ที่ต้องชนะ 5 แมตช์ใน League Play (เพลย์ลิสต์สำหรับการเล่นแบบ Competitive โดยเฉพาะ) ได้หายไป สำหรับสาย Casual อาจจะไม่รู้สึกอะไรมากนัก แต่สำหรับใครที่จำบรรยากาศการไต่แรงก์ (Ranked) ในสมัยก่อนได้ นี่ถือเป็นอีกหนึ่งความน่าเสียดาย
คำถามที่ตามมานอกเหนือจากรายชื่อ Trophy
ประเด็นสำคัญคือ Trophy ที่หายไปได้จุดชนวนการสนทนาในวงกว้างว่าจะมีอะไรอีกบ้างที่ไม่รอดมาถึงเวอร์ชันพอร์ต ผู้เล่นเริ่มตั้งคำถามแล้วว่า Emblem Editor ซึ่งเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้แสดงความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Black Ops จะถูกใส่มาด้วยหรือไม่ ในตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานจาก Trophy ที่ยืนยันได้ทั้งสองทาง แต่ความกังวลนี้ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่ถูกตัดออกไปก่อนหน้า
คำถามใหญ่เรื่องแพลตฟอร์มคือการรองรับ PS5 แบบ Native เมื่อตอนที่ Activision ประกาศเปิดตัวเวอร์ชันพอร์ตเหล่านี้ในเดือนมิถุนายน ทางบริษัทระบุชัดเจนว่านี่คือการ Port ไม่ใช่การ Remaster คำจำกัดความนี้บ่งชี้ว่าผู้เล่นไม่ควรคาดหวังระบบ Haptics ของ DualSense, การแสดงผลแบบ 120Hz หรือฟีเจอร์เฉพาะอื่นๆ ของ PS5 และการที่ตัวเกมลงทั้ง PS4 พร้อมกับ PS5 ก็ยิ่งตอกย้ำความคาดหมายนั้น
เรื่องที่น่าตลกเล็กน้อยคือ มีคนปลดล็อก Trophy ระดับ Platinum ในเวอร์ชันพอร์ตทั้งสองเกมบน PS4 ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำได้ผ่านการ Mod เครื่องคอนโซลเพื่อข้ามระบบตรวจสอบความปลอดภัยเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ควรลองทำเองที่บ้าน
ความหมายต่อการเปิดตัวที่กำลังจะมาถึง
สำหรับผู้เล่นที่มาจาก Call of Duty: Black Ops 6 และต้องการกลับไปสัมผัสรากเหง้าของซีรีส์ เกมเวอร์ชันพอร์ตเหล่านี้จะยังคงมอบประสบการณ์โหมด Campaign และ Multiplayer หลักที่ทำให้ตัวเกมต้นฉบับเป็นที่จดจำได้อยู่ แต่หากปราศจาก Wager Matches, Theater Mode และ League Play มันก็ไม่ใช่แพ็กเกจที่สมบูรณ์แบบอย่างที่แฟนๆ คาดหวังไว้
กุญแจสำคัญคือการจัดการความคาดหวังก่อนตัวเกมจะวางจำหน่าย นี่คือเวอร์ชันพอร์ตที่สร้างขึ้นเพื่อเน้นการเข้าถึงและความสะดวกในการหามาเล่น ไม่ใช่เวอร์ชัน Definitive Edition หาก Activision หรือสตูดิโอที่รับผิดชอบการพอร์ตออกมาให้ข้อมูลเรื่องคอนเทนต์ที่หายไปก่อนวันวางจำหน่าย นั่นจะเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น รายชื่อ Trophy คือหน้าต่างที่ชัดเจนที่สุดที่บอกว่าผู้เล่นจะได้สัมผัสกับอะไรบ้าง
สำหรับเคล็ดลับและกลยุทธ์ล่าสุดของเกมในซีรีส์นี้ คอลเลกชัน Call of Duty: Black Ops 6 guides มีข้อมูลเตรียมพร้อมไว้ให้คุณในขณะที่รายละเอียดของเวอร์ชันพอร์ตยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกดูศูนย์รวม gaming guides ทั้งหมดเพื่ออ่านข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งซีรีส์และเกมอื่นๆ ได้อีกด้วย







