Season 4 เริ่มต้นขึ้นแล้วใน Call of Duty: Black Ops 7 และ Meta ของเกมก็ได้เปลี่ยนไป มีอาวุธใหม่ 2 ชนิดที่เพิ่มเข้ามาใน Battle Pass พร้อมกับอุปกรณ์เสริม (Attachments) ใหม่ๆ ที่เข้ามาเสริมทัพ ทำให้ตอนนี้ Gunsmith เต็มไปด้วย Build ที่น่าหยิบไปใช้ตาม ไม่ว่าคุณจะกำลังไต่แรงค์หรือแค่พยายามเอาตัวรอดจากการโดนตบในโหมด Pubs นี่คือ Loadouts ที่กำลังมาแรงและใช้งานได้จริงในขณะนี้
สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้ นี่คือวิธีใช้งาน Build codes แบบง่ายๆ Gunsmith ของ Black Ops 7 จะสร้างรหัสตัวอักษรและตัวเลขเฉพาะสำหรับอาวุธแต่ละแบบที่คุณปรับแต่ง หากต้องการนำเข้า (Import) ให้กด L3 ขณะอยู่ในหน้า Gunsmith เพื่อเปิดตัวเลือกการนำเข้า Build ทั้งหมดด้านล่างนี้มีรหัสกำกับไว้ให้แล้ว คุณจึงสามารถข้ามขั้นตอนการปรับแต่งเองไปได้เลย

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
Assault Rifle เป็นกลุ่มที่น่าจับตามองที่สุดในซีซั่นนี้
Voyak KT-3 คือ AR ที่โดดเด่นที่สุดในตอนนี้ ด้วยแรงดีดพื้นฐานที่ต่ำทำให้คุมปืนได้ง่าย และเมื่อใส่ Attachments ที่เหมาะสมก็จะทำให้ปืนนี้กลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังมากในระยะกลาง Build ที่แนะนำคือการใช้กล้อง Fang Hoverpoint ELO, ปากกระบอกปืน SWF Tishina-11, ลำกล้อง 20" Danko Barrel, ใต้ลำกล้อง Vas Convergence Foregrip และใช้ Buffer Springs เป็น Ammo mod รหัส Build: A09-34FK5-7GZ55-51.
ส่วน MXR-17 นั้นต่างออกไป ในทางทฤษฎีมันสังหารศัตรูได้เร็วกว่า Voyak KT-3 แต่แรงดีดนั้นค่อนข้างหนักหากไม่ได้ปรับแต่งให้ดี Build ที่ช่วยแก้ปัญหานี้คือการใช้ Redwell Shade-X Suppressor, Vas Convergence Foregrip, แม็กกาซีน Rhodes Drum Mag, ด้ามจับ Aria Assail Grip และ Recoil Sync Unit ซึ่งชิ้นสุดท้ายนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Build นี้เลย รหัส Build: A03-9LQPK-8F51.
Vas Convergence Foregrip ปรากฏอยู่ใน Build ยอดนิยมหลายตัวในซีซั่นนี้ หากคุณกำลังฟาร์มเลเวลปืนอยู่ แนะนำให้รีบปลดล็อกชิ้นนี้ก่อนเลย
อาวุธใหม่ของ Season 4 และบทบาทที่เหมาะสม
KRS-7.62 เป็นหนึ่งในสองอาวุธใหม่ของ Season 4 โดยจัดอยู่ในประเภท Marksman Rifle ซึ่งเป็นตัวเลือกแบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi-auto) สำหรับการเล่นระยะกลางถึงไกล ปืนพื้นฐานอาจจะมีแรงดีดบ้าง แต่เมื่อใส่ Fang Hoverpoint ELO, Redwell Shade-X Suppressor, Satiate Extended Mag, พานท้าย VAS Mettle Riser และ Cheval Gallant Stock จะทำให้มันกลายเป็นอาวุธที่คุมง่ายและหวังผลได้ดี รหัส Build: M07-2TKE6-G6PL5-11.
CBRS-3 คืออาวุธใหม่อีกชิ้น เป็น SMG ที่ใช้งานในโหมด Multiplayer ได้ดีกว่า Warzone ระยะหวังผลเริ่มต้นอาจจะดูไม่น่าประทับใจนัก แต่การใช้ลำกล้อง 15" Redwell Parlay Barrel คู่กับ Redwell Shade-X Suppressor จะช่วยแก้จุดอ่อนนี้ได้โดยตรง ปิดท้ายด้วย Sapper Guard Handstop, แม็กกาซีน MFS Carousel Fast Mag และ Ante Grip รหัส Build: S15-6X1FS-HH11.
ตัวเลือกสำหรับระยะใกล้และ Sniper ที่น่าสนใจ
Carbon 57 ยังคงเป็น SMG ที่ไว้ใจได้เสมอและ Season 4 ก็ไม่ได้ทำให้มันแย่ลง Build นี้เน้นไปที่การลดแรงดีดและเพิ่มระยะหวังผล ซึ่งปกติเป็นจุดอ่อนที่สุดของ SMG โดยใช้ K&S Compensator, ลำกล้อง 14" Rockleigh Barrel, VAS Convergence Foregrip, แม็กกาซีน Carbon 75 Fabricator Mag และ Bombus Quick Grip รหัส Build: S05-9LJFA-ZK11.
สำหรับสาย Sniper ต้องยกให้ Hawker HX สิ่งที่ทำให้มันเหนือกว่าตัวเลือกอื่นคือความคล่องตัว (Mobility) Build ที่ใช้ SWF Tishina-11, ลำกล้อง MFS 25" Votive Barrel, Auroral Light Grip, เลเซอร์ 1MW Instinct Laser และ Light Bolt จะช่วยให้ความเร็วในการเล็ง (ADS speed) และความเร็วในการขึ้นลำกล้องสูงพอที่จะสู้ในห้องที่เล่นกันเร็วๆ ได้ รหัส Build: R05-694TP-PZJ11.
สิ่งที่ผู้เล่นจะได้รับใน Season 4 นี้คือทางเลือกที่หลากหลายในการเล่น แทนที่จะมีแค่ Meta เดียวที่ครองเกม Voyak KT-3 และ MXR-17 ต่างก็มีจุดเด่นในระยะ AR ที่ต่างกัน อาวุธใหม่ทั้งสองชิ้นก็มีบทบาทที่ชัดเจน รวมถึงตัวเลือก Sniper และ SMG ก็มีความสามารถในการแข่งขันสูง ซึ่งถือเป็นความสมดุลที่ดีกว่าหลายๆ ซีซั่นที่ผ่านมา
สำหรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกอาวุธและกลยุทธ์การเก็บเลเวล สามารถดูได้ที่ส่วน gaming guides หากคุณต้องการดูว่า Black Ops 7 เทียบกับเกมยิงอื่นๆ เป็นอย่างไรก่อนตัดสินใจลุย Season 4 สามารถตรวจสอบได้ที่ game reviews เพื่อดูบริบทของตัวเกมในปัจจุบัน ปรับแต่งกันต่อไป ทดสอบกันต่อไป และกลับมาเช็กอัปเดตใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ เมื่อ Meta ของ Season 4 มีการเปลี่ยนแปลง








