นักวิทยาศาสตร์ที่ติดอยู่บนดาวอังคาร ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยเทคโนโลยีของเอเลี่ยน และได้พลัดหลงเข้าไปในโลกที่สาบสูญซึ่งถูกฝังอยู่ใต้พื้นผิว เถาวัลย์สีแดง พืชที่ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ และบรรยากาศที่ชวนขนลุก ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทีเซอร์เนื้อเรื่องของ Blind Descent นำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจสุดๆ
จากนั้นรายละเอียดจริงๆ ของเกมก็ถูกเปิดเผยออกมา

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
ทีเซอร์ที่สัญญาว่าจะมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง
ตัวอย่างเนื้อเรื่องของ Blind Descent นำเสนอในรูปแบบบันทึกของนักวิทยาศาสตร์บนดาวอังคารที่การสื่อสารถูกรบกวนด้วยเทคโนโลยีของเอเลี่ยน เขาหาทางลงไปใต้ดิน ติดเชื้อจากพืชที่ทำให้กลายพันธุ์ และค้นพบระบบนิเวศทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวดาว มันเต็มไปด้วยบรรยากาศ ความลึกลับ และเน้นไปที่แนวไซไฟสยองขวัญแบบเฉพาะตัวที่ภัยคุกคามคือสิ่งที่คุณยังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้
ชั่วขณะหนึ่ง มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเกมแนวไซไฟที่เน้นเนื้อเรื่องและมีความกดดันจริงๆ เป็นเกมประเภทที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับจังหวะการเล่าเรื่องของ Subnautica หรือช่วงแรกของ The Long Dark ที่โลกของเกมคือปริศนาที่ต้องไข
Blind Descent ได้รับการยืนยันว่าจะลง Steam Early Access แต่ยังไม่มีการประกาศวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดนอกจากระบุว่า "ภายในปีนี้"
ตัวเกมจริงๆ คืออะไร
ประเด็นคือภาพสกรีนช็อตแรกที่เห็นคือเมนูคราฟต์ไอเทม (Crafting menu) หินบวกไม้เท่ากับลูกธนู หินบวกไม้เท่ากับมีดหิน ซึ่งเป็นเลย์เอาต์แบบตารางที่คุ้นเคยกันดีในเกมแนว Survival ทุกเกมที่วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา
Blind Descent เป็น เกมแนว Survival แบบ Co-op 4 คน ที่มีระบบคราฟต์ไอเทม (Crafting), การสร้างฐาน (Base-building) และการรวบรวมทรัพยากร (Resource gathering) บนดาวอังคาร มุมมองเรื่องระบบนิเวศเอเลี่ยนนั้นเป็นเรื่องจริง และนักพัฒนาก็ชูจุดเด่นเรื่อง "ระบบ Symbiosis" ที่โลกใต้ดินจะตอบสนองต่อการกระทำของคุณแบบไดนามิก ซึ่งในแง่ของคอนเซปต์ถือว่ามีความแตกต่าง แต่โครงสร้างหลักของเกมก็ยังคงเป็นแบบเดิมที่อยู่ในแนวเกมนี้มาตั้งแต่ Don't Starve และเกมที่ปล่อยออกมาหลังจากนั้นก็ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง
ตัวเลือกสำหรับการเล่นคนเดียว (Solo play) มีระบุไว้ในรายละเอียด แต่เกมที่ถูกออกแบบมาเพื่อระบบ Co-op 4 คน มักจะถ่ายทอดประสบการณ์การเล่นคนเดียวออกมาได้ไม่ดีนัก Abiotic Factor เป็นตัวอย่างล่าสุดที่ประสบการณ์การเล่นคนเดียวสามารถเล่นได้จริงในเชิงเทคนิค แต่กลับให้ความรู้สึกที่จืดชืดกว่าการเล่นเป็นกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด
ปัญหาด้านการตลาดของเกมแนว Survival
Blind Descent ไม่ได้ทำอะไรที่หลอกลวง รายละเอียดของเกมระบุชัดเจนว่ามันคืออะไร แต่การตัดสินใจเปิดตัวด้วยทีเซอร์แนวลึกลับแบบภาพยนตร์แทนที่จะเป็นฟุตเทจการเล่นแบบ Co-op Survival จริงๆ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับความเป็นจริงที่ผู้เล่นสัมผัสได้ทันที
ตลาดเกมแนว Survival-crafting นั้นใหญ่มากจริงๆ Palworld ดึงดูดผู้เล่นได้ถึง 25 ล้านคนในช่วงเดือนแรกของ Early Access ส่วน Valheim ก็ทำยอดขายไปได้ถึง 10 ล้านชุด เห็นได้ชัดว่ามีกลุ่มผู้เล่นที่ไม่มีวันอิ่มตัวกับรูปแบบเกมนี้ คำถามสำหรับ Blind Descent คือระบบ Symbiosis ที่พืชเอเลี่ยนและสิ่งมีชีวิตใต้ดินจะตอบสนองต่อการกระทำของคุณนั้น จะมีความแตกต่างมากพอที่จะสร้างพื้นที่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงขนาดนี้ได้หรือไม่
สำหรับผู้เล่นที่เลิกสนใจแนวนี้ไปเมื่อหลายปีก่อน ทีเซอร์ที่เน้นบรรยากาศอาจเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะตัวฉากหลังมีศักยภาพที่จะเป็นเกมที่เน้นเนื้อเรื่องมากกว่านี้ และนั่นคือเวอร์ชันของเกมที่น่าจะหาเล่นได้ยากกว่า ส่วนคนอื่นๆ คุณอาจจะต้องคอยจับตาดูว่าช่วง Early Access จะขัดเกลาเมคานิกของระบบ Symbiosis ออกมาอย่างไร เพราะนั่นคือฟีเจอร์เดียวที่อาจทำให้เกมนี้แตกต่างจากเกมอื่นๆ ในตลาด
Blind Descent กำลังจะเข้าสู่ Steam Early Access ในช่วงปลายปีนี้ หากแนว Survival-crafting คือแนวเกมโปรดของคุณ ลองเข้าไปดู ข่าวสารเกมของเรา เพื่อติดตามเกมใหม่ๆ ในช่วง Early Access ที่น่าสนใจ และเรียกดู รีวิวล่าสุด เพื่อดูว่าเกมในแนวเดียวกันมีคุณภาพเป็นอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป








