BuzzFeed สื่อเจ้าพ่อไวรัลที่เคยโด่งดังจากแบบทดสอบและบทความแนว Listicle ได้ประกาศปรับทิศทางธุรกิจเข้าสู่การพัฒนาเกมด้วย AI โดยบริษัทได้หยิบยกชื่อของแรงบันดาลใจที่คาดไม่ถึงขึ้นมากล่าวอ้าง นั่นคือ Nintendo
ประกาศของบริษัทระบุว่า "ปรัชญาที่เป็นแนวทางหลักมาจากแหล่งที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นคือ Nintendo" โดยชี้ให้เห็นว่าหลักการออกแบบของยักษ์ใหญ่แห่งวงการเกมรายนี้คือรากฐานสำคัญสำหรับการผลักดันเกม AI ตัวใหม่ของพวกเขา เป้าหมายที่ชัดเจนคือการสร้างเกมแนว Casual ที่เข้าถึงง่ายโดยใช้ Generative AI เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายเดิมที่ใช้เวลาอยู่กับแบบทดสอบและคอนเทนต์เชิงโต้ตอบ (Interactive Content) ของ BuzzFeed อยู่แล้ว

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
ทำไมการอ้างถึง Nintendo ในครั้งนี้ถึงน่ากังขา
ประเด็นคือ ปรัชญาการออกแบบของ Nintendo นั้นสร้างขึ้นจากประสบการณ์หลายทศวรรษในการขัดเกลา Game Feel (ความรู้สึกในการเล่น) อย่างประณีต การทำซ้ำอย่างละเอียดถี่ถ้วน และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าสิ่งใดที่ทำให้การเล่นเกมนั้นสนุก เกมระดับตำนานอย่าง Mario, Zelda และ Pikmin คือผลลัพธ์จากทีมพัฒนาฝีมือดีที่ทุ่มเทเวลาหลายปีเพื่อใส่ใจในทุกรายละเอียด การนำมรดกเหล่านั้นมาอ้างเป็นแรงบันดาลใจให้กับคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI จึงถือเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริงไปมาก
ชุมชนเกมเมอร์ไม่ได้นิ่งเฉยต่อเรื่องนี้ ปฏิกิริยาตอบรับมีตั้งแต่ความกังขาไปจนถึงการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง โดยหลายคนชี้ว่าการเปรียบเทียบนี้ดูเหมือนเป็นเพียงภาษาทางการตลาดมากกว่าความมุ่งมั่นในการออกแบบอย่างแท้จริง ซึ่ง คำแถลงการณ์นี้ยิ่งดู "ไร้เหตุผล" มากขึ้นเมื่อคุณลองพิจารณาให้ดี
สิ่งที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่มองข้ามในประกาศลักษณะนี้คือช่องว่างระหว่างปรัชญาที่กล่าวอ้างกับการลงมือทำจริง การบอกว่าได้รับแรงบันดาลใจจาก Nintendo นั้นทำได้ง่าย แต่การสร้างสิ่งที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกดีๆ แบบเกม Nintendo ออกมาได้จริงๆ นั้นเป็นความท้าทายที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งเครื่องมือ AI เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้โจทย์นี้ได้
สิ่งที่ BuzzFeed กำลังสร้างจริงๆ
การปรับทิศทางของบริษัทมุ่งเน้นไปที่การสร้างเกม Casual ขนาดเล็ก (Bite-sized) ที่เหมาะกับรูปแบบการเล่นระยะสั้นที่กลุ่มผู้ชมของ BuzzFeed คาดหวังอยู่แล้ว ลองนึกภาพว่าไม่ใช่เกมระดับ Breath of the Wild แต่เป็นแนว NYT Games ซึ่งรายงานระบุว่าเป็นคู่แข่งโดยตรงที่ BuzzFeed เล็งไว้ โดย BuzzFeed กำลังจับตามองความสำเร็จของ Wordle, Connections และเกมพัซเซิลรายวันในลักษณะเดียวกัน ซึ่งเปลี่ยนให้ส่วนเกมของ The New York Times กลายเป็นจุดหมายหลักของผู้เล่นไปแล้ว
กุญแจสำคัญอยู่ที่บริบท: BuzzFeed เผชิญกับความผันผวนอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งการเลิกจ้าง การปรับโครงสร้างองค์กร และการล่มสลายของแบรนด์สื่อในเครือหลายแห่ง การขยับเข้าสู่เกมที่สร้างโดย AI จึงเป็นวิธีที่มีต้นทุนค่อนข้างต่ำในการสร้าง Traffic และยอด Engagement โดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเหมือนการผลิตคอนเทนต์แบบดั้งเดิม
ตรรกะทางธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แม้ว่าการเปรียบเทียบกับ Nintendo จะฟังดูไม่เข้าท่าก็ตาม เกม Casual ที่มีลูกเล่นรายวันช่วยดึงดูดให้ผู้เล่นกลับมาเล่นซ้ำ เพิ่มยอด Ad Impressions และโอกาสในการสมัครสมาชิก ซึ่งถือเป็นแผนการที่ดูดีบนกระดาษ
คำถามที่ใหญ่กว่าเกี่ยวกับ AI และการออกแบบเกม
ประกาศของ BuzzFeed เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเกมกำลังถกเถียงกันอย่างหนักว่า AI ควรเข้ามามีบทบาทในกระบวนการสร้างสรรค์อย่างไร มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเหลือนักออกแบบที่เป็นมนุษย์ กับการใช้ AI เพื่อ แทนที่ กระบวนการออกแบบทั้งหมด

ตัวอย่างการออกแบบเกม Casual ด้วย AI
คำว่า "AI Slop" (ขยะจาก AI) ได้กลายเป็นคำนิยามสำหรับคอนเทนต์ที่ใช้งานได้จริงในเชิงเทคนิค แต่ขาดจิตวิญญาณและความตั้งใจที่ทำให้เกมนั้นน่าเล่น ต้องรอดูกันต่อไปว่าผลงานของ BuzzFeed จะถูกตราหน้าด้วยคำนี้หรือจะสามารถก้าวข้ามมาตรฐานไปได้ แต่การเปิดตัวด้วยการเปรียบเทียบกับ Nintendo ได้สร้างความคาดหวังที่ยากจะไปถึง
สำหรับผู้เล่นที่อยากรู้ว่าการออกแบบเกม Casual ที่มีคุณภาพนั้นเป็นอย่างไร ยังมีแหล่งข้อมูลมากมายในคู่มือและรีวิวเกมของเราที่ครอบคลุมแนวเกมนี้อย่างถูกต้อง
จับตาดูกันต่อไป หาก BuzzFeed สามารถปล่อยเกมที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของเกมที่เข้าถึงง่ายแบบ Nintendo ออกมาได้แม้เพียงเสี้ยวเดียว นั่นจะเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่ถ้าหากสิ่งที่ปล่อยออกมาเป็นเพียงคอนเทนต์ขยะที่สร้างโดย AI แล้วห่อหุ้มด้วยภาษาเชิงปรัชญา นั่นก็จะเป็นเรื่องราวอีกรูปแบบหนึ่งโดยสิ้นเชิง อย่าลืมติดตามข้อมูลเพิ่มเติม:








