The Sandbox เกมแนวผจญภัย (adventure game) สไตล์ Voxel ได้ดึงตัว Nicola Sebastiani เข้ามารับตำแหน่ง Chief Content Officer เพื่อขยายระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนโดยครีเอเตอร์ (creator-driven ecosystem) โดยประวัติการทำงานของ Sebastiani นั้นเคยดำรงตำแหน่งระดับบริหารที่ Ubisoft และ PlayStation รวมถึงเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริการสมัครสมาชิก Apple Arcade ซึ่งในขณะนี้เขากำลังเปลี่ยนความสนใจมาสู่การพัฒนาเกมบนโลก web3
Sebastiani มองว่า The Sandbox เป็นมากกว่าแค่การรวมตัวของมินิเกม (mini-games) แต่เขามองว่าแพลตฟอร์มนี้เป็นพื้นที่ทางสังคมที่ผู้เล่นสามารถเข้ามาแฮงเอาท์ ทดลอง และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ร่วมกันได้ โดยมีเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น (User-generated content) เป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ของเขา และเขาเชื่อว่าอุตสาหกรรมเกมได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่เศรษฐกิจแบบครีเอเตอร์ (creator economies) จะเป็นตัวกำหนดนิยามใหม่ของการเล่นเกมในยุคถัดไป บทบาทของเขาจะครอบคลุมถึงการเผยแพร่เกม (game publishing) การผลิตภายในสตูดิโอ การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของครีเอเตอร์ และการพัฒนาเครื่องมือสร้างสรรค์ของ The Sandbox อย่างต่อเนื่อง เช่น Game Maker และ VoxEdit

สิ่งที่ทำให้ The Sandbox แตกต่างจาก Roblox, Fortnite และ Minecraft คือรากฐานแบบ web3 ที่ผู้เล่นสามารถเชื่อมต่อกระเป๋าเงินคริปโต (crypto wallets) ทำธุรกรรมด้วยเหรียญ SAND และซื้อที่ดินเสมือนจริงในรูปแบบ NFT ซึ่งระบบนี้ช่วยให้ครีเอเตอร์มีกรรมสิทธิ์ในผลงานของตนเองอย่างแท้จริงและสามารถสร้างรายได้จากสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นได้ Sebastiani มองว่าชั้นความเป็นเจ้าของ (ownership layer) นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันเปลี่ยนความพยายามในการสร้างสรรค์ให้กลายเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ แทนที่จะถูกจำกัดอยู่เพียงภายในแพลตฟอร์มแบบปิด
ภายในสิ้นปีนี้ The Sandbox มีแผนที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถสร้างและเผยแพร่ประสบการณ์ (experiences) ของตนเองได้โดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการตอกย้ำโมเดลเศรษฐกิจแบบครีเอเตอร์และช่วยให้เกมมีคอนเทนต์ใหม่ๆ จากชุมชนผู้เล่นอยู่เสมอ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการเดิมพันว่าโลกที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้เล่นจะเป็นแรงขับเคลื่อนแพลตฟอร์มไปข้างหน้าได้ไม่น้อยไปกว่าสิ่งที่สตูดิโอผลิตขึ้นเองภายใน


