Pearl Abyss ได้ประกาศวันวางจำหน่ายของ Crimson Desert: Charting the Unknown อย่างเป็นทางการในงาน PlayStation's State of Play เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา โดย DLC ตัวนี้จะเปิดให้เล่นในวันที่ October 15 บนแพลตฟอร์ม PS5, Xbox Series X|S, Steam และ Epic Games Store ในราคา $25
ถือเป็นการอัปเดตที่รวดเร็วมาก เพราะตัวเกมหลักเพิ่งวางจำหน่ายไปเมื่อต้นปีนี้ แต่กลับมี DLC สเกลใหญ่เตรียมปล่อยออกมาให้เล่นก่อนถึงช่วงฤดูหนาว หากมองย้อนกลับไป Pearl Abyss เคยทำผลงานการปล่อย Expansion ใหญ่ๆ ให้กับ Black Desert Online มาตลอดหลายปี ดังนั้นความเร็วระดับนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับแฟนเกม MMO ของค่ายนี้ แต่การเข็น DLC ขนาดใหญ่ขนาดนี้ออกมาภายในปีเดียวกันกับที่เกมเปิดตัวนั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
มีอะไรใหม่บ้างใน Charting the Unknown
คอนเทนต์ในภาคเสริมนี้มีมากกว่าที่ผู้เล่นหลายคนคาดการณ์ไว้ โดยไฮไลต์สำคัญคือระบบการเล่นใต้น้ำ (Underwater gameplay) ในตัวอย่างเผยให้เห็น Kliff ในชุดดำน้ำที่ใช้อุปกรณ์ขับเคลื่อนเพื่อสำรวจมหาสมุทร รวมถึงการคว้าครีบฉลามและเข้าปะทะกับหุ่นยนต์จักรกลใต้น้ำขนาดใหญ่ ดูเหมือนว่าจะมีระบบการต่อสู้ใต้น้ำแบบเต็มรูปแบบเข้ามา ซึ่งถือเป็นการเพิ่มระบบการเล่นใหม่ที่สำคัญ ไม่ใช่แค่การเพิ่มโซนใหม่ให้เข้าไปวิ่งเล่นเท่านั้น
นอกจากมหาสมุทรแล้ว ผู้เล่นยังสามารถครอบครองเรือส่วนตัวเพื่อออกเรือไปยังเกาะที่ไม่เคยมีในแผนที่และสำรวจแนวชายฝั่งของแผ่นดินใหญ่ได้อีกด้วย การสำรวจซากปรักหักพังที่จมอยู่ใต้น้ำและสมบัติที่ซ่อนอยู่ถือเป็นจุดขายสำคัญ ซึ่งเข้ากับธีม "Charting the Unknown" หรือการสำรวจดินแดนที่ไม่รู้จักได้เป็นอย่างดี
ในด้านเนื้อเรื่อง จะเป็นการพา Kliff, Oongka และ Damiane เข้าสู่ดินแดนใหม่ทั้งในแง่ของสถานที่และเส้นเรื่อง โดยมีทั้งภัยคุกคามลึกลับในทะเลทราย ความขัดแย้งทางการเมือง และสิ่งที่คำอธิบายอย่างเป็นทางการเรียกว่า "การเดินทางข้ามกาลเวลา" แม้ว่าเนื้อเรื่องของเกมหลักจะได้รับเสียงวิจารณ์ในช่วงเปิดตัว แต่ Pearl Abyss ก็ได้ทยอยอัปเดตคัตซีนและบทสนทนาใหม่ๆ เข้ามาตลอด ดังนั้นจึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับฟีดแบ็กของผู้เล่นอย่างจริงจังในการพัฒนา DLC ตัวนี้
ระบบการก่อสร้างที่เหนือกว่าเดิม
ระบบการก่อสร้าง (Building system) ได้รับการขยายขอบเขตครั้งใหญ่ จากเดิมที่เกมหลักให้ผู้เล่นสร้างได้เพียงบ้านและแคมป์ แต่ใน Charting the Unknown ดูเหมือนว่าจะมีการเพิ่มระบบสร้างปราสาทแบบเต็มรูปแบบเข้ามา ซึ่งถือเป็นสเกลที่ใหญ่กว่าเดิมมาก นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเช่าและบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างเพื่อสร้างรายได้และกระชับความสัมพันธ์กับเหล่า NPC ใน Pywel ได้อีกด้วย
ในตัวอย่างยังมีฉากที่ Kliff คุกเข่ามอบดอกไม้ให้กับแม่มดคนหนึ่งในเกม ซึ่งก่อนหน้านี้ Crimson Desert ไม่เคยมีคอนเทนต์แนวความสัมพันธ์ (Romance) มาก่อน นี่อาจเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกว่า Pearl Abyss กำลังมุ่งไปในทิศทางนั้น แม้จะยังไม่มีการยืนยันใดๆ นอกเหนือจากช็อตในตัวอย่าง แต่ก็ยากที่จะตีความไปเป็นอย่างอื่น
จากยอดขาย 6 ล้านชุด สู่ความคาดหวังใน DLC ตัวใหม่
ประเด็นสำคัญคือ Crimson Desert ทำยอดขายไปได้ถึง 6 ล้านชุด แม้จะได้รับเสียงวิจารณ์ที่ค่อนข้างหนักในช่วงเปิดตัว นั่นแสดงให้เห็นว่าฐานผู้เล่นยังคงต้องการคอนเทนต์ใหม่ๆ และ Pearl Abyss ก็คอยป้อนแพตช์และอัปเดตฟรีให้อย่างต่อเนื่อง Charting the Unknown จึงถือเป็นคอนเทนต์แบบเสียเงินตัวแรก ทำให้ความกดดันนั้นมีสูงมาก ตัวเกมจำเป็นต้องทำผลงานให้ดีเพื่อพิสูจน์ทั้งกลยุทธ์การสนับสนุนหลังการขายและราคาที่ตั้งไว้ที่ $25
หากคุณยังไม่ได้สัมผัสเกมหลัก สามารถอ่าน บทวิจารณ์เชิงลึก ของเราเพื่อดูภาพรวมของเกมหลังจากผ่านการอัปเดตแพตช์ต่างๆ มาแล้ว ซึ่งตัวเกมในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากช่วงที่เปิดตัวอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับผู้เล่นที่กำลังผจญภัยอยู่ใน Pywel สามารถติดตาม คู่มือ Crimson Desert ของเราที่จะมีการอัปเดตข้อมูลเฉพาะของ DLC เมื่อใกล้ถึงวันที่ 15 ตุลาคมนี้ รวมถึงรายละเอียดของระบบใหม่และโซนต่างๆ ทันทีที่มีข้อมูลเพิ่มเติมออกมา







