Dungeons of Hinterberg คือเกมแนว Action RPG ที่นำเสนอแนวทางที่แปลกใหม่ให้กับเกมประเภทนี้ นั่นคือการเป็นเกมที่ให้ผู้เล่นได้พักผ่อนอย่างแท้จริง เกมนี้พัฒนาโดย Microbird Games โดยให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็น Luisa ทนายความฝึกหัดที่ต้องการหลีกหนีจากความกดดันในหน้าที่การงาน แทนที่จะเน้นไปที่การต่อสู้หรือการทำเควสต์ (Quest) เพียงอย่างเดียว ตัวเกมกลับให้ความสำคัญกับการพักผ่อน การสำรวจ และการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในฉากหลังที่เป็นเทือกเขาแอลป์ (Alpine) อย่างละเอียด
จุดเริ่มต้นของเกมนี้ย้อนกลับไปในช่วงล็อกดาวน์จากสถานการณ์ COVID-19 เมื่อผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Philipp Seifried และ Regina Reisinger รู้สึกหมดไฟและต้องติดอยู่แต่ในบ้าน "เราคิดกันว่า 'มันจะดีแค่ไหนถ้าได้ไปพักร้อน?' ในเมื่อเราไปไม่ได้ เราเลยคิดว่าน่าจะเริ่มทำเกมที่เกี่ยวกับวันหยุดพักผ่อนดู" Seifried กล่าว แนวคิดดังกล่าวได้หล่อหลอมปรัชญาการออกแบบทั้งหมดของ Dungeons of Hinterberg ซึ่งมุ่งหวังที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ของ การพักผ่อนที่เงียบสงบและผ่อนคลาย
การสำรวจ Hinterberg และเทือกเขาแอลป์ในออสเตรีย
เมืองตากอากาศสมมติอย่าง Hinterberg ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานที่ท่องเที่ยวในออสเตรีย เช่น Bad Gastein และ Hallstatt โดย Seifried และ Reisinger ได้เดินทางด้วยรถไฟไปทั่วออสเตรียเพื่อเก็บข้อมูลอ้างอิง และนำองค์ประกอบจากหลายภูมิภาคมารวมกันเพื่อสร้างโลกที่หลากหลายทางทัศนียภาพและน่าดื่มด่ำ ผู้เล่นสามารถเดินทางผ่านเส้นทางภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ริมทะเลสาบที่สวยงาม และป่าบนเทือกเขา ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนความรู้สึกของการพักผ่อนในช่วงฤดูหนาวอย่างแท้จริง
ตัวเกมเปิดโอกาสให้ผู้เล่นกำหนดจังหวะการเล่นของตัวเองได้ Luisa สามารถเล่นสโนว์บอร์ด โหนสลิง (Zipline) หรือปีนเขา แต่เธอก็มีอิสระที่จะใช้เวลาทั้งวันไปกับการนั่งเงียบๆ หรือทำสมาธิได้เช่นกัน Reisinger อธิบายถึงความตั้งใจนี้ว่าเป็นการสร้าง "บ้านหลังเล็กๆ ที่คุณสามารถกลับไปหาได้หลังจากเลิกงาน" ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้เล่นสามารถตัดสินใจได้เองว่าจะ ใช้เวลาพักร้อนในเกมอย่างไร
ระบบต่อสู้ที่ออกแบบมาเพื่อความผ่อนคลาย
แม้ว่า Dungeons of Hinterberg จะมีดันเจี้ยน (Dungeons) ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานพื้นบ้านของเทือกเขาแอลป์ แต่ระบบการต่อสู้ถูกออกแบบมาให้เข้าถึงง่ายมากกว่าที่จะเน้นความยากจนเกินไป โดยได้รับอิทธิพลมาจากเกมคลาสสิก 3D อย่าง The Legend of Zelda ระบบนี้จึงเน้นไปที่กลยุทธ์และการจับจังหวะมากกว่าการใช้รีเฟล็กซ์ (Reflex) ทำให้ผู้เล่นสามารถรับมือกับศัตรูได้ในจังหวะที่สบายๆ การใช้ท่าไม้ตายพิเศษ การพัฒนาตัวละคร และการเลือกอุปกรณ์ช่วยเพิ่มความลึกให้กับเกม แต่เป้าหมายหลักยังคงอยู่ที่ความสนุกสนานมากกว่าความท้าทาย
Seifried ตั้งข้อสังเกตว่าเกมยังคงรักษาความรู้สึกของอิสระที่พบในโลกของ Zelda เอาไว้ ทำให้ผู้เล่นสามารถสำรวจและต่อสู้ได้ตามอัธยาศัย แม้แต่การเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายก็ยังถูกจัดวางอยู่ในบริบทของการพักร้อนที่ผ่อนคลาย เพื่อให้มั่นใจว่าการต่อสู้จะไม่รู้สึกกดดันจนเกินไปหรือ ดูแปลกแยกไปจากโทนของเกม
การปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและการพัฒนาตัวละคร
นอกเหนือจากการสำรวจและการต่อสู้แล้ว Dungeons of Hinterberg ยังได้รวมเอาระบบสังคมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Persona เข้ามาด้วย ผู้เล่นสามารถปฏิสัมพันธ์กับทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่จะส่งผลต่อเกมเพลย์และมอบรางวัลต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งต่างจากเกมแนวจำลองสถานการณ์ทางสังคมทั่วไป ระบบนี้ไม่ได้พึ่งพาการบริหารเวลาที่เข้มงวด แต่เน้นไปที่ความไม่คาดฝันและความประหลาดใจที่เกิดขึ้นในการปฏิสัมพันธ์เป็นครั้งคราว
ผู้พัฒนาได้ตั้งใจใส่บุคลิกที่หลากหลายเข้ามาเพื่อสะท้อนประสบการณ์การพักร้อนในชีวิตจริง ตัวละครบางตัวมีความเป็นมิตรและต้อนรับขับสู้ ในขณะที่บางตัวอย่าง Kai ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) บนโซเชียลมีเดีย อาจจะเข้าถึงได้ยากกว่า Reisinger กล่าวว่าพลวัตเหล่านี้ถูกใส่เข้ามาเพื่อสะท้อนความเป็นธรรมชาติของการพบปะผู้คนในชีวิตจริง และสร้างความรู้สึกสมจริงภายในสภาพแวดล้อมของเมืองตากอากาศแห่งนี้
เกมพักร้อนที่มีความลึกซึ้ง
โดยรวมแล้ว Dungeons of Hinterberg มอบส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างแอ็กชันเบาๆ การสำรวจ และการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ในสภาพแวดล้อมของเทือกเขาแอลป์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีต เกมมอบอิสระให้ผู้เล่นได้มีส่วนร่วมกับโลกในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะหมายถึงการต่อสู้กับมอนสเตอร์ การสำรวจภูเขา หรือเพียงแค่ใช้เวลาหนึ่งวันไปกับการไม่ทำอะไรเลย ขณะนี้เกมวางจำหน่ายแล้วบน Epic Games Store
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Dungeons of Hinterberg วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มใดบ้าง?
ปัจจุบัน Dungeons of Hinterberg วางจำหน่ายบน Epic Games Store สำหรับ PC
Dungeons of Hinterberg เป็นเกมที่ยากหรือไม่?
ไม่ เกมนี้ถูกออกแบบมาให้เข้าถึงง่าย ระบบการต่อสู้เน้นกลยุทธ์มากกว่ารีเฟล็กซ์ และผู้เล่นสามารถเลือกเล่นในจังหวะที่ผ่อนคลายได้
สามารถข้ามดันเจี้ยนใน Dungeons of Hinterberg ได้หรือไม่?
ได้ ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะโฟกัสไปที่การสำรวจ การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หรือกิจกรรมพักผ่อน โดยไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการต่อสู้ทุกครั้ง
เกมมีระบบออนไลน์มัลติเพลเยอร์หรือองค์ประกอบ Web3 หรือไม่?
ไม่มี Dungeons of Hinterberg เป็นประสบการณ์แบบเล่นคนเดียว (Single-player) โดยไม่มีการรวมระบบ Web3 หรือบล็อกเชนใดๆ
เกมมีการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมรูปแบบใดบ้าง?
เกมมีระบบสังคมที่ผู้เล่นสามารถสร้างความสัมพันธ์กับคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ พร้อมรางวัลที่ไม่คาดคิดตามรูปแบบการปฏิสัมพันธ์
อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้กับฉากหลังของเกม?
ฉากหลังได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมืองและภูมิประเทศจริงในออสเตรีย รวมถึง Bad Gastein, Hallstatt, Innsbruck และธารน้ำแข็ง Dachstein








