Elden Ring ยังคงรักษาความหนาแน่นของผู้เล่น (Engagement) ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นแม้เวลาจะผ่านไปนานหลังจากการวางจำหน่าย ข้อมูลจาก Alinea Analytics เผยว่าผู้เล่นบน Steam กว่า 45% ได้ใช้เวลาเล่นเกมนี้ไปมากกว่า 100 ชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของผู้เล่นในระดับที่หาได้ยาก แม้แต่ในกลุ่มเกมแนว Role-Playing Games (RPG) ระดับท็อปด้วยกัน ตัวเกมซึ่งพัฒนาโดย FromSoftware ได้ผสานแนวทางการออกแบบการต่อสู้ที่ท้าทายอันเป็นเอกลักษณ์ของสตูดิโอ เข้ากับรูปแบบการสำรวจโลกกว้าง (Open-ended exploration) ซึ่งการปรับเปลี่ยนจากโครงสร้างแบบเส้นตรง (Linear) ของซีรีส์ Dark Souls นี้ ช่วยให้เกมเข้าถึงกลุ่มผู้เล่นได้กว้างขึ้นโดยไม่ทิ้งลายเซ็นเรื่องความยากที่เป็นจุดขายของสตูดิโอ
Elden Ring กวาดรายได้เกือบ $2 Billion
ตัวเกมประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในแง่ยอดขายและคำวิจารณ์ โดยคว้ารางวัล Game of the Year จากเวที The Game Awards และครองคะแนนรีวิวบน Metacritic สูงที่สุดเกมหนึ่งในปัจจุบัน ตัวเลขยอดขายสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยยอดขายกว่า 30 ล้านชุดตามประกาศอย่างเป็นทางการล่าสุด พร้อมรายได้ที่ใกล้แตะระดับ $2 Billion โดยประมาณการจำนวนผู้เล่นรวมอยู่ที่ 36 ล้านคนในทุก แพลตฟอร์ม ซึ่ง Steam ครองสัดส่วนผู้เล่นมากที่สุดที่ 15.7 ล้านคน ตามมาด้วย PlayStation ที่ 13.2 ล้านคน และ Xbox ที่ 7.4 ล้านคน

Elden Ring กวาดรายได้เกือบ $2 Billion
การขยายตัวและยืดอายุเกมด้วย Shadow of the Erdtree
FromSoftware ได้ต่ออายุ Elden Ring ด้วยคอนเทนต์เสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเสริม Shadow of the Erdtree ที่วางจำหน่ายเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ภาคเสริมนี้ได้นำเสนอคอนเทนต์ใหม่ๆ และช่วยรักษาโมเมนตัมในหมู่ฐานผู้เล่นเดิมไว้ได้ ข้อมูลวิเคราะห์ระบุว่ามีการจำหน่ายภาคเสริมนี้ไปแล้วกว่า 2.4 ล้านชุดบน Steam เพียงแพลตฟอร์มเดียว สร้างรายได้ไปถึง $77 ล้าน
อัตราการซื้อภาคเสริม (Attach rate) ที่ 16.3% บ่งบอกถึงการตอบรับที่ดีจากฐานผู้เล่นเดิม ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้เล่นจำนวนมากยังคงต้องการสานต่อการเดินทางในเกมต่อไป ความยากของเกมยังคงเป็นจุดเด่นสำคัญ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้เล่นแต่อย่างใด ข้อมูลจากทั้ง Steam และ PlayStation แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นกว่า 10% ได้ปลดล็อกความสำเร็จ (Achievements) หรือถ้วยรางวัล (Trophies) ทั้งหมดที่มีในเกม ตัวเลขนี้ลดลงเหลือ 3.7% บน Xbox ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในแต่ละแพลตฟอร์ม แต่ก็ยังคงตอกย้ำถึงแนวโน้มความหนาแน่นของผู้เล่นที่แข็งแกร่ง

Elden Ring กวาดรายได้เกือบ $2 Billion
กระแสตอบรับที่พุ่งสูงขึ้นสำหรับ Elden Ring: Nightreign
ต่อยอดจากความสำเร็จของเกมหลักและภาคเสริม FromSoftware ได้เปิดตัวเกมใหม่แบบ Standalone ในชื่อ Elden Ring: Nightreign โดยเกมแนว PVE Roguelike ราคา $40 นี้ ได้สร้างความสนใจให้กับฐานผู้เล่นเดิมเป็นอย่างมาก ข้อมูลที่มีระบุว่าผู้ใช้ Steam กว่า 2.5 ล้านคนได้เพิ่ม Nightreign ลงใน Wishlist และมีผู้ซื้อเกมไปแล้วถึง 300,000 คน
Elden Ring: Nightreign มียอดขายรวมกว่า 4 ล้านชุดภายในสัปดาห์แรกของการวางจำหน่าย ตามที่ได้ รายงานไปก่อนหน้านี้ แม้จะได้รับกระแสวิจารณ์ที่หลากหลายในช่วงเปิดตัว แต่ตัวเกมก็พิสูจน์ให้เห็นถึงผลงานในตลาดที่แข็งแกร่งและยอดผู้เล่นที่สูง ซึ่งเป็นการตอกย้ำสถานะของเกมในฐานะภาคต่อที่ประสบความสำเร็จในแฟรนไชส์ Elden Ring
ที่น่าสนใจคือ ฐานผู้เล่นปัจจุบันของ Elden Ring บน Steam เกือบ 10% แสดงความสนใจที่จะซื้อเกมใหม่นี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจอย่างต่อเนื่องที่มีต่อแฟรนไชส์ นอกจากนี้ การพัฒนา Elden Ring เวอร์ชัน Nintendo Switch 2 ก็กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ซึ่งอาจช่วยขยายฐานผู้เล่นให้กว้างขึ้นไปอีก การเพิ่มแพลตฟอร์มใหม่และเกมภาคแยกแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ในการสร้างแฟรนไชส์ให้เติบโตโดยที่ยังคงรักษาหัวใจสำคัญของเกมและคอมมูนิตี้เอาไว้ได้

Elden Ring กวาดรายได้เกือบ $2 BillionElden Ring กวาดรายได้เกือบ $2 Billion
เปรียบเทียบความหนาแน่นของผู้เล่นกับเกม RPG ชั้นนำอื่นๆ
ระดับความหนาแน่นของผู้เล่นใน Elden Ring นั้นโดดเด่นแม้จะนำไปเปรียบเทียบกับเกมแนว Role-playing games (RPGs) ระดับแถวหน้าเกมอื่นๆ ข้อมูลบน Steam ของ Baldur's Gate 3 และ Diablo IV ช่วยให้เห็นภาพรวมของผลงาน Elden Ring ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยในกลุ่มผู้เล่นบน Steam นั้น ผู้เล่น Elden Ring กว่า 42.6% ใช้เวลาเล่นระหว่าง 100 ถึง 500 ชั่วโมง ในขณะที่ Baldur's Gate 3 มีแนวโน้มที่ใกล้เคียงกันอยู่ที่ 32.3% ส่วน Diablo IV ตามมาเล็กน้อยที่ 26.7% ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าแม้ทั้งสามเกมจะดึงดูดผู้เล่นที่ทุ่มเทได้เหมือนกัน แต่ Elden Ring ยังคงนำในแง่ของระยะเวลาการเล่นในระดับกลางถึงยาว
ในกลุ่มที่เล่นเกิน 500 ชั่วโมงขึ้นไป Diablo IV มีแต้มต่อเล็กน้อยที่ 2.3% ซึ่งอาจสะท้อนถึงโครงสร้างเกมที่เน้นการอัปเดตตามฤดูกาล (Seasonal updates) และคอนเทนต์ช่วงท้ายเกม (Endgame) ที่ต้องเล่นซ้ำๆ ในทางกลับกัน Elden Ring และ Baldur's Gate 3 ถูกออกแบบมาให้เน้นการดำเนินเนื้อเรื่องและการทดลองสร้าง Build ตัวละคร ซึ่งยังคงต้องใช้เวลาเล่นมหาศาลโดยไม่จำเป็นต้องเน้นการฟาร์มแบบไม่สิ้นสุด
Elden Ring ยังมีสัดส่วนของผู้เล่นที่เล่นน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงสูงที่สุด ซึ่งบ่งชี้ว่าความยากของเกมอาจทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่บางส่วนถอดใจไปตั้งแต่ช่วงแรก บน PlayStation มีสัดส่วนผู้เล่นในกลุ่มที่เล่นต่ำกว่า 5 ชั่วโมงสูงกว่าบน Steam ซึ่งอาจชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของพฤติกรรมหรือความคาดหวังของผู้เล่นในแต่ละแพลตฟอร์ม

Elden Ring กวาดรายได้เกือบ $2 Billion
ความต้องการที่ยั่งยืนสำหรับเกมระดับพรีเมียมที่ใช้เวลาเล่นนาน
แม้จะมีความสนใจเพิ่มขึ้นในกลุ่ม เกม ที่เล่นง่ายหรือใช้เวลาเล่นสั้นลง แต่ Elden Ring พิสูจน์ให้เห็นว่ายังมีตลาดที่แข็งแกร่งสำหรับเกมที่มีความซับซ้อนและใช้เวลาเล่นสูง ในระบบนิเวศของเกมที่มักให้ความสำคัญกับโมเดล Live-service และรูปแบบการเล่นที่รวดเร็ว FromSoftware ได้แสดงให้เห็นว่าเกมระดับพรีเมียมที่ซื้อครั้งเดียวจบยังคงสามารถสร้างความหนาแน่นของผู้เล่นได้อย่างกว้างขวางและยั่งยืน
ผลงานของเกมบนหลายแพลตฟอร์ม เมื่อรวมกับความสนใจอย่างต่อเนื่องในคอนเทนต์ใหม่ๆ ตอกย้ำให้เห็นว่าเกม RPG ที่ใช้เวลาเล่นนานยังคงมีคุณค่าในเศรษฐกิจที่เน้นความสนใจของผู้เล่นที่แข่งขันกันสูงและกระจัดกระจาย แม้ว่าเกมอย่าง Clair Obscur: Expedition 33 และ Astro Bot จะแสดงให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในประสบการณ์แบบอินดี้ที่ใช้เวลาเล่นสั้นกว่า แต่ Elden Ring ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าผู้เล่นยังคงเต็มใจที่จะใช้เวลาอย่างมหาศาลไปกับโลกที่สมจริงและมีคุณภาพสูง หากคอนเทนต์นั้นตอบโจทย์ความคาดหวังของพวกเขา







