ยอดขายทะลุ 1 ล้านชุด สำหรับเกมแนววางแผนแบบสลับเทิร์น (turn-based strategy) ในแฟรนไชส์ที่เงียบหายไปตั้งแต่ปี 2006 ถือเป็นตัวเลขที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย
Heroes of Might and Magic: Olden Era ทำยอดขายแตะหลัก 1 ล้านชุดได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังวางจำหน่าย โดยผู้พัฒนาอย่าง Unfrozen และผู้จัดจำหน่ายอย่าง Hooded Horse ก็ไม่รอช้าที่จะเปลี่ยนความสำเร็จนี้ให้กลายเป็นโรดแมป (roadmap) ที่ชัดเจน โดยไฮไลต์สำคัญคือการประกาศเตรียมเพิ่มโหมด roguelike เข้ามาในเกม

รับส่วนลดสูงสุด 80% สำหรับเกมบน GAMES.GG เท่านั้น
ดีลพิเศษสำหรับเกม
จาก 250,000 สู่ 1 ล้านชุดในเวลาอันรวดเร็ว
กระแสความนิยมของเกมนี้เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ ในวันแรกที่เปิดตัว Olden Era ทำยอดขายไปได้ถึง 250,000 ชุด และคืนทุนค่าพัฒนาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากพออยู่แล้ว แต่ยอดขายก็ไม่ได้แผ่วลงหลังผ่านสัปดาห์แรกไป เกมยังคงดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่องจนทะลุ 1 ล้านชุดในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน
ประเด็นสำคัญคือ นี่เป็นแฟรนไชส์ที่ Ubisoft แทบจะพับเก็บไปเลยหลังจาก HoMM 5 วางจำหน่ายในปี 2006 ผ่านไปเกือบสองทศวรรษที่เงียบเหงา จนกระทั่ง Unfrozen ก้าวเข้ามาสร้างผลงานที่ดึงเอาเสน่ห์ของเกมระดับตำนานอย่าง HoMM 3 ในปี 1999 กลับมาได้อย่างตรงจุด จนแฟนเกมให้การตอบรับอย่างล้นหลาม การเดิมพันด้วยความ Nostalgia (ความโหยหาอดีต) ผสมผสานกับการปรับปรุงระบบให้ทันสมัยนั้นเห็นผลชัดเจน
สิ่งที่โรดแมปสัญญาไว้
เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จ Unfrozen ได้เปิดเผยโรดแมปช่วง Early Access แบบเต็มรูปแบบ โดยฟีเจอร์ที่จะอัปเดตในระยะสั้นจะเป็นการปรับปรุงคุณภาพชีวิต (Quality-of-Life) ที่เป็นประโยชน์อย่างมาก:
- โหมด Teamplay และโหมด Observer สำหรับการเล่นแบบมัลติเพลเยอร์
- ระบบ Replay เพื่อให้คุณย้อนกลับมาดูการเดินเกมและศึกการรบที่ผ่านมา
- การปรับปรุงคลาส (Class reworks) และการปรับสมดุลสกิลฮีโร่ (hero skill rebalance) เพื่อให้ Meta ของเกมมีความเข้มข้นขึ้น
สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการอัปเดตที่สมเหตุสมผลและเป็นที่คาดหวังสำหรับเกมที่ยังอยู่ในช่วง Early Access แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นถูกวางไว้ในช่วงท้ายของช่วง Early Access และหลังจากนั้น
โหมด roguelike ที่ไม่มีใครคาดคิด (แต่ทุกคนควรจะคาดหวัง)
ไฮไลต์สำคัญบนโรดแมปคือการเพิ่ม โหมด roguelike PvE เข้ามา โดยรายละเอียดในตอนนี้ยังคงมีน้อยมาก Unfrozen ยืนยันเพียงแค่ว่ามันมีอยู่จริงและจะมีข้อมูลเพิ่มเติมตามมาในภายหลัง ทั้งยังไม่มีการระบุช่วงเวลาปล่อยอัปเดต หรือรายละเอียดว่าโหมดนี้จะเชื่อมโยงกับระบบฮีโร่และกองทัพที่มีอยู่เดิมอย่างไร
สิ่งที่น่าสนใจคือจังหวะเวลาที่เลือกทำ เพราะหัวใจหลักของ HoMM คือการเล่นแคมเปญที่ยาวนานและต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ โดยที่ความรู้เรื่องแผนที่และการจัดการทรัพยากรคือตัวตัดสินทุกอย่าง การนำโหมด roguelike เข้ามาจะพลิกโฉมเกมไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยโครงสร้างการเล่นแบบรอบต่อรอบ (run-based) และการสุ่มองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางที่ครองตลาดเกม PC มาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ในยุคที่เกมหลักภาคก่อนหน้าของ HoMM วางจำหน่าย แนวเกม roguelike ยังแทบไม่มีบทบาทในวงการเกมด้วยซ้ำ
โหมด roguelike ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน โดย Unfrozen สัญญาว่าจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลัง และยังไม่มีการยืนยันช่วงเวลาปล่อยอัปเดตสำหรับฟีเจอร์นี้
กุญแจสำคัญคือ Unfrozen จะสามารถถ่ายทอดสิ่งที่ทำให้ HoMM สนุก (การสร้างกองทัพ, การพัฒนาเวทมนตร์, การอัปเกรดฮีโร่) ลงในรูปแบบที่ต้องเริ่มใหม่ทุกรอบได้ดีแค่ไหน เกมอย่าง Slay the Spire และ Hades ได้พิสูจน์แล้วว่าระบบนี้จะเวิร์กก็ต่อเมื่อตัวระบบมีความลึกมากพอ ซึ่งการปรับปรุงเวทมนตร์และผังสกิลฮีโร่ใน Olden Era ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าพื้นฐานของเกมนั้นพร้อมรองรับแล้ว
การอัปเดตอื่นๆ ที่น่าสนใจในโรดแมป
นอกเหนือจากโหมด roguelike แล้ว โรดแมปยังชี้ให้เห็นถึง:
- พื้นที่ใต้ดิน (Underground terrain) ฟีเจอร์ที่เหล่าเกมเมอร์รุ่นเก๋าจะคุ้นเคยกันดีจากภาคเสริมของ HoMM 3
- ระบบกิลด์โจร (Thieves guild system) ซึ่งจะเพิ่มมิติใหม่ในการหาข้อมูลและกลไกการเล่นแบบลับๆ
ทั้งสองอย่างนี้เป็นการเพิ่มเนื้อหาขนาดใหญ่ที่จะขยายประสบการณ์การเล่นแคมเปญและโหมด Skirmish ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแผนที่ใต้ดินที่จะเปิดมิติใหม่ของการวางกลยุทธ์ทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงลึกของเกม
สถานะของเกมในปัจจุบัน
ตัวเกมเวอร์ชัน Early Access ในปัจจุบันถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งมาก แม้ว่าแคมเปญจะจำกัดอยู่เพียงบทเดียว และโรงเรียนเวทมนตร์ระดับสูงหรือมอนสเตอร์ช่วงท้ายเกมจะยังไม่ได้ถูกเพิ่มเข้ามา แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้หยุดยั้งฐานผู้เล่นที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ผู้เล่นหลายคนอาจมองข้ามไปเมื่อเริ่มเล่นครั้งแรกคือ Olden Era ไม่ได้พยายามทำให้ HoMM ทันสมัยในแบบที่ HoMM 5 หรือภาคที่โชคร้ายอย่าง HoMM 6 เคยทำ มันไม่ได้พยายามไล่ตามกลุ่มผู้เล่นในวงกว้างด้วยการลดทอนระบบให้ง่ายลง แต่มันคือการย้อนกลับไปสู่จุดที่ทำให้ HoMM 3 เป็นจุดสูงสุดของซีรีส์ โดยมีการปรับปรุงระบบเวทมนตร์และเพิ่มโหมดการเล่นใหม่ๆ บนรากฐานเดิมที่ยอดเยี่ยม
สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะเล่นดีหรือไม่ สามารถเข้าไปดู รีวิวเกม ของเราเพื่อบริบทเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกมแนววางแผน และอย่าลืมติดตาม คู่มือการเล่น ของเราเมื่อมีเนื้อหาใหม่ๆ อัปเดตเข้ามาในช่วง Early Access นี้ Unfrozen ได้รับความไว้วางใจจากผู้เล่นไปแล้ว ตอนนี้คือบททดสอบที่ยากที่สุด นั่นคือการทำตามโรดแมปที่ให้สัญญาไว้ให้สำเร็จ








