Immortal Game ได้ยุติการใช้งานระบบ NFT และ Play-to-Earn (เล่นเพื่อหารายได้) ลงแล้ว หลังจากปัญหาการโกงที่รุนแรงทำให้ผู้เล่นทั่วไปไม่สามารถเล่นเกมได้อย่างปกติ โดยเกมหมากรุกบนบล็อกเชน (Blockchain) รายนี้ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทาง Discord เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนักพัฒนาที่ใช้ชื่อว่า "Luxo" ยืนยันว่ารางวัลในรูปแบบคริปโต (Crypto) ได้สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เหล่าคนโกงมีจำนวนมากกว่าผู้เล่นที่เล่นอย่างสุจริต

การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา โดย Immortal Game จะไม่รองรับเหรียญ Checkmate token ($CMT) อีกต่อไป รวมถึงได้ปิดตัว NFT Marketplace, ลบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคริปโตออกจากเว็บไซต์ และหยุดแจกรางวัลการแข่งขันในรูปแบบสกุลเงินดิจิทัล ทั้งนี้แพลตฟอร์มยังคงรันอยู่บน Immutable X ซึ่งเป็นเครือข่าย Ethereum Scaling แต่โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวกลับต้องรองรับเกมที่กำลังพยายามตีตัวออกห่างจากเทคโนโลยีที่เคยเป็นหัวใจหลักของตัวเกมเอง

Immortal Game เปิดตัวในฐานะแพลตฟอร์มหมากรุกแบบ Play-to-Earn ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก การแข่งขันอันโด่งดังในปี 1851 ระหว่าง Adolf Anderssen และ Lionel Kieseritzky ผู้เล่นสามารถสะสมตัวหมากรุก NFT ที่มาพร้อมกับความท้าทายเฉพาะตัวเพื่อกระตุ้นให้เกิดกลยุทธ์การเล่นที่แปลกใหม่ แนวคิดนี้ดึงดูดเงินทุนได้ถึง $15.5 ล้าน รวมถึงรอบการระดมทุน $12 ล้านเมื่อปีที่แล้วจากนักลงทุนสายบล็อกเชนอย่าง TCG Crypto และ Kraken Ventures แต่การเดิมพันครั้งนี้กลับไม่ประสบความสำเร็จ โดยเหรียญ $CMT มีมูลค่าร่วงลง 73% ในปีนี้ ซึ่งความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ข้อมูลราคา แสดงให้เห็นว่ามูลค่าของเหรียญลดลงอย่างต่อเนื่องในขณะที่แพลตฟอร์มต้องเผชิญกับปัญหาการโกง

เดิมทีผู้เล่นสามารถรับเหรียญ $CMT ได้จากการชนะการแข่งขัน ระบบดังกล่าวเมื่อรวมกับการที่ไม่มีเงื่อนไขในการเข้าถึง ทำให้แพลตฟอร์มกลายเป็นเป้าหมายของเหล่าคนโกงที่ใช้ Engine และ Bot เข้ามาฟาร์ม (Farm) รางวัล Luxo อธิบายว่าทีมงานเพิ่มองค์ประกอบด้านคริปโตเข้ามาเพื่อตอบแทนคอมมูนิตี้ แต่ไม่ได้คาดคิดว่าแรงจูงใจทางการเงินจะส่งผลเสียต่อฐานผู้เล่นได้รวดเร็วเพียงใด "เราไม่สามารถนิ่งเฉยและปล่อยให้มีการโกงเกิดขึ้นต่อไปได้อีกแล้ว" Luxo กล่าว "แม้ว่าเราจะยังคงสำรวจเทคโนโลยี Web3 และระบบ Decentralized เพื่อนำมาใช้ในการป้องกันการโกงและสร้างการมีส่วนร่วมกับคอมมูนิตี้ แต่เป้าหมายหลักของเราคือการพัฒนาแพลตฟอร์มหมากรุก เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เล่นทุกคนจะได้รับสภาพแวดล้อมที่ยุติธรรมและสนุกสนาน"

ตัวหมากรุก NFT ยังคงใช้งานได้ใน "Immortal mode" แต่ประโยชน์ใช้สอยนอกเหนือจากโหมดเกมดังกล่าวนั้นได้ถูกยกเลิกไปแล้ว Immortal Game ได้เข้าร่วมรายชื่อโปรเจกต์ที่ถอยห่างจากบล็อกเชนหลังจากที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ในตอนแรก มีเกมบล็อกเชนเกือบ 50 เกมที่ยุติการพัฒนาในปีนี้ และเกมอื่นๆ ก็ได้เปิดตัวเวอร์ชันที่ไม่มีระบบคริปโตเพื่อนำเกมขึ้นสู่ Steam ซึ่งมีกฎห้ามการรวมระบบ NFT เข้ากับตัวเกม ทั้ง Neopets และ Gran Saga: Unlimited ก็ได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันเมื่อเร็วๆ นี้ โดยละทิ้งแผนงานด้านบล็อกเชนหลังจากระดมทุนด้วยคำสัญญาเรื่องฟีเจอร์ Web3 ปัญหาการโกงมีอยู่ทุกที่ในวงการเกมการแข่งขัน แต่การนำเงินจริงมาผูกกับผลแพ้ชนะนั้นยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้รุนแรงขึ้น Immortal Game พยายามสร้างแพลตฟอร์มหมากรุกที่มีรางวัลเป็นบล็อกเชน แต่กลับพบว่ากลไกทางเศรษฐศาสตร์ของการโกงนั้นทำให้เกมไม่สามารถเล่นได้อีกต่อไป






