Softmode หัวหน้าทีมพัฒนาจาก Dischan Media ได้โพสต์ลงบน Reddit ในสัปดาห์นี้ด้วยประโยคสั้นๆ 3 คำที่สรุปการทำงานตลอด 9 ปีที่ผ่านมาว่า: "ผมไม่ได้นอนมา 48 ชั่วโมงแล้ว" โอกาสสำคัญนี้คืออะไร? ก็คือการที่ Mahou Arms ได้เปิดตัวเวอร์ชัน 1.0 บน Steam อย่างเป็นทางการ ปิดฉากเส้นทางการพัฒนาที่เริ่มต้นขึ้นในห้องใต้ดินบ้านพ่อแม่มาตั้งแต่ปี 2017
ช่วงเวลาการเปิดตัวนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะการพัฒนา Mahou Arms เริ่มต้นขึ้นในปีเดียวกับที่ NieR:Automata วางจำหน่าย ซึ่งอิทธิพลของเกมดังกล่าวได้ซึมลึกเข้าไปใน DNA ของเกมนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
รูปแบบการเล่นของสาวน้อยเวทมนตร์กึ่งทหาร
พล็อตเรื่องมีความเป็นอนิเมะแบบสุดๆ ตามชื่อเรียก: สาวน้อยเวทมนตร์สองคนคือปราการด่านสุดท้ายของโลกในการรับมือกับกองทัพเอเลี่ยนปริศนา แต่การนำเสนอจริงนั้นไปไกลกว่าแค่พล็อตเรื่องสั้นๆ Mahou Arms เป็นเกมแอ็กชันมุมมองบุคคลที่สาม (Third-person action) ที่เน้นระบบการต่อสู้ระยะประชิด (Melee combat) ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบคอมโบสไตล์ Devil May Cry หากคุณทำคอมโบได้ต่อเนื่องมากพอ ก็จะไต่ระดับไปถึงเกรด SSS ได้เลย
แต่ประเด็นสำคัญคือ เช่นเดียวกับ NieR:Automata เกมนี้ไม่ได้ยึดติดอยู่กับรูปแบบเดียว โดยมีระบบภาพรวมสนามรบสไตล์วางแผน (Strategy-style) เสริมเข้ามาควบคู่ไปกับการต่อสู้ระยะประชิด ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมุมมองที่ทำให้เกมไม่รู้สึกจำเจ ระบบแท็กทีม (Tag-team mechanics) ช่วยให้คุณสลับตัวละครหลักทั้งสองมาทำคอมโบต่อเนื่องกันได้ และในเวอร์ชัน 1.0 ยังได้เพิ่มเควสต์รองแนวโรแมนติกสำหรับผู้เล่นที่ต้องการอะไรมากกว่าแค่การต่อสู้
Softmode ได้กล่าวถึงขอบเขตของเกมไว้อย่างชัดเจนว่า: "เนื้อเรื่องมีจุดเริ่มต้นและจุดจบ มีเกมเพลย์ที่ไม่ใช่การสุ่ม (Non-procedural) ความยาว 6-10 ชั่วโมง และไม่มีพิกเซลใดที่เกิดจากการสร้างด้วย AI ทั้งในส่วนของภาพ เสียง เนื้อเรื่อง หรือโค้ด" ประโยคหลังนี้มีความสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะเกมทั้งหมดถูกสร้างโดยทีมงานหลักเพียงสองคน โดยมีการจ้างทีมภายนอกมาช่วยในส่วนของดนตรี เสียงประกอบ และพากย์เสียงเมื่อมีงบประมาณเพียงพอ
หกปีใน Early Access กับช่วงโค้งสุดท้ายที่ยาวนาน
Mahou Arms ใช้เวลาอยู่ในช่วง Steam Early Access นานถึง 6 ปี ก่อนจะเปิดตัวเต็มในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก โดยเกมได้รับรีวิวไปแล้ว 542 รายการ และมีคะแนนอยู่ในระดับ 78% เชิงบวก ทั้งนี้ทีมงานได้รับทราบปัญหาบางอย่างในช่วงเปิดตัว 1.0 แล้ว และกำลังเร่งแก้ไขผ่านแพตช์อัปเดตในลำดับถัดไป
งานภาพของเกมถือว่าโดดเด่น โดย Dischan Media ผสมผสานสภาพแวดล้อม 3D แบบมินิมอลเข้ากับงานแอนิเมชัน 2D ที่วาดด้วยมือ ทำให้เกมมีกลิ่นอายอนิเมะย้อนยุค (Retro anime aesthetic) ที่เข้ากันได้ดีกับดนตรีประกอบที่เน้นเสียงเปียโน ผลลัพธ์ที่ได้ให้ความรู้สึกตั้งใจออกแบบมากกว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านงบประมาณ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งสำหรับทีมงานหลักเพียงสองคน
Dischan Media เป็นที่รู้จักดีจากผลงานวิชวลโนเวล (Visual novel) อย่าง Juniper's Knot ดังนั้นการเปลี่ยนมาทำเกมแนวแอ็กชันตัวละคร (Character action) ในรอบเกือบสิบปีจึงถือเป็นการปรับทิศทางครั้งสำคัญ การเปรียบเทียบกับ NieR:Automata ไม่ใช่แค่การตลาด แต่การผสมผสานแนวเกม ความแตกต่างของโทนระหว่างดีไซน์ตัวละครที่น่ารักกับเนื้อเรื่องที่จริงจัง และการเน้นความลึกของระบบต่อสู้ ล้วนชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลเดียวกันกับที่ทำให้เกมของ Yoko Taro เป็นที่จดจำ
ความหมายสำหรับผู้เล่นที่กำลังมองหาเกมแอ็กชันเกมถัดไป
สำหรับใครที่เล่น NieR:Automata จนจบแล้วและกำลังมองหาเกมที่มีความทะเยอทะยานในระดับใกล้เคียงกันแต่ในสเกลที่เล็กกว่า Mahou Arms คือเกมที่น่าลอง ความยาว 6-10 ชั่วโมงนั้นตรงไปตรงมาในสิ่งที่มันเป็น คือประสบการณ์ที่เน้นความเข้มข้นและงานฝีมือ มากกว่าจะเป็นเกม Open-world ที่ดูดเวลาชีวิต
เกมเปิดให้เล่นแล้วบน Steam ในเวอร์ชัน 1.0 หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสูตรสำเร็จของเกมแอ็กชันแบบ NieR:Automata ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกมนี้ คุณสามารถดู คู่มือกลยุทธ์ ที่เจาะลึกระบบการต่อสู้ที่คุณควรทำความเข้าใจก่อนจะนำไปเปรียบเทียบกัน








