Extraction shooter จาก Bungie ได้เริ่มต้นเส้นทางด้วยการโยนผู้เล่นลงสู่สนามจริงแบบไม่มีตัวช่วย ตั้งแต่เปิดตัวก็จัดเต็มด้วยระบบ PvPvE แบบไม่มีเซฟโซนหรือช่วงฝึกสอน แต่ในซีซัน 2 นี้ สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปบ้างแล้ว
Marathon ซีซัน 2 เปิดตัวเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พร้อมกับการเผยโหมด Sponsored Survival ซึ่งเป็นโหมดทดลองใหม่ที่ Bungie อธิบายว่าเป็น "วิธีเล่นที่เน้น PvP-lite และมีความเสี่ยงต่ำ" แม้จะยังไม่ใช่โหมด PvE เต็มรูปแบบที่คอมมูนิตี้เรียกร้องกันเข้ามา แต่ก็นับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า Bungie กำลังรับฟังเสียงของผู้เล่น
ระบบการเล่นของ Sponsored Survival
สรุปสั้นๆ เกี่ยวกับโครงสร้างโหมดนี้: ทีมผู้เล่น (Crew) จะถูกส่งลงไปยังแผนที่ Night Marsh โดยในช่วงเริ่มต้นจะมีเพียงทีมเดียวในพื้นที่นั้น ไม่มีทีมคู่แข่ง ไม่มีภัยคุกคามจากผู้เล่นอื่น มีเพียงแค่แผนที่ ไอเทมฟาร์ม และเหล่าบอต UESC ที่คอยดักซุ่มอยู่ รวมถึงสิ่งที่ Bungie เรียกว่า "ศัตรูหน้าใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด" ในช่วงไม่กี่นาทีแรกนี้ เกมจะให้ประสบการณ์แบบ PvE เต็มรูปแบบ
จุดเปลี่ยนจะเกิดขึ้นหลังจากผ่านไปสักพัก เมื่อล็อบบี้เริ่มมี Rooks หรือผู้เล่นเดี่ยวที่เน้นการเก็บของ (Scavenging) ทยอยเข้ามาในแมตช์ทีละคน แม้ทีมผู้เล่นหลักจะได้เปรียบจากการเริ่มก่อน แต่ตอนนี้จะมีตัวแปรทางสังคมเข้ามาเกี่ยวข้อง การที่ Rooks เดินหลงเข้าไปในเขตของทีมที่มีผู้เล่น 3 คนถือเป็นความเสี่ยงสำหรับตัว Rooks เอง ซึ่งนั่นคือหัวใจสำคัญของโหมดนี้
คำอธิบายจาก Bungie สื่อถึงเจตนาได้ชัดเจน: "โหมดอสมมาตร (Asymmetrical mode) นี้ช่วยเปลี่ยนไดนามิกของการเล่น โดยลดความกดดันให้กับทีมผู้เล่นในช่วงต้นเกม ในขณะที่ยังคงความสนุกและความคาดเดาไม่ได้จากการมีอยู่ของ Rooks ในแมตช์"
การบังคับใช้ Sponsored Kit คือการออกแบบที่ชาญฉลาด
สิ่งที่ผู้เล่นหลายคนอาจมองข้ามไปในช่วงแรกคือ กฎของ Sponsored Kit ช่วยปรับสมดุลพลังได้ดีเพียงใด การบังคับให้ผู้เล่นใช้ Loadout มาตรฐานช่วยตัดปัญหาการที่ทีมระดับเซียน (Veteran squad) ที่มีอุปกรณ์ครบมือมาไล่ฟาร์มผู้เล่นเดี่ยวที่เพิ่งเกิดใหม่ Rooks จะรู้ได้ทันทีว่าทีมผู้เล่นหลักนั้นมีระดับอุปกรณ์ที่เท่าเทียมกัน ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจด้าน Quality-of-life ที่สำคัญสำหรับผู้เล่นที่เคยเจ็บปวดจากการเผชิญหน้าที่ไม่สมน้ำสมเนื้อในโหมดปกติ
กุญแจสำคัญคือ Sponsored Survival ไม่ได้พยายามมาแทนที่ Core loop ของเกม แต่มันทำหน้าที่เป็น "วาล์วระบายความดัน" เป็นพื้นที่ให้ผู้เล่นใหม่ได้ทำความคุ้นเคยกับแผนที่ เรียนรู้เส้นทาง Extraction และต่อสู้กับศัตรู UESC ก่อนที่จะต้องไปเจอกับความโกลาหลของ PvPvE เต็มรูปแบบ
โหมด PvE เต็มรูปแบบกำลังมา แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้
Bungie ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Roadmap อย่างชัดเจน โดย Joe Ziegler ผู้กำกับเกมได้เกริ่นถึงแนวคิดของโหมดที่มี "กลิ่นอายของ PvP" มาก่อนหน้านี้ และ Sponsored Survival ก็คือโหมดนั้นที่กลายเป็นจริง อย่างไรก็ตาม ทางสตูดิโอยืนยันว่ากำลังทดสอบโหมด PvE เต็มรูปแบบสำหรับช่วงครึ่งหลังของซีซัน 2 และอาจมีโหมดที่เน้น PvP จ๋าๆ ตามมาในอนาคต
นี่ถือเป็นความมุ่งมั่นที่สำคัญจากสตูดิโอที่เปิดตัว Marathon มาโดยไม่มีทั้งสองตัวเลือกนี้ กระแสตอบรับจากคอมมูนิตี้ในช่วงแรกค่อนข้างรุนแรง และ Bungie ก็ได้ตอบสนองด้วยการใช้วิธีค่อยเป็นค่อยไปแทนที่จะแก้ปัญหาแบบหักดิบ
สำหรับผู้เล่นที่ยังลังเลเพราะรูปแบบ PvPvE ดูจะโหดร้ายเกินไป Sponsored Survival คือโหมดที่น่าลองเล่นในตอนนี้ โหมด PvE เต็มรูปแบบจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า Bungie จะสามารถขยายฐานผู้เล่นโดยไม่ทำให้เสน่ห์ของเกมแนว Extraction เจือจางลงได้อย่างไร
สำหรับรายละเอียดทั้งหมดของซีซัน 2 สามารถดูได้ที่ คู่มือ Marathon ซีซัน 2 ที่รวบรวมทุกฟีเจอร์ใหม่ และหากต้องการทราบว่าควรพกอะไรติดตัวเข้า Night Marsh บ้าง สามารถดูได้ที่ คู่มืออาวุธและ Loadout ที่ดีที่สุด ของเราก่อนเริ่มลุย








