เจ็ดปีแห่งการตะลอนทัวร์เมืองต่างๆ การกด Gacha และการสมัครสมาชิก Gold Pass ได้สิ้นสุดลงแล้ว Nintendo ยืนยันว่า Mario Kart Tour จะยุติการให้บริการในวันที่ 29 กันยายน 2026 เวลา 23.00 น. ตามเวลา PT และต่างจาก Animal Crossing: Pocket Camp ตรงที่จะไม่มีเวอร์ชันออฟไลน์ให้เล่นต่อเพื่อบรรเทาความใจหาย ทุกสิ่งที่คุณสะสมมา ทุก Ruby ที่คุณจ่ายไป และทุกตัวละครที่คุณปลดล็อกจะหายไปพร้อมกับเซิร์ฟเวอร์ หากคุณยังต้องการซิ่งกับ Mario บนมือถือต่อ Nintendo ต้องการให้คุณไปให้ความสนใจกับ Mario Kart World แทน

รับสิทธิ์สมาชิก GTA+ ฟรี 1 เดือนเมื่อสั่งซื้อล่วงหน้า
สั่งซื้อล่วงหน้า GTA 6 ได้แล้ววันนี้
สิ่งที่จะสูญเสียไปเมื่อเซิร์ฟเวอร์ปิดตัวลง
ประเด็นคือ นี่ไม่ใช่การปิดตัวแบบเงียบๆ Mario Kart Tour มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 200 ล้านครั้งภายในปี 2021 และเป็นการเปิดตัวเกมมือถือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Nintendo โดยมียอดดาวน์โหลดถึง 90 ล้านครั้งในสัปดาห์แรกเพียงสัปดาห์เดียว นั่นคือฐานผู้เล่นจำนวนมหาศาล และผู้เล่นส่วนสำคัญเหล่านั้นได้ใช้เงินจริงไปกับเกมนี้
Rubies ซึ่งเป็นสกุลเงินพรีเมียมในเกม จะไม่มีการวางจำหน่ายอีกต่อไปตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2026 รวมถึงการสมัครสมาชิก Gold Pass รายใหม่ก็จะถูกตัดออกเช่นกัน ผู้เล่นที่มี Gold Pass ใช้งานอยู่จะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ส่วนใหญ่ฟรีจนกว่าจะถึงวันปิดให้บริการ และตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม เป็นต้นไป ผู้เล่นทุกคนจะได้รับสิทธิพิเศษจาก Gold Pass โดยอัตโนมัติ Rubies ที่ยังค้างอยู่ในบัญชีสามารถนำไปใช้ใน Spotlight Shop, Mii Racing Suit Shop หรือ Coin Rush ได้จนถึงวันสุดท้าย หลังจากนั้นสกุลเงินที่ไม่ได้ใช้จะถือเป็นโมฆะโดยไม่มีการประกาศโปรแกรมคืนเงินใดๆ
ไม่มีการคืนเงิน ไม่มีโหมดออฟไลน์รองรับ ไม่มีคลังข้อมูล มีเพียงหน้าจอว่างเปล่าในจุดที่เคยเป็นเกม
ข้อโต้แย้งเรื่องการอนุรักษ์เกมที่ Nintendo มองข้าม
กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในครั้งนี้ไม่ได้มาจากความผิดหวังของผู้เล่นที่สูญเสียคอลเลกชันของตนเท่านั้น การปิดตัวของ Mario Kart Tour ได้กลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับกลุ่มอนุรักษ์เกม โดยเฉพาะกลุ่มอย่าง Stop Killing Games ซึ่งโต้แย้งว่าผู้จัดจำหน่ายมีภาระผูกพันที่จะต้องทำให้เกมยังคงอยู่ในสถานะที่เล่นได้หลังจากบริการ Live Service สิ้นสุดลง
ความแตกต่างเมื่อเทียบกับ Animal Crossing: Pocket Camp นั้นชัดเจนมาก เกมนั้นได้รับเวอร์ชันออฟไลน์แบบซื้อขาดในปี 2024 ทำให้ผู้เล่นสามารถรักษาประสบการณ์การเล่นไว้ได้ แต่ Nintendo เลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้นกับ Mario Kart Tour ซึ่งเหตุผลน่าจะเป็นเรื่องของผลกำไร เกมนี้ทำรายได้ประมาณ 200 ถึง 300 ล้านดอลลาร์ตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดูดีหากมองแยกส่วน แต่ยังห่างไกลจากรายได้ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ที่ Fire Emblem Heroes ทำได้ การประคองเกม Live Service ที่ไม่มีการอัปเดตเนื้อหาสำคัญมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 จึงไม่สมเหตุสมผลในเชิงธุรกิจ
ในด้านกฎหมายก็แทบไม่มีความหวัง คณะกรรมาธิการยุโรปเพิ่งปฏิเสธที่จะผลักดันการคุ้มครองผู้เล่นจากการถูกลบเนื้อหาถาวร ส่วนร่างกฎหมาย Protect Our Games Act ของรัฐแคลิฟอร์เนียก็ชะงักไปในการลงมติของคณะกรรมาธิการวุฒิสภารัฐ เกมแนว Free-to-play อย่าง Mario Kart Tour มักจะอยู่นอกขอบเขตของการคุ้มครองผู้บริโภคที่เสนอไว้ เนื่องจากข้อกำหนดในการให้บริการมักระบุชัดเจนว่าการซื้อเป็นการให้สิทธิ์ในการเข้าถึง ไม่ใช่การเป็นเจ้าของ ผู้เล่นที่ใช้เงินไปจึงไม่มีช่องทางทางกฎหมายที่ชัดเจนในการเรียกคืนเงิน
การปรับทิศทางสู่มือถือของ Nintendo และสิ่งที่บ่งบอก
การปิดตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว Nintendo ได้ค่อยๆ ถอยห่างจากโมเดลเกมมือถือแบบ Free-to-play มาระยะหนึ่งแล้ว และการปิด Mario Kart Tour คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของการเปลี่ยนแปลงนี้ ทรัพยากรต่างๆ กำลังถูกย้ายไปให้ความสำคัญกับเกมคอนโซลเป็นหลัก โดยมีเกมสำหรับ Switch 2 เป็นหัวหอกสำคัญ Mario Kart World กลายเป็นภาคที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของแฟรนไชส์ไปแล้ว ซึ่งทำให้บทบาทบนมือถือดูเหมือนเป็นบทที่ Nintendo พร้อมจะปิดฉากลง
นั่นไม่ได้ทำให้ความสูญเสียสำหรับผู้เล่นที่ทุ่มเทเวลาหลายปีให้กับ Mario Kart Tour น้อยลงแต่อย่างใด เกมนี้วนเวียนอยู่กับ Tour เดิมๆ หลังจากหยุดอัปเดตเนื้อหาในช่วงปลายปี 2023 ซึ่งบอกให้รู้ว่า Nintendo ได้ก้าวข้ามเกมนี้ไปตั้งนานแล้วก่อนที่จะมีการประกาศนี้
สำหรับแฟนๆ เกมแข่งรถ ที่ต้องการติดตามแฟรนไชส์นี้ต่อไป ฝั่งคอนโซลคือจุดที่ Nintendo กำลังทุ่มพลังให้อย่างชัดเจน หากคุณต้องการคำแนะนำเพื่อเริ่มต้นกับสิ่งที่ Mario Kart World มีให้ คู่มือกลยุทธ์ Mario Kart World เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีก่อนที่เซิร์ฟเวอร์ของเกมมือถือจะมืดดับลงอย่างถาวร








