เกมล่าสุดของ Bandai Namco ในซีรีส์ Katamari Damacy ที่ชื่อว่า Once Upon a Katamari ได้นำเสนอแนวคิดใหม่โดยให้ผู้เล่นอยู่ในฉากประวัติศาสตร์ พัฒนาโดย Rengame ซึ่งเป็นการร่วมมือกันของสามสตูดิโอญี่ปุ่น รวมถึง Monkeycraft เกมนี้ยังคงกลไกหลักของการกลิ้งวัตถุเพื่อขยาย Katamari (คาตามาริ) ในขณะที่สำรวจยุคต่างๆ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไปจนถึงกรีกโบราณ
แทนที่จะเป็นการรวบรวมสิ่งของในชีวิตประจำวันที่คุ้นเคย เช่น หมุดกด, วิทยุ และอาคารสำนักงาน ผู้เล่นจะได้กลิ้งซามูไร, ไดโนเสาร์, มนุษย์ถ้ำ และวัตถุอื่นๆ ที่เฉพาะเจาะจงกับยุคสมัย แนวทางนี้เพิ่มความหลากหลายให้กับการเล่นเกมอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ โดยนำเสนอทั้งอารมณ์ขันทางภาพและการโต้ตอบที่สร้างสรรค์เมื่อ Katamari (คาตามาริ) ขยายตัว ผู้เล่นอาจพบว่าตัวเองกำลังกลิ้งนักรบสปาร์ตัน, คบเพลิงโอลิมปิก หรือแม้แต่นักปรัชญาอย่างอริสโตเติลและเพลโต ควบคู่ไปกับของจิปาถะทั่วไป

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
วิวัฒนาการของเกมเพลย์ผ่านฉากประวัติศาสตร์
ระดับประวัติศาสตร์ทำให้เกมมีความก้าวหน้าและความแปลกใหม่ เมื่อผู้เล่นสำรวจแต่ละยุค กล้องจะถอยกลับเพื่อเผยให้เห็นสภาพแวดล้อมที่กว้างใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยวัตถุตามธีม เทพนิยายกรีก สุสานอียิปต์ และภูมิทัศน์ยุคก่อนประวัติศาสตร์เปิดโอกาสให้เกิดช่วงเวลาตลกขบขันใหม่ๆ เช่น การเผชิญหน้ากับ Cerberus (เซอร์เบอรัส) หรือการกลิ้งโลงศพ สิ่งนี้แตกต่างจากเกมก่อนหน้าอย่าง Katamari Damacy Rolling Live ซึ่งแม้จะมีการขัดเกลาภาพ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงรูปแบบการเล่นที่คุ้นเคย
แม้จะมีการเปลี่ยนแปลง เกมยังคงรักษาเสน่ห์พื้นฐานของซีรีส์ไว้ นั่นคือการค่อยๆ กลิ้งวัตถุขนาดใหญ่ขึ้นและเฝ้าดูสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปรอบๆ Katamari (คาตามาริ) ที่กำลังเติบโต ผู้เล่นบางคนอาจต้องการระดับที่เน้นไดโนเสาร์มากขึ้น แต่ความหลากหลายของเนื้อหาทางประวัติศาสตร์มอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับทั้งแฟนๆ ที่เล่นมานานและผู้เล่นใหม่
การพัฒนาและบริบทของซีรีส์
ทีมพัฒนาของ Rengame แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการให้เกียรติและขยายสูตรของ Katamari (คาตามาริ) Monkeycraft หนึ่งในสตูดิโอที่ร่วมพัฒนา ได้ทำงานในเวอร์ชันรีเมค (remake) ล่าสุดอย่าง Katamari Damacy Reroll และ We Love Katamari Reroll + Royal Reverie ทำให้พวกเขามีความคุ้นเคยกับแฟรนไชส์ การมุ่งเน้นของสตูดิโอไปที่อารมณ์ขันแบบเหนือจริงเข้ากันได้อย่างเป็นธรรมชาติกับการหักมุมทางประวัติศาสตร์ ทำให้ซีรีส์สามารถสำรวจทิศทางสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้
Bandai Namco ได้นำเสนอ Once Upon a Katamari ในฐานะเกมภาคดั้งเดิมภาคแรกในรอบ 14 ปี ซึ่งเน้นย้ำถึงความเต็มใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แทนที่จะพึ่งพาเพียงแค่เวอร์ชันรีเมค (remake) เท่านั้น ด้วยการผสมผสานฉากประวัติศาสตร์เข้ากับกลไกการกลิ้งอันเป็นเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ เกมนี้แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ซีรีส์ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานก็สามารถพัฒนาได้โดยไม่ละทิ้งเอกลักษณ์หลักของตน
ระดับประวัติศาสตร์มอบโอกาสทางภาพและเกมเพลย์ที่สดใหม่
ระดับใหม่ของเกมได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างความประหลาดใจให้กับผู้เล่นด้วยวัตถุที่พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะพบในเกม Katamari (คาตามาริ) ความสอดคล้องทางธีมภายในแต่ละยุคช่วยให้เกิดทั้งอารมณ์ขันและการคิดเชิงกลยุทธ์ในขณะที่ผู้เล่นกำหนดเส้นทางที่ดีที่สุดในการขยาย Katamari (คาตามาริ) ของตน เนื้อหาทางประวัติศาสตร์ยังส่งเสริมการสำรวจ ให้รางวัลแก่ผู้เล่นด้วยการโต้ตอบที่ไม่เหมือนใครซึ่งจะไม่ปรากฏในฉากที่ทันสมัยหรือธรรมดามากกว่า
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Once Upon a Katamari มีให้บริการบนแพลตฟอร์มใดบ้าง?
Once Upon a Katamari มีให้บริการบนคอนโซลหลักและ PC (พีซี) สำหรับรายละเอียดความเข้ากันได้ล่าสุด โปรดตรวจสอบเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Bandai Namco
การเล่นเกมโดยทั่วไปใช้เวลานานเท่าใด?
ผู้เล่นสามารถคาดหวังได้ประมาณ 10 ชั่วโมงในการเล่นจนจบ ขึ้นอยู่กับการสำรวจและการเล่นทุกระดับให้ครบ
เกมนี้แนะนำกลไกใหม่ๆ หรือไม่?
กลไกการกลิ้งหลักยังคงเหมือนเดิม แต่ฉากประวัติศาสตร์และวัตถุตามธีมมอบความท้าทายและการโต้ตอบใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นในเกมก่อนหน้า
ใครเป็นผู้พัฒนา Once Upon a Katamari?
เกมนี้พัฒนาโดย Rengame ซึ่งเป็นการร่วมมือกันของสามสตูดิโอญี่ปุ่น รวมถึง Monkeycraft ซึ่งเป็นที่รู้จักจากผลงานรีเมค (remake) Katamari (คาตามาริ) ล่าสุด
นี่เป็นเกม Katamari (คาตามาริ) ใหม่เกมแรกในรอบหลายปีหรือไม่?
Bandai Namco โปรโมต Once Upon a Katamari ในฐานะเกมภาคดั้งเดิมภาคแรกในรอบ 14 ปี แม้ว่าจะมีการรีเมค (remake) และเกมขนาดเล็กอย่าง Katamari Damacy Rolling Live
เกมนี้มีคุณสมบัติผู้เล่นหลายคนหรือไม่?
Once Upon a Katamari มุ่งเน้นไปที่การเล่นคนเดียวเป็นหลัก โดยเน้นการสำรวจและการเติบโตผ่านฉากประวัติศาสตร์








