Pirate Nation เกมแนว RPG ธีมโจรสลัดแบบ Onchain ที่พัฒนาโดย Proof of Play ได้ประกาศยุติการให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว โดยทีมงานได้แจ้งข่าวผ่านโพสต์บน X ยืนยันว่าทั้งตัวเกมและเชนเฉพาะของเกมอย่าง Apex และ Boss จะยุติการทำงานภายใน 30 วัน การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากโปรเจกต์ประสบปัญหาจำนวนผู้เล่นที่น้อยและมีต้นทุนสูงในการดูแลเครือข่ายบล็อกเชนแยกกันถึงสองเครือข่าย
การปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดของโปรเจกต์ที่ผสมผสานกลไกเกมแนว Role-Playing Game เข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชน แม้จะมีฐานผู้เล่นที่เหนียวแน่นและระบบนิเวศในเกมที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ Proof of Play ได้ข้อสรุปว่าการดำเนินงานต่อไปนั้นไม่คุ้มค่าในเชิงการเงิน โดยทีมงานเน้นย้ำว่าการตัดสินใจนี้มาจากเหตุผลด้านความยั่งยืน ไม่ใช่เพราะขาดความกระตือรือร้นจากคอมมูนิตี้

Pirate Nation ประกาศยุติการให้บริการ
Pirate Nation ประกาศยุติการให้บริการ
ในประกาศดังกล่าว ทีมงาน Proof of Play ได้ยกย่องความภักดีของผู้เล่นพร้อมยอมรับถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจในการดูแลโปรเจกต์นี้ โดยมีแผนที่จะนำฟีเจอร์และกลไกหลักของเกมไปรวมเข้ากับ Proof of Play Arcade บน Abstract ซึ่งอาจนำไปปรับใช้ต่อในเชนอื่น ๆ ในอนาคต
ส่วนหนึ่งของการปิดตัวจะมีกิจกรรมสุดท้ายที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นนำไอเทมในเกมมา Burn เพื่อแลกเป็น Plunder Certificates ซึ่งอาจมอบรางวัลให้ในอนาคต โดยเหรียญ $PIRATE จะยังคงอยู่ แต่บทบาทภายในระบบนิเวศจะเปลี่ยนไป ทั้งนี้ Founder's Pirates NFTs จะได้รับการจัดสรรเหรียญ $PIRATE เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเปลี่ยนสถานะเป็น Community Identity NFTs โดยจะไม่มีการเคลมเหรียญเพิ่มเติมอีก
Adam Fern ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Proof of Play ได้กล่าวถึงการปิดตัวครั้งนี้ว่าเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ยากที่สุดในอาชีพของเขา โดย Fern ระบุว่าแม้จะใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาเกม แต่ Pirate Nation ก็มีโอกาสน้อยที่จะประสบความสำเร็จในตลาดแมส เขาเน้นย้ำว่าการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทางการเงินจำเป็นต้องมีการตัดสินใจที่ยากลำบาก แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่คอมมูนิตี้ไม่ต้องการก็ตาม

Pirate Nation ประกาศยุติการให้บริการ
Play-to-Earn และเหรียญ $PIRATE
การปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการปรับเปลี่ยนระบบรางวัลของ Pirate Nation มาก่อนหน้านี้ โดยในเดือนกรกฎาคม Proof of Play ประกาศยุติการแจกเหรียญ $PIRATE สำหรับโหมดกิจกรรม Infinite Tides โดยอ้างว่ามีความไม่สอดคล้องกันระหว่างผู้เล่นกับวิสัยทัศน์ระยะยาวของโปรเจกต์ ซึ่ง Amitt Mahajan ซีอีโอของบริษัทได้กล่าวว่า โมเดล Play-to-Earn (P2E) แบบดั้งเดิม นั้นมีข้อบกพร่องในเชิงโครงสร้าง โดยให้ความสำคัญกับแรงจูงใจทางการเงินระยะสั้นมากกว่าการมีส่วนร่วมของผู้เล่นอย่างแท้จริง
Fern อธิบายเพิ่มเติมว่า P2E เปลี่ยนการเล่นเกมให้กลายเป็นภาระมากกว่าประสบการณ์ที่สนุกสนาน โมเดลนี้สร้างยอดผู้เล่นที่พุ่งสูงขึ้นชั่วคราว แต่สุดท้ายกลับลดจำนวนผู้เล่นรายวัน (Daily Active Users) และสร้างแรงกดดันต่อมูลค่าของเหรียญ แม้ว่าผู้เล่นบางส่วนจะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจเหรียญที่ยั่งยืน แต่บางส่วนก็แสดงความผิดหวัง โดยเฉพาะผู้ที่ลงทุนใน NFT หรือไอเทมในเกมภายใต้โครงสร้างรางวัลเดิม

Pirate Nation ประกาศยุติการให้บริการ
ปฏิกิริยาจากคอมมูนิตี้และข้อโต้แย้ง
ปฏิกิริยาจากคอมมูนิตี้ของ Pirate Nation มีความหลากหลาย ผู้เล่นบางส่วนชื่นชมความโปร่งใสของทีมงานและการเปลี่ยนผ่านไปยังแพลตฟอร์ม Arcade ในขณะที่บางส่วนวิพากษ์วิจารณ์การจัดการรางวัลซีซัน 3 ซึ่งมีระยะเวลาการ Vesting นานถึง 180 วัน และมีการจำกัดสิทธิ์ตามการถือครอง VIP pass มาตรการเหล่านี้ส่งผลให้มีการ Burn เหรียญ $PIRATE ไปมากกว่า 10 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1% ของอุปทานทั้งหมด
Daniel Droege นักวิจารณ์สาย Web3 เรียกกระบวนการนี้ว่าเป็นการทำให้เข้าใจผิด โดยโต้แย้งว่าผู้เล่นไม่ได้รับข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับเงื่อนไขการรับสิทธิ์หรือกฎการ Vesting จนกระทั่งจบซีซัน ซึ่งสิ่งนี้สร้างความหงุดหงิดและความกังขาในหมู่สมาชิกคอมมูนิตี้บางส่วน ตอกย้ำให้เห็นถึงความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างรางวัลที่อิงกับ บล็อกเชน และความคาดหวังของผู้เล่น

Pirate Nation ประกาศยุติการให้บริการ
บทสรุป
แม้ว่า Pirate Nation จะสิ้นสุดลง แต่ Proof of Play ยังคงดำเนินงานต่อไปโดยมุ่งเน้นที่แพลตฟอร์ม Arcade บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาเกมขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ที่เน้นการเล่นที่เข้าถึงง่ายและสนุกสนาน มากกว่าการเน้นฟีเจอร์แบบ Crypto-native เป้าหมายคือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ทำกำไรและสนุก โดยให้องค์ประกอบของบล็อกเชนทำงานอยู่เบื้องหลังโดยไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้ใช้
ทีมงานตั้งใจให้ แพลตฟอร์ม Arcade ช่วยลดความซับซ้อนของระบบนิเวศ Proof of Play ในขณะที่ยังคงรักษาคุณค่าและประโยชน์ใช้สอยของเหรียญ $PIRATE เอาไว้ ด้วยการรวมทรัพยากรและปรับปรุงแนวทางการทำงาน Proof of Play มุ่งหวังที่จะสร้างสภาพแวดล้อมการเล่นเกมแบบ Web3 ที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับการมีส่วนร่วมของคอมมูนิตี้และผู้เล่นในระยะยาวควบคู่ไปกับความมั่นคงทางการเงิน







