Nintendo ประกาศว่า Pokémon FireRed Version และ Pokémon LeafGreen Version เตรียมวางจำหน่ายบนเครื่อง Nintendo Switch ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 โดยการวางจำหน่ายในรูปแบบดิจิทัล (Digital-only) ครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาของเกมระดับตำนานจากเครื่อง Game Boy Advance ในรอบกว่าสองทศวรรษ เพื่อร่วมฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของแฟรนไชส์นี้พอดี
เกมรีเมคจากปี 2004 ของต้นฉบับ Pokémon Red และ Green จะวางจำหน่ายแยกกันผ่านทาง Nintendo eShop ในราคาเกมละ $19.99 ทั้งสองเวอร์ชันสามารถเล่นได้บน Nintendo Switch และเครื่อง Nintendo Switch 2 ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ โดยนำประสบการณ์การผจญภัยในภูมิภาค Kanto สุดคลาสสิกมาสู่ฮาร์ดแวร์ยุคปัจจุบัน พร้อมคงระบบการเล่นดั้งเดิมที่สร้างชื่อให้กับเกมยุคนี้เอาไว้
สิ่งที่รวมอยู่ในเวอร์ชัน Switch
การวางจำหน่ายบน Switch ครั้งนี้บรรจุเนื้อหาทั้งหมดจากเวอร์ชัน Game Boy Advance ดั้งเดิม รวมถึงรายชื่อ Pokémon ทั้ง 151 สายพันธุ์แรก ผู้เล่นจะได้พบกับตัวละครไอคอนิกอย่าง Brock, Misty, Professor Oak และ Giovanni ตลอดการเดินทางในภูมิภาค Kanto
ตัวเกมยังคงฟีเจอร์จาก Generation III ที่ทำให้เกมนี้โดดเด่นในปี 2004 ซึ่งไม่ใช่แค่การพอร์ต (Port) เกมต้นฉบับปี 1996 มาเฉยๆ แต่เวอร์ชันรีเมคนี้ได้เพิ่มระบบ Abilities, Natures, สภาพอากาศ, ไอเทมสวมใส่ (Held items) และตัวเลือกในการเลือกเพศของตัวละครผู้เล่น นอกจากนี้ Sevii Islands ซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่หลังจบเกม (Post-game) ที่มีเฉพาะในเวอร์ชันนี้ ก็จะกลับมาให้เล่นบน Switch ด้วยเช่นกัน
เนื่องจากเวอร์ชันนี้เป็นการจำลองมาจากเกมต้นฉบับ แต่ละภาษาจะแยกเป็นคนละเวอร์ชันและไม่มีตัวเลือกเปลี่ยนภาษาภายในเกม โปรดตรวจสอบภาษาที่คุณต้องการก่อนทำการสั่งซื้อ

เลือกโปเกมอนเริ่มต้นของคุณในภูมิภาค Kanto สุดคลาสสิก
ฟีเจอร์การเชื่อมต่อยุคใหม่
แม้ระบบการเล่นหลักจะยังคงความซื่อตรงต่อเวอร์ชัน 2004 แต่ Nintendo ได้ปรับปรุงฟีเจอร์การเชื่อมต่อให้เข้ากับยุคสมัย โดยเปลี่ยนจากการใช้สาย Game Link Cable มาเป็นระบบ Wireless Local Co-op ทำให้ผู้เล่นสามารถเทรด (Trade) และแบทเทิล (Battle) กับเพื่อนได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม
เวอร์ชัน Switch รองรับการโอนย้ายข้อมูลไปยัง Pokémon Home บริการคลาวด์สตอเรจ (Cloud-based storage) ซึ่งช่วยให้เหล่าเทรนเนอร์สามารถย้าย Pokémon ที่จับได้ไปยังเกมภาคใหม่ๆ ได้ นอกจากนี้ตัวเกมยังรองรับฟีเจอร์ GameChat เพื่อเพิ่มการสื่อสารด้วยเสียงระหว่างการเล่นแบบมัลติเพลเยอร์ (Multiplayer) อีกด้วย
ผลตอบรับด้านยอดขาย
ตัวเกมขึ้นแท่นอันดับหนึ่งบนชาร์ต Nintendo eShop ไปเรียบร้อยแล้วก่อนวันวางจำหน่ายจริง หลังจากประกาศเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ยอดสั่งซื้อล่วงหน้า (Preorder) ของทั้งสองภาคก็พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับต้นๆ ในหลายภูมิภาคอย่างรวดเร็ว
Pokémon FireRed ครองอันดับหนึ่งบนชาร์ต eShop ในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยมี Pokémon LeafGreen ตามมาในอันดับที่สอง ซึ่งเวอร์ชัน FireRed ที่มี Charizard บนหน้าปกดูจะเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่เทรนเนอร์รุ่นเก๋า สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบยอดขายที่คล้ายคลึงกับตอนวางจำหน่ายครั้งแรก
Virtual Console ยังคงไม่ถูกนำกลับมา
แม้จะมีความตื่นเต้นเกี่ยวกับการวางจำหน่ายครั้งนี้ แต่ Nintendo ได้ชี้แจงว่านี่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะกลับมาขายเกมย้อนยุคแบบแยกชิ้นอีกครั้ง โดยบริษัทมองว่านี่เป็นกรณีพิเศษที่จัดทำขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 30 ปีของ Pokémon เท่านั้น
Nintendo ระบุว่าไม่มีแผนที่จะนำบริการสไตล์ Virtual Console กลับมา และยังคงมุ่งเน้นไปที่การให้บริการเกมคลาสสิกผ่านบริการสมาชิก Nintendo Switch Online โดยย้ำว่าการวางจำหน่ายเกมย้อนยุคจะยังคงเน้นไปที่คลังเกมของ Switch Online มากกว่าการขายแยกผ่าน eShop
การตัดสินใจนี้ก่อให้เกิดการถกเถียงในกลุ่มคอมมูนิตี้เกมเมอร์เกี่ยวกับเรื่องการอนุรักษ์เกม (Game preservation) และการเข้าถึงคลังเกมเก่าของ Nintendo หากคุณหวังที่จะเล่นเกมคลาสสิกอื่นๆ ของ Nintendo การสมัครสมาชิก Switch Online ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการเข้าถึงเกมย้อนยุคอย่างถูกลิขสิทธิ์
รายละเอียดราคาและการวางจำหน่าย
ทั้ง Pokémon FireRed Version และ Pokémon LeafGreen Version วางจำหน่ายในราคาเกมละ $19.99 (£16.99) บน Nintendo eShop โดยตัวเกมมีให้เลือกทั้งภาษาอังกฤษ สเปน และฝรั่งเศส ซึ่งแต่ละภาษาจะแยกเป็นไฟล์ดาวน์โหลดต่างหาก
ร้านค้าปลีกบางแห่งจะวางจำหน่ายเกมในช่วงสัปดาห์เปิดตัวเช่นกัน แม้จะยังไม่มีการประกาศรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมอย่างเป็นทางการก็ตาม และด้วยความเป็นเกมรูปแบบดิจิทัลเท่านั้น จึงไม่มีการผลิตตลับเกมออกมา โดยจะเน้นการจัดจำหน่ายผ่านหน้าร้านออนไลน์ของ Nintendo เพียงช่องทางเดียว

วางจำหน่ายแล้วบน Nintendo eShop
หวนคืนสู่ Kanto
การกลับสู่ Kanto หมายถึงการท้าดวลกับ Gym Leaders ทั้งแปดคน, การทำลายแผนการร้ายของ Team Rocket และการเผชิญหน้ากับ Elite Four รวมถึงแชมเปี้ยน การเดินทางเริ่มต้นด้วยการเลือกโปเกมอนเริ่มต้นสุดคลาสสิกระหว่าง Bulbasaur, Charmander หรือ Squirtle ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยที่ครองใจผู้เล่นมาตลอดสามทศวรรษ
ตัวเกมมาพร้อมระบบการต่อสู้แบบ Turn-based สุดคลาสสิกที่เป็นเอกลักษณ์ของ Pokémon ยุคแรก โดยไม่มีการปรับปรุงคุณภาพชีวิต (Quality-of-life) เหมือนในเกมยุคใหม่ การเผชิญหน้าแบบสุ่ม (Random encounters) ในหญ้าสูง, การแบทเทิลที่ต้องอาศัยการแพ้ชนะทางธาตุ (Type matchups) และการดำเนินเนื้อเรื่องที่เป็นเส้นตรงผ่านเมืองและเส้นทางต่างๆ ในภูมิภาค
สำหรับผู้เล่นที่คุ้นเคยกับเกม Pokémon ภาคใหม่ๆ ที่มีการสำรวจแบบ Open-world และเห็นตัวโปเกมอนในฉาก ประสบการณ์จาก FireRed และ LeafGreen จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน การดำเนินเกมที่เป็นระบบและกลไกการเล่นแบบดั้งเดิมเปรียบเสมือนภาพสะท้อนของแฟรนไชส์ในยุค Game Boy Advance ได้เป็นอย่างดี
คำถามที่พบบ่อย
Pokémon FireRed และ LeafGreen จะวางจำหน่ายบน Nintendo Switch เมื่อไหร่?
ทั้งสองเกมจะวางจำหน่ายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ผ่านทาง Nintendo eShop ในรูปแบบดิจิทัลดาวน์โหลดเท่านั้น
ราคาเกมอยู่ที่เท่าไหร่?
แต่ละเกมมีราคา $19.99 ในสหรัฐอเมริกา และ £16.99 ในสหราชอาณาจักร โดยคุณต้องซื้อแยกแต่ละเวอร์ชัน
สามารถเทรด Pokémon กับเพื่อนได้ไหม?
ได้ เวอร์ชัน Switch รองรับการเทรดและแบทเทิลผ่านระบบ Wireless Local โดยไม่ต้องใช้สาย Game Link Cable แต่ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องมีตัวเกมของตัวเอง
เกมรองรับการใช้งานกับ Pokémon Home หรือไม่?
ได้ ทั้ง FireRed และ LeafGreen รองรับการโอนย้ายไปยัง Pokémon Home ทำให้คุณสามารถย้าย Pokémon ที่จับได้ไปยังเกมภาคใหม่ๆ ได้
เกมเหล่านี้จะลง Nintendo Switch Online หรือไม่?
ไม่ Nintendo ระบุว่านี่เป็นเกมพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ และบริษัทยังคงมุ่งเน้นไปที่การให้บริการเกมย้อนยุคผ่านบริการสมาชิก Switch Online มากกว่าการขยายการวางจำหน่ายแยกผ่าน eShop








