ผู้เล่นในบราซิลที่พยายามจะซื้อ Pokémon Pokopia แบบดิจิทัลในสัปดาห์นี้ต้องเจอกับกำแพงใหญ่ เพราะตัวเกมหายไปจากหน้าร้านเสียแล้ว โดยตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ตัวเกมได้ถูกถอดออกจาก Nintendo eShop ของบราซิลโดยสิ้นเชิง ทำให้ผู้ซื้อรายใหม่ที่ใช้บัญชีโซนบราซิลไม่สามารถค้นหาหรือกดซื้อเกมนี้ได้จากหน้าร้านค้าอีกต่อไป
ตัวเกมนั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ Ditto ยังคงทำแปลงดอกไม้เหมือนเดิม และเหล่า Pokémon ก็ยังคงน่ารักเช่นเคย สิ่งที่เปลี่ยนไปมีเพียงแค่ป้ายกำกับทางราชการเท่านั้น
จาก "Livre" สู่ 14+: เกมแนว Cozy ถูกขึ้นป้ายเตือนได้อย่างไร
Pokémon Pokopia เปิดตัวในเดือนมีนาคมด้วยการจัดเรต "Livre" จากคณะกรรมการจัดเรตอายุของบราซิล ซึ่งเทียบเท่ากับการจัดเรตสำหรับผู้ชมทั่วไป แต่หลังจากวางจำหน่ายไปได้หลายเดือน เรตดังกล่าวกลับถูกปรับเปลี่ยนกะทันหันเป็น 14+ ซึ่งปกติจะเป็นเรตสำหรับเกมที่มีความรุนแรงระดับปานกลาง, เนื้อหาดาร์กๆ หรือฉากต่อสู้ที่เข้มข้น
คำอธิบายที่ทำให้เกิดการปรับเรตใหม่คืออะไร? คำตอบคือ "In-Game Purchases" (การซื้อไอเทมภายในเกม) และ "User Interaction" (การปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้) เพียงเท่านี้จริงๆ ไม่มีเนื้อหาแอบแฝง ไม่มีเนื้อเรื่องดาร์กๆ ที่ซ่อนอยู่ในช่วงท้ายเกม และไม่มีโหมด PvP ที่รุนแรงแต่อย่างใด เกมที่ว่าด้วยเรื่องของก้อนเมือกแปลงร่างที่ทำฟาร์มและผูกมิตรกับ Pokémon กลับถูกจัดอยู่ในกลุ่มอายุเดียวกับเกม Action RPG ที่มีการต่อสู้จริงๆ
ประเด็นคือ การปรับเรตในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในบราซิล ฟีเจอร์ออนไลน์และคำอธิบายเรื่อง Microtransaction เคยทำให้เกมสำหรับครอบครัวเกมอื่นๆ ถูกขยับเรตอายุสูงขึ้นมาก่อน เพราะระบบจัดเรตจะประเมินฟีเจอร์อย่างการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นและการซื้อของในแอปว่าเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่สนเนื้อหาโดยรวม ตรรกะนี้อาจดูสมเหตุสมผลบนกระดาษ แต่พอมาใช้กับ Pokopia แล้ว มันดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
การถอดเกมออกจากหน้าร้านส่งผลอย่างไรต่อผู้เล่น
ผลกระทบในทางปฏิบัติถือว่าชัดเจนมาก ผู้ซื้อรายใหม่ในบราซิลจะไม่สามารถซื้อเวอร์ชันดิจิทัลผ่าน Nintendo eShop ได้จนกว่าตัวเกมจะถูกนำกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง ส่วนเวอร์ชันตลับ (Physical copies) จะไม่ได้รับผลกระทบ ทำให้การซื้อตามร้านค้าปลีกยังคงเป็นทางเลือก แต่ก็คงไม่ใช่ข่าวดีเท่าไหร่นักสำหรับคนที่ตั้งใจจะซื้อแบบดิจิทัล
Pokémon Pokopia มียอดขายทั่วโลกกว่า 5 ล้านชุดนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมีนาคม และเคยเป็นกระแสอย่างมากบนโซเชียลมีเดียของบราซิลในช่วงที่วางจำหน่าย การที่เกมถูกถอดออกจากช่องทางดิจิทัลในตลาดที่ให้ความสนใจกับเกมนี้อย่างเหนียวแน่นถือเป็นสถานการณ์ที่แปลกประหลาดจริงๆ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เรื่องชั่วคราวก็ตาม
Nintendo ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการถอดเกมออก หรือระบุช่วงเวลาที่จะเปิดให้ซื้อได้อีกครั้ง โดยปกติแล้วการถอดเกมออกจากหน้าร้านในระดับภูมิภาคเนื่องจากการปรับเรตอายุจะได้รับการแก้ไขเมื่อระบบหลังบ้านของร้านค้าอัปเดตให้ตรงกับเรตใหม่ แต่ในตอนนี้เกมได้หายไปหลายวันแล้วโดยไม่มีการชี้แจงใดๆ ต่อสาธารณะ
ช่องว่างระหว่างการจัดเรตกับความเป็นจริง
สิ่งที่ตลกที่สุดคือความย้อนแย้ง เรต 14+ ของบราซิลมีไว้เพื่อเตือนผู้ปกครองเกี่ยวกับเนื้อหาที่วัยรุ่นอาจมองว่ารุนแรงเกินไป แต่เนื้อหาของ Pokopia คือ Ditto ที่กำลังปลูกผัก ตกแต่งเมือง และใช้เวลากับ Pikachu ป้าย "User Interaction" อ้างอิงถึงฟีเจอร์ออนไลน์ของเกม และ "In-Game Purchases" ก็อ้างอิงถึงร้านค้าในเกม แต่ทั้งสองอย่างนี้ไม่ได้เปลี่ยนเนื้อแท้ของเกมเลยแม้แต่น้อย
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น การอัปเดตเวอร์ชัน 2.0.0 ได้เพิ่มฟีเจอร์อย่างการดำน้ำ (Dive) และแก้ไขบั๊กกว่า 25 จุด ซึ่งไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกับเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่เลย คุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดได้ใน คู่มือบันทึกการอัปเดต Pokémon Pokopia เวอร์ชัน 2.0.0 ของเราหากต้องการทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
การปรับเรตครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นการทำงานของระบบอัตโนมัติที่ไล่เช็กตามรายการโดยปราศจากบริบท มากกว่าจะเป็นความกังวลเรื่องเนื้อหาจริงๆ ฟีเจอร์ออนไลน์บวกกับร้านค้าเท่ากับถูกขึ้นป้ายเตือน โดยไม่สนว่าร้านค้านั้นจะขายไอเทมตกแต่งสำหรับเกมแนวใช้ชีวิตสงบสุข หรือขาย Loot box ในเกมยิงแนวแข่งขัน
ก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไร
แนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้มากที่สุดคือเรื่องของงานเอกสาร: หน้าร้าน Nintendo eShop ของบราซิลจะได้รับการอัปเดตให้แสดงป้าย 14+ ใหม่ และตัวเกมก็จะกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง กระบวนการนี้อาจใช้เวลาตั้งแต่สองสามวันไปจนถึงสองสามสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับว่า Nintendo และคณะกรรมการจัดเรตของภูมิภาคจะจัดการเรื่องเอกสารได้รวดเร็วแค่ไหน
ในระหว่างนี้ ผู้เล่นชาวบราซิลที่ต้องการติดตามข้อมูลเกมสามารถเข้าไปดู คลังคู่มือ Pokémon Pokopia ของเราได้ ซึ่งมีครบทุกอย่างตั้งแต่การจัดลำดับความสำคัญของไอเทมไปจนถึงตำแหน่งของของสะสม การถอดเกมออกจากหน้าร้านครั้งนี้เป็นเพียงปัญหาจุกจิกทางธุรการ ไม่ใช่สัญญาณว่าตัวเกมมีปัญหาแต่อย่างใด และเชื่อว่าทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขในไม่ช้า


