PUBG: BLINDSPOT ถึงคราวอวสานแล้ว โดย ARC Team และ PUBG Corporation ได้ออกมายืนยันว่าเกมแนว Tactical Shooter มุมมองจากด้านบน (Top-down) เกมนี้จะยุติการให้บริการอย่างถาวรในวันที่ 30 มีนาคม ซึ่งเป็นเวลาไม่ถึงสองเดือนหลังจากเปิดให้เล่นในรูปแบบ Early Access เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตัวเกมยังไม่ทันได้ฉลองครบรอบสองเดือนด้วยซ้ำ
ประกาศยุติการให้บริการที่โพสต์ลงใน Steam Community Hub โดย Sequoia Yang จาก ARC Team ได้ระบุถึงสถานการณ์ตรงไปตรงมาว่า ทีมงานไม่สามารถ "มอบประสบการณ์ในระดับที่ตั้งใจไว้ผ่านช่วง Early Access ได้อย่างยั่งยืน" โดยไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้เล่น ไม่มีแผนการปรับเปลี่ยนแนวทาง หรือโอกาสแก้ตัวใดๆ มีเพียงกำหนดการปิดตัวเท่านั้น
จาก Project ARC สู่การอำลาอย่างเงียบเชียบ
ตัวเกมใช้เวลาพัฒนามานานหลายปีก่อนที่จะถึงมือผู้เล่น โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี 2024 ในชื่อ Project ARC ก่อนจะรีแบรนด์ใหม่เป็น PUBG: BLINDSPOT ในปี 2025 และเข้าสู่ช่วง Early Access ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แนวคิดของเกมถือว่าน่าสนใจมาก ทั้งการเป็นเกม Tactical Shooter มุมมองจากด้านบนที่หยิบยืมระบบมาจาก Rainbow Six: Siege, ระบบ Extraction จาก Escape from Tarkov และเกมเพลย์การบุกทะลวงที่ตึงเครียดแบบ Door Kickers ในปี 2014 ซึ่งถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการต่อยอดแบรนด์ PUBG ให้ก้าวข้ามความเป็นเกมแนว Battle Royale

PUBG: Blindspot Early Access
ประกาศเปิดตัวช่วง Early Access จาก KRAFTON ได้วางตำแหน่งเกมนี้ให้เป็นทิศทางใหม่ที่กล้าหาญของแฟรนไชส์ ความทะเยอทะยานนั้นชัดเจน แต่การรักษาฐานผู้เล่น (Retention) กลับทำได้ไม่ดีนัก
ตัวเลขที่บอกเล่าเรื่องราว
BLINDSPOT เปิดตัวด้วยยอดผู้เล่นพร้อมกันสูงสุด (Peak Concurrent Players) ที่ 3,251 คนในช่วงสุดสัปดาห์แรก แม้จะไม่ใช่ตัวเลขที่เลวร้ายสำหรับเกม Free-to-play แต่ก็ไม่ใช่ตัวเลขที่จะบ่งบอกว่าเกมกำลังจะไปได้สวย และสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็ทำให้สถานการณ์กลายเป็นจุดที่ไม่อาจย้อนกลับได้
ยอดผู้เล่นดิ่งลงเหว จนกระทั่งถึงตอนที่มีประกาศปิดตัว SteamDB ระบุว่าเหลือผู้เล่นพร้อมกันเพียง 148 คน เท่านั้น ซึ่งถือเป็นจุดจบของการหาห้อง (Matchmaking) สำหรับเกมยิงที่เน้นการเล่นแบบ Multiplayer
ชุมชนผู้เล่นบน Reddit ได้ส่งสัญญาณเตือนมาหลายสัปดาห์แล้ว โดยโพสต์เมื่อเดือนก่อนหน้าการปิดตัวได้ชี้ให้เห็นว่ายอดผู้เล่นที่ลดลงอย่างต่อเนื่องคือภัยคุกคามที่ร้ายแรง ประกอบกับปัญหาโปรแกรมโกงที่ระบาดหนักและปัญหาด้านประสิทธิภาพของเกมที่ไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ผู้เล่นกลุ่มเล็กๆ ที่เหลืออยู่ตัดสินใจเลิกเล่นไปในที่สุด

สิ่งที่ ARC Team กล่าวทิ้งท้าย
แถลงการณ์ฉบับเต็มจากทีมงานมีความชัดเจนและตรงไปตรงมา โดยไม่มีการบิดเบือนหรือปัดความรับผิดชอบ ทีมงานเรียก BLINDSPOT ว่าเป็น "ความพยายามอันกล้าหาญในการสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในพื้นที่ของเกม Tactical Shooter มุมมองจากด้านบน" พร้อมขอบคุณผู้เล่นสำหรับคำติชม โดยระบุว่าข้อมูลเหล่านี้ "จะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาผลงานในอนาคตของเราต่อไป" แถลงการณ์จบลงด้วยข้อความที่ว่า ARC Team จะ "ใช้เวลาสักพักในการปรับทัพ" ก่อนจะกลับมาพร้อมกับประสบการณ์ใหม่ๆ
ถ้อยคำเหล่านี้มีความหมาย ทีมงานไม่ได้ถูกยุบอย่างเป็นทางการ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่านั่นหมายถึงโปรเจกต์ใหม่หรือเป็นเพียงวิธีที่สุภาพในการปิดฉาก แต่ก็นับเป็นการจากลาที่ดูนุ่มนวลกว่าการปิดสตูดิโอหลายๆ แห่ง
ช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับโปรเจกต์ทดลองของ PUBG
เมื่อมองย้อนกลับไป BLINDSPOT เข้าข่ายรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในวงการ Live-service: สตูดิโอที่มีทุนหนาสร้างสิ่งที่แตกต่างอย่างแท้จริง แต่กลับไม่มีฐานผู้เล่นรองรับ และระบบเศรษฐกิจของเกมก็พังทลายลงภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แบรนด์ PUBG มีชื่อเสียงที่แข็งแกร่งมาก แต่ชื่อเสียงนั้นผูกติดอยู่กับเกมแนว Battle Royale ดั้งเดิมเกือบทั้งหมด การจะเปลี่ยนผ่านไปสู่แนวเกมที่แตกต่างออกไปนั้นยากกว่าที่เห็นบนกระดาษมาก
ความรวดเร็วในการปิดตัวครั้งนี้ ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 55 วันนับจากวันเปิดตัวจนถึงวันปิดให้บริการ ถือเป็นหนึ่งในการออกจากช่วง Early Access ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่น่าเสียดายสำหรับผู้เล่นที่ทุ่มเทเวลาให้ และยิ่งน่าเสียดายยิ่งกว่าสำหรับนักพัฒนาที่ใช้เวลาหลายปีในการสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่สมัยยังเป็น Project ARC
สำหรับใครที่ต้องการติดตามความเคลื่อนไหวต่อไปของ ARC Team หรือติดตามข่าวสารในจักรวาล PUBG สามารถตรวจสอบได้ที่ ข่าวสารวงการเกมล่าสุด เพื่อรับข้อมูลอัปเดตทันทีที่มีความคืบหน้า


