ปาร์ตี้ของคุณใน Solasta II จะดูดีขึ้นกว่าเดิมมาก Tactical Adventures ได้ปล่อยอัปเดตยกเครื่องระบบสร้างตัวละคร (Character Creator) ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ผู้เล่น Early Access บ่นกันเข้ามามากที่สุด นั่นคือการที่ไม่สามารถสร้างตัวละคร 4 คนให้ดูแตกต่างกันได้อย่างแท้จริง
สิ่งที่ระบบสร้างตัวละครเดิมขาดหายไป
Solasta ภาคแรกมีปัญหาเรื่องใบหน้าตัวละครที่ดูแข็งและเหมือนพลาสติก แม้ในภาคต่อจะมีการปรับปรุงขึ้นในช่วงเปิดตัว แต่ระบบสร้างตัวละครก็ยังรู้สึกจำกัด คุณทำได้เพียงเลือกใบหน้าสำเร็จรูป (Preset) แล้วจบไป แต่ไม่มีทางปรับแต่งรายละเอียดบนใบหน้าได้เลย ซึ่งเมื่อต้องสร้างปาร์ตี้ 4 คน ข้อจำกัดนี้ก็เห็นได้ชัดเจนมาก นักรบ (Fighter) สองคนอาจดูเหมือนพี่น้องกันแค่เปลี่ยนทรงผมเท่านั้น
ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือเรื่องความแตกต่าง ตัวเลือกเสียงในเกมมีจำกัดอยู่แล้ว และหากคุณไม่สามารถปรับระดับเสียง (Pitch) หรือปรับแต่งโครงหน้าให้มีเอกลักษณ์ได้ ปาร์ตี้ของคุณก็จะดูเหมือนแค่การเปลี่ยนสกิน (Reskin) มากกว่าจะเป็นกลุ่มตัวละครที่มีชีวิตจิตใจ
สิ่งที่อัปเดตนี้เพิ่มเข้ามาจริงๆ
อัปเดตใหม่นี้ได้เพิ่มระบบ face sliders (แถบเลื่อนปรับแต่งใบหน้า) เข้ามาในระบบสร้างตัวละคร ทำให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งฟีเจอร์เฉพาะจุดได้ เช่น ความกว้างของสันจมูก หรือความสูงของริมฝีปากบน ซึ่งความละเอียดระดับนี้คือสิ่งที่ขาดหายไป นอกจากนี้ยังมีระบบปรับแต่งรูปร่าง (Body morphing) เพิ่มเข้ามาด้วย คุณจึงสามารถปรับความล่ำหรือความผอมของตัวละครได้ ซึ่งสำคัญมากสำหรับการเล่าเรื่องด้วยภาพในเกมแนว D&D ที่ตัวละครอย่าง Barbarian และ Wizard ไม่ควรจะมีรูปร่างเหมือนกัน
สำหรับผู้เล่นที่ชอบใช้ Preset มากกว่าการปั้นตัวละครใหม่ตั้งแต่ต้น อัปเดตนี้ได้เพิ่มจำนวน Preset ขึ้นเป็นสองเท่า ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายสำหรับใครก็ตามที่อยากเริ่มผจญภัยทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลา 45 นาทีในหน้าสร้างตัวละคร
หัวใจสำคัญอีกอย่างคือแถบเลื่อนปรับระดับเสียง (Voice pitch slider) ด้วยคลังเสียงที่มีจำกัด การที่สามารถปรับเสียงตัวละครหนึ่งให้สูงขึ้นและอีกตัวให้ต่ำลง ช่วยสร้างความแตกต่างทางเสียงให้กับปาร์ตี้ของคุณได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะเห็นผลทุกครั้งที่ตัวละครพูดคุยระหว่างการสำรวจหรือในบทสนทนา
แผนการพัฒนาในอนาคต
ระบบสร้างตัวละครเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ Tactical Adventures วางแผนไว้ อัปเดต Q3 จะเน้นไปที่การรองรับระบบ Multiplayer และคลาสใหม่ รวมถึงกิจกรรมในโลกของเกมเพิ่มเติม ส่วน Q4 จะจัดเต็มยิ่งขึ้นด้วยคลาสใหม่, เชื้อสาย (Ancestries) เพิ่มอีก 2 แบบ, ระบบคราฟต์ไอเทม (Crafting system), การเริ่มต้นขององก์ที่สอง และการขยายเลเวลสูงสุด (Level cap) จาก 4 เป็น 6
การขยายเลเวลสูงสุดนั้นสำคัญมาก ปัจจุบัน Solasta 2 จำกัดการพัฒนาตัวละครไว้ที่เลเวล 4 ซึ่งทำให้ผู้เล่นสัมผัสระบบ D&D 5e ได้ไม่เต็มที่ การขยายไปถึงเลเวล 6 จะช่วยปลดล็อกความสามารถของ Subclass ซึ่งเป็นตัวกำหนดสไตล์การเล่นของแต่ละสายอาชีพ
Core loop ของเกม โดยเฉพาะระบบสำรวจแบบ hex-crawl ทำให้เกมนี้โดดเด่นจากคู่แข่ง ในขณะที่ Baldur's Gate 3 เน้นการเล่าเรื่องที่เข้มข้น Solasta 2 กลับเอนเอียงไปทางโครงสร้าง D&D แบบคลาสสิก โดยโลกจะเปิดกว้างเป็นแผนที่แบบช่องหกเหลี่ยม (Hex map) หลังจากผ่านเนื้อเรื่องช่วงแรกไปแล้ว ปรัชญาการออกแบบนี้แทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของเกม และการมีระบบสร้างตัวละครที่ทำให้ผู้เล่นอินกับตัวตนของปาร์ตี้ได้ ก็ยิ่งทำให้การสำรวจรู้สึกมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
สำหรับผู้เล่นที่กำลังวางแผนสไตล์การเล่นเฉพาะตัว คู่มือการสร้างตัวละครใน Solasta 2 จะช่วยแนะนำการจัดปาร์ตี้, บทบาทของแต่ละคลาส และวิธีสร้างทีมที่แข็งแกร่งตั้งแต่เริ่มเกม หากคุณต้องการเจาะลึกเรื่องค่าสถานะ (Stats) และคุณสมบัติ (Attributes) ก่อนที่อัปเดต Q3 จะเพิ่มคลาสใหม่เข้ามา สามารถดู คลังคู่มือ Solasta II ทั้งหมด เพื่อวางแผนล่วงหน้าได้เลย








