Soneium บล็อกเชนของ Sony ได้จับมือกับ Animoca Brands เพื่อพัฒนาโซลูชันด้านตัวตน (Identity Solutions) และสนับสนุนโปรเจกต์ที่เน้นเนื้อหาอนิเมะ ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำโครงสร้างพื้นฐานด้านตัวตนของ Moca Network มาใช้บน Soneium เพื่อมอบตัวตนดิจิทัลที่สามารถตรวจสอบได้ให้กับผู้ใช้งาน และเปิดช่องทางใหม่ๆ ในการมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์อนิเมะบนบล็อกเชน

Sony's Soneium Blockchain
Soneium x Animoca X Moca
Soneium คือ Ethereum Layer 2 บล็อกเชนที่พัฒนาโดย Sony และ Startale Group โดยรันบนเทคโนโลยี Superchain ของ Optimism ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสามารถในการขยายตัว (Scalability) และการทำงานร่วมกันระหว่างเชน (Interoperability) ทางด้าน Animoca Brands กำลังนำแพลตฟอร์มตัวตนของ Moca Network เข้ามาสู่เชนนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบตัวตนดิจิทัลแบบรวมศูนย์สำหรับแอปพลิเคชัน Web3
การเปิดตัวเริ่มต้นด้วย Anime ID ซึ่งเป็นตัวระบุตัวตนแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Identifier) และเลเยอร์ด้านชื่อเสียง (Reputation Layer) ที่พัฒนาโดย San FranTokyo ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนของ Anime Foundation ระบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถยืนยันข้อมูลประจำตัวและรักษาตัวตนที่สอดคล้องกันในแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์บน Soneium ได้ โดยชุดเครื่องมือ Account, Identity, and Reputation SDK (AIR SDK) ของ Moca Network จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างและจัดการบัญชีแบบฝังตัว (Embedded Accounts) เพื่อรักษาตัวตนดิจิทัลที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวในทุกแพลตฟอร์ม

Sony's Soneium Blockchain Partners with Animoca Brands

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
การขยายขอบเขตของอนิเมะผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน
San FranTokyo จะเปิดตัวแคมเปญในธีมอนิเมะบน Soneium เพื่อดึงดูดแฟนคลับอนิเมะเข้าสู่ระบบนิเวศบล็อกเชนของ Sony แคมเปญเหล่านี้มอบช่องทางใหม่ๆ ให้แฟนๆ ได้โต้ตอบกับคอนเทนต์อนิเมะในสภาพแวดล้อมแบบกระจายศูนย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมในชุมชนอนิเมะ พร้อมทั้งใช้บล็อกเชนในการยืนยันข้อมูลประจำตัวดิจิทัล
Yat Siu ประธานกรรมการบริหารของ Animoca Brands กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับ Web3 โดยเขาระบุว่าการรวมโครงสร้างพื้นฐานด้านตัวตนของ Moca Network เข้ากับ Soneium จะช่วยยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงและสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงถึงกันและปลอดภัยยิ่งขึ้น
วิสัยทัศน์ของ Sony ต่อบล็อกเชนและตัวตนดิจิทัล
Sony Block Solutions Labs (SBSL) ทีมผู้อยู่เบื้องหลัง Soneium ก่อตั้งขึ้นโดย Sony Group Corporation และ Startale Group เพื่อสำรวจการใช้งานบล็อกเชน กลยุทธ์ในภาพรวมของ Sony คือการพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อและความคิดสร้างสรรค์ในทุกอุตสาหกรรม บริษัทใช้เทคโนโลยีในการสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ระหว่างผู้คนมาอย่างยาวนาน และความร่วมมือครั้งนี้ก็สอดคล้องกับพันธกิจดังกล่าวด้วยการนำเสนอแพลตฟอร์มสำหรับตัวตนดิจิทัลและการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรม
Jun Watanabe ประธานของ Sony Block Solutions Labs กล่าวว่าความร่วมมือกับ Animoca Brands จะเป็นการวางรากฐานด้านตัวตนและเลเยอร์ชื่อเสียงบน Soneium โดยเขาสังเกตเห็นว่าอนิเมะซึ่งเป็นหนึ่งในภาคส่วนความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นมีศักยภาพมหาศาลในระบบนิเวศบล็อกเชน การเพิ่มโซลูชันด้านตัวตนของ Moca Network จะช่วยให้ Soneium สามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นสำหรับแฟนๆ อนิเมะทั่วโลก

Sony's Soneium Blockchain Logo
การขยายตัวในอนาคตและโซลูชันแบบ Cross-chain
AIR SDK ของ Moca Network จะขยายการใช้งานไปยังบล็อกเชนอื่นๆ รวมถึง Base และ Plume การขยายตัวนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำ Tokenize ข้อมูลประเภทต่างๆ และเข้าถึงรางวัลข้ามระบบนิเวศ (Cross-ecosystem rewards) ที่ผูกกับตัวตนดิจิทัลเพียงหนึ่งเดียว แผนงานคือการสร้างกรอบการทำงานด้านตัวตนดิจิทัลที่เป็นสากลซึ่งสามารถใช้งานได้บนหลายแพลตฟอร์มบล็อกเชน เพื่อให้ผู้ใช้งานมีวิธีที่สอดคล้องและปลอดภัยในการโต้ตอบกับระบบนิเวศ Web3 ต่างๆ
David Taing หัวหน้าของ San FranTokyo กล่าวว่าการรวม Anime ID เข้ากับ Soneium ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับโปรเจกต์บล็อกเชนที่เกี่ยวข้องกับอนิเมะ โดยเขาย้ำว่าการทำงานร่วมกับ Moca Network และ Soneium จะช่วยให้แฟนๆ และพันธมิตรในอุตสาหกรรมสามารถเชื่อมต่อและมีส่วนร่วมในประสบการณ์ดิจิทัลใหม่ๆ ที่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมอนิเมะ
ความร่วมมือระหว่างบล็อกเชน Soneium ของ Sony และ Animoca Brands ตอกย้ำให้เห็นถึงการบรรจบกันที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีบล็อกเชน ความบันเทิง และโซลูชันด้านตัวตน ด้วยการใช้ตัวระบุตัวตนแบบกระจายศูนย์และการยืนยันข้อมูลประจำตัวที่ปลอดภัย ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานในด้านอนิเมะ เกม และพื้นที่ดิจิทัลอื่นๆ ซึ่งเป็นการผลักดันการยอมรับระบบตัวตนบนบล็อกเชนใน ภูมิทัศน์ของ Web3 ที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง






