Steam Next Fest ถือเป็นสัปดาห์ที่ดีที่สุดของปีสำหรับแฟนเกมอินดี้ ด้วยเดโมเกมกว่า 8,000 เกมที่รอให้กด Wishlist และความตื่นเต้นที่ได้ค้นพบเกมดีๆ ก่อนใคร แต่ในสัปดาห์นี้ บทสนทนาได้เปลี่ยนจากความตื่นเต้นไปสู่ความหงุดหงิดแทน
จากเดโมทั้งหมด 8,600 เกมที่เปิดให้เล่นในช่วง Next Fest เดือนมิถุนายนนี้ มีเกือบ 1,700 เกมที่เปิดเผยว่ามีการใช้ AI ในการพัฒนา ซึ่งคิดเป็นเกือบ 1 ใน 5 ของทั้งหมด แม้ในทางเทคนิคจะมีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแล้ว แต่มันกลับถูกซ่อนไว้เป็นหมายเหตุเล็กๆ ที่ท้ายหน้า Store Page ซึ่งอยู่ลึกลงไปใต้คำอธิบาย ภาพสกรีนช็อต และแท็กต่างๆ หากคุณไม่ได้ตั้งใจหาจริงๆ คุณจะมองข้ามมันไปอย่างแน่นอน
สตรีมเมอร์ Twitch อย่าง Jeff Fabre ได้โพสต์วิจารณ์ตรงๆ บน X ว่า "จำนวนเกมที่ใช้ AI ใน Steam Next Fest รอบนี้มันไร้สาระมาก" เขาเสริมว่าเขาต้องใช้เวลาถึงหนึ่งนาทีเต็มกว่าจะหาคำชี้แจงนั้นเจอ โดยระบุว่าเขาพยายามกวาดสายตาดูทางด้านขวาของหน้าจอซึ่งปกติจะเป็นที่อยู่ของคีย์เวิร์ดและแท็กต่างๆ ข้อเสนอแนะของเขาเรียบง่ายมาก คือให้ย้ายป้ายกำกับขึ้นไปไว้เหนือคำอธิบาย หรืออย่างน้อยก็วางไว้ข้างๆ แท็กที่ผู้เล่นมักจะมองเป็นอันดับแรก

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
สิ่งที่ Valve สามารถทำได้จริงในเรื่องนี้
ชุมชนผู้เล่นไม่ได้แค่บ่น แต่ยังเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรม ข้อเสนอที่ถูกเรียกร้องมากที่สุดคือการทำตัวกรอง (Filter) ที่ชัดเจน คล้ายกับที่ Steam จัดการกับเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ (Adult Content) การมีปุ่ม Toggle สำหรับซ่อนเกมที่ใช้ AI ออกจากการค้นหาใน Next Fest จะช่วยให้ผู้เล่นคัดกรองประสบการณ์ของตัวเองได้โดยไม่ต้องกดเข้าไปดูในหน้า Store Page ของทุกเกมที่น่าสนใจแล้วเลื่อนลงไปเช็กที่ด้านล่าง
นอกเหนือจากการใช้ตัวกรอง ผู้เล่นยังเสนอไอเดียให้มีป้ายสัญลักษณ์ (Badge) แสดงบนภาพปกหรือภาพ Capsule เพื่อให้เห็นข้อมูลชัดเจนก่อนจะกดคลิกเข้าไปดู บางคนเสนอให้มีปุ่มซ่อน (Hide) ด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้ใช้แต่ละคนสามารถกด Flag และนำเกมที่ไม่ต้องการออกจาก Feed ของตัวเองได้ สิ่งที่ทุกข้อเสนอมีร่วมกันคือ ภาระในการตรวจสอบไม่ควรตกอยู่ที่ผู้เล่นเพียงฝ่ายเดียว
ประเด็นนี้มีความละเอียดอ่อน เพราะการใช้ AI แต่ละแบบนั้นไม่เหมือนกัน เกมที่ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด (Code scaffolding) ย่อมเป็นคนละเรื่องกับเกมที่ใช้ AI สร้างงานศิลป์ทั้งหมดหรือใช้เสียงสังเคราะห์แทนนักพากย์ Arc Raiders และ Clair Obscur: Expedition 33 เป็นตัวอย่างล่าสุดของเกมที่การใช้ AI กลายเป็นประเด็นถกเถียงในที่สาธารณะ ซึ่งทั้งสองกรณีมีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การแบ่งหมวดหมู่การเปิดเผยข้อมูลให้ละเอียดขึ้น แทนที่จะใช้ป้ายกำกับแบบเหมาเข่ง จะช่วยให้ผู้เล่นได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากขึ้น
ปัญหาที่ใหญ่กว่าซึ่ง Next Fest กำลังเผชิญ
Shovelware หรือเกมขยะเป็นปัญหาเรื้อรังบน Steam มานานหลายปี ทั้งเกมหลอกลวง, การนำ Asset มาย้อมแมวขาย (Asset flips) และเกมที่ทำมาแบบลวกๆ เพื่อหวังเงิน ได้สร้างความรำคาญบนแพลตฟอร์มมานานก่อนที่เครื่องมือ AI จะทำให้การผลิตคอนเทนต์จำนวนมากทำได้เร็วและถูกลงเสียอีก AI จึงเป็นปัญหาเวอร์ชันใหม่ที่ขยายตัวได้ง่ายขึ้น และ Next Fest ด้วยปริมาณเกมมหาศาล ก็ยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหานี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ประเด็นสำคัญคือ นักพัฒนาอินดี้ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับเกมของตัวเองคือกลุ่มที่เสียประโยชน์มากที่สุด Next Fest มีไว้เพื่อเปิดโอกาสให้เกมเหล่านี้ได้เฉิดฉาย เมื่อผู้เล่นต้องมองเดโมทุกเกมที่น่าสนใจด้วยความระแวงจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่เกมขยะ จุดประสงค์หลักของงานก็ย่อมได้รับผลกระทบ เดโมที่ใช้ AI กว่า 1,700 เกมไม่ได้เป็นแค่ปัญหาเรื่องการเปิดเผยข้อมูลเท่านั้น แต่มันกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกดูเกมของผู้คนไปโดยสิ้นเชิง
Valve เคยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถปรับเปลี่ยนนโยบายระดับแพลตฟอร์มได้เมื่อมีแรงกดดันมากพอ ส่วนการติดป้ายกำกับ AI จะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกันหรือไม่นั้น คงขึ้นอยู่กับว่ากระแสเรียกร้องนี้จะดังขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ สำหรับตอนนี้ สิ่งที่ผู้เล่นต้องการนั้นสมเหตุสมผล คือทำให้ข้อมูลมองเห็นได้ง่ายขึ้น, กรองได้, และระบุรายละเอียดให้ชัดเจนพอที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจจริงๆ
หากคุณต้องการติดตามข่าวสารว่าเกมไหนน่าเล่นในช่วงนี้ gaming guides ของเรามีการอัปเดตข้อมูลอยู่เสมอเมื่อมีเกมใหม่วางจำหน่าย และหากคุณสงสัยว่าบทสนทนาเรื่องการเปิดเผยข้อมูล AI เชื่อมโยงกับประสบการณ์การเล่นเกมอย่างไร Starfield Free Lanes update guide ได้เจาะลึกหนึ่งในเกมที่ซับซ้อนที่สุดที่เพิ่งอัปเดตไป และสำหรับผู้เล่นที่กำลังงมกับระบบต่างๆ ในเกม RPG การบุ๊กมาร์ก Starfield persuasion system guide ไว้ก็นับว่าคุ้มค่า
แรงกดดันที่มีต่อ Valve จะไม่หายไปไหน งาน Next Fest ยังคงดำเนินต่อไปในสัปดาห์นี้ และบทสนทนาเรื่องความโปร่งใสในการใช้ AI บน Steam ก็มีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ








