Storycraft แพลตฟอร์มเกมจากมอนทรีออลระดมทุนได้ $3 Million ในรอบ Seed Funding เพื่อเร่งการพัฒนาและเตรียมเปิดตัวเกมมือถือแนว Multiplayer ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในระดับโลก โดยรอบการระดมทุนนี้นำโดย Khosla Ventures พร้อมด้วยการสนับสนุนต่อเนื่องจาก London Venture Partners (LVP) และ Signalfire ซึ่งเคยเป็นผู้นำในรอบ Pre-seed มูลค่า $2 Million มาก่อน เงินทุนก้อนนี้จะนำไปใช้สนับสนุนการขยายทีม พัฒนาผลิตภัณฑ์ และเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิด Public Beta ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปีนี้
Storycraft ระดมทุน $3 Million พัฒนาเกม AI
Storycraft ก่อตั้งโดย Andy Mauro ผู้คร่ำหวอดในวงการนวัตกรรม AI ประยุกต์ โดยตัวเกมถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนผู้เล่นให้กลายเป็น Creator ก่อนหน้านี้ Mauro เคยเป็นผู้นำโปรเจกต์อย่าง Nina ของ Nuance ซึ่งเป็นระบบ Voice Assistant บนมือถือระดับองค์กรตัวแรก และ Automat บริษัทเทคโนโลยี Chatbot ที่ถูกซื้อกิจการไปในปี 2021 เป้าหมายของเขาในการสร้าง Storycraft คือการสร้าง แพลตฟอร์ม (Platform) ที่ใครก็สามารถสร้าง สำรวจ และแชร์โลกแห่งเรื่องราวต้นฉบับได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านเทคนิคหรือการออกแบบ
ตัวเกมผสมผสาน Generative AI เข้ากับระบบการเล่นแบบ Multiplayer ทำให้ผู้เล่นสามารถร่วมมือกันพัฒนาตัวละคร สภาพแวดล้อม และเนื้อเรื่องได้ Mauro อธิบายว่า Storycraft คือความพยายามที่จะทำให้การเล่าเรื่องเข้าถึงง่ายและมีการโต้ตอบได้เหมือนกับการสร้างโลกในเกมอย่าง Minecraft แทนที่จะเน้นแค่ระบบ Gameplay เพียงอย่างเดียว Storycraft สนับสนุนให้ผู้เล่นดื่มด่ำไปกับกระบวนการสร้างสรรค์ พร้อมนำเสนอวิธีใหม่ในการถ่ายทอดไอเดียผ่าน การเล่นที่เน้นเนื้อเรื่อง (Story-driven play)

Storycraft ระดมทุน $3 Million พัฒนาเกม AI
ประสบการณ์การเล่นเกมเชิงสังคมและสร้างสรรค์
Storycraft ผสานองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้แตกต่างจาก เกมมือถือทั่วไป (Traditional mobile games) หัวใจสำคัญของประสบการณ์นี้คือชุดเครื่องมือสร้างโลกด้วย AI ที่ช่วยให้ผู้เล่นสร้าง In-game assets ได้หลากหลาย ตั้งแต่ตัวละครและสิ่งก่อสร้าง ไปจนถึงเอฟเฟกต์แสงและไอเทม เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ผู้เล่นปรับแต่งโลกของตนเองและมีส่วนร่วมในจักรวาลที่เชื่อมโยงกันขนาดใหญ่ ตัวเกมยังส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยผู้เล่นสามารถไปเยี่ยมชมโลกของคนอื่น ร่วมแต่งเติมเนื้อเรื่องที่กำลังดำเนินอยู่ และโต้ตอบกับตัวละคร AI ที่คอยขอไอเทมหรือความช่วยเหลือ ซึ่งสร้างวงจรของแรงบันดาลใจและกิจกรรมที่ต่อเนื่อง
ระบบเศรษฐกิจของแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วย User-generated content ทั้งหมด ผู้เล่นสามารถหาเงิน เทรด และโชว์ผลงานสร้างสรรค์ของตนเองในจักรวาลที่ใช้ร่วมกันได้ ทุกองค์ประกอบภายในเกมล้วนสร้างขึ้นโดยผู้เล่น ซึ่งตอกย้ำบทบาทของ Storycraft ในฐานะแพลตฟอร์มเพื่อความคิดสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกัน
นอกเหนือจากฟีเจอร์ทางเทคนิคและสังคมแล้ว Storycraft ยังให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องที่เน้นอารมณ์ความรู้สึก โดย AI จะทำหน้าที่เป็นพาร์ทเนอร์ด้านความคิดสร้างสรรค์ ช่วยให้ผู้เล่นขัดเกลาไอเดียและตอบสนองต่อการพัฒนาของเนื้อเรื่องได้อย่างฉับไว ผลตอบรับเบื้องต้นจากผู้เล่นระบุว่าเกมนี้ช่วยให้หลายคนก้าวข้ามอุปสรรคด้านความคิดสร้างสรรค์ เช่น อาการสมองตื้อ (Writer's block) และยังเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขากลับไปทำกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ เช่น การวาดภาพอีกด้วย

Storycraft ระดมทุน $3 Million
การมีส่วนร่วมของคอมมูนิตี้และมุมมองในอนาคต
นับตั้งแต่เปิดตัว Open Alpha, Storycraft ได้ดึงดูดคอมมูนิตี้ผู้เล่นที่กำลังเติบโต ซึ่งได้ร่วมกันสร้างโลกที่ไม่ซ้ำใครนับพันแห่ง และตัวละครรวมถึงสิ่งก่อสร้างในเกมอีกหลายแสนรายการ ผลงานเหล่านี้ครอบคลุมหลากหลายแนวเกม ทั้งแฟนตาซี ไซไฟ โรแมนติก สยองขวัญ และโลกหลังหายนะ (Post-apocalyptic) ที่น่าสนใจคือโลกส่วนใหญ่ที่ผู้เล่นสร้างขึ้นเป็นผลงานต้นฉบับ ไม่ได้อิงจากทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่มีอยู่เดิม ซึ่งเน้นย้ำถึงบทบาทของแพลตฟอร์มในการส่งเสริมการเล่าเรื่องส่วนบุคคลที่เต็มไปด้วยจินตนาการ
Vinod Khosla ผู้ก่อตั้ง Khosla Ventures เน้นย้ำถึงบทบาทของ AI ในการขยายการเข้าถึงเครื่องมือสร้างสรรค์ โดยเขากล่าวว่า Storycraft นำเสนอรูปแบบการเล่นเชิงสังคมแบบใหม่ที่ผู้เล่นไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้เข้าร่วม แต่ยังเป็นผู้สร้าง สภาพแวดล้อมดิจิทัลที่พวกเขาอาศัยอยู่ (Digital environments they inhabit)
Storycraft สร้างขึ้นบน Google Cloud และกำลังพัฒนาเพื่อเปิดตัวแบบ Multiplatform ในระดับโลก เงินทุนที่ได้รับมาใหม่นี้จะช่วยให้บริษัทสามารถขยายทีมและเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวในวงกว้าง ในขณะที่ความสนใจในแพลตฟอร์มที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ AI และการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง Storycraft มุ่งมั่นที่จะวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นบริการที่โดดเด่นในภูมิทัศน์ของเกมมือถือที่กำลังพัฒนา และ ประสบการณ์ดิจิทัลที่ใกล้เคียงกับ Web3 (Web3-adjacent digital experiences)








