Wilder World ได้ประกาศแผนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในรูปแบบ Super Early Access (SEA) ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2025 ผ่านทาง Epic Games Store โดยตัวเกมจะเป็นรูปแบบ Free-to-play และจะนำผู้เล่นเข้าสู่โลก metaverse ที่รองรับระบบ web3 ซึ่งผสมผสานกลไกการเล่นทั้งในมุมมองบุคคลที่สามและบุคคลที่หนึ่ง (Third-person และ First-person shooter) รวมถึงโหมดการแข่งขันในอารีน่า และระบบเศรษฐกิจภายในเกมที่ขับเคลื่อนด้วยอุปกรณ์สวมใส่ (Gear-based economy)
ในการเปิดตัวครั้งนี้ ข้อตกลงการรักษาความลับ (Non-disclosure agreements) ทั้งหมดจะถูกยกเลิก และผู้เล่นจะสามารถสตรีมหรือแชร์การเล่นเกมได้อย่างอิสระ ทีมพัฒนาได้รายงานว่ามีผู้เล่นในช่วง Early Access ประมาณ 25% ที่เข้ามาเล่นเกมเป็นประจำทุกวัน แม้จะยังไม่มีระบบของรางวัลจูงใจ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีของความสนใจจากผู้เล่นและการมีส่วนร่วมของคอมมูนิตี้

Wilder World เตรียมเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2025
Wilder World เตรียมเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2025
การเปิดตัวแบบ SEA จะแบ่งออกเป็น 3 เฟส โดยเริ่มจากเฟสแรกที่ชื่อว่า "Rebellion" ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ซึ่งจะประกอบด้วยองค์ประกอบหลักของเกม เช่น ระบบ combat (การต่อสู้) แบบชูตเตอร์, ระบบพัฒนาตัวละครผ่านอุปกรณ์ (Gear-based progression) และการแข่งขันในอารีน่า ในไตรมาสถัดมาจะเข้าสู่เฟสที่สองในชื่อ "Wilder Wheels" ซึ่งจะเพิ่มระบบเศรษฐกิจชิ้นส่วนยานพาหนะ, การอัปเกรดดีไซน์รถ และฟิสิกส์การแข่งรถที่สมจริงยิ่งขึ้น ส่วนเฟสที่สามซึ่งมีกำหนดการในปี 2026 จะเป็นการขยายโลก metaverse ให้กลายเป็น Open world ที่สำรวจได้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมฟีเจอร์การก่อสร้าง, การขุดทรัพยากร และการเล่นแบบอิสระทั่วทั้งเมืองเสมือนจริงที่ชื่อว่า Wiami
ทั้งสามเฟสนี้จะรวมอยู่ในประสบการณ์ Open-world ขนาดใหญ่ โดยมีแผนการอัปเดตรายเดือนเพื่อขยายเมือง Wiami และเพิ่มคอนเทนต์ใหม่ๆ ในช่วงปลายปีนี้ Wilder World คาดว่าจะเปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานเกมเพิ่มเติม รวมถึงระบบ Market, Garage และ Avatars ที่ปรับแต่งได้ ซึ่งส่วนเสริมเหล่านี้จะรองรับระบบการซื้อขายแบบ on-chain โดยมีการเก็บค่าธรรมเนียม Marketplace จำนวน 2.5% สำหรับทุกธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับไอเทมในเกม เช่น ตัวละคร ยานพาหนะ และอาวุธ

Wilder World เตรียมเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2025
ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและการบูรณาการ $WILD Token
ระบบเศรษฐกิจของ Wilder World ถูกสร้างขึ้นโดยมี $WILD token เป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะใช้สำหรับการซื้อไอเทมในเกมและเป็นหัวใจหลักของระบบเศรษฐกิจใน metaverse ผู้เล่นสามารถซื้อไอเทมและสกินในเกมได้ทั้งด้วยเงินตราปกติ (Fiat) และสกุลเงินดิจิทัล โดยรายได้ทั้งหมดจะถูกนำไปซื้อ $WILD token ในตลาดกลางโดยอัตโนมัติ จากนั้นโทเค็นเหล่านี้จะถูกนำไปเผาทิ้ง (Burn) เพื่อสร้างโครงสร้างอุปทานแบบลดภาวะเงินเฟ้อ (Deflationary supply) นอกจากนี้ โปรแกรมการ Staking ใน Metropolis จะช่วยสนับสนุนโมเดลนี้โดยการกระจายมูลค่าที่เกิดขึ้นภายในระบบนิเวศกลับคืนสู่ผู้ถือ $WILD token
ทีมพัฒนาระบุว่ากำลังมีการพัฒนาความร่วมมือกับแบรนด์ใหญ่ๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเหล่าครีเอเตอร์และธุรกิจต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือ web3 และโครงสร้างพื้นฐานของ Wilder World ในการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงได้อย่างไร โดยวิสัยทัศน์ระยะยาวคือการสนับสนุนเศรษฐกิจของครีเอเตอร์ที่เติบโตขึ้น ซึ่งจะมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในระบบนิเวศของเกม

Wilder World เตรียมเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2025
แพ็กไอเทมใหม่และแผนการสมัครสมาชิก
พร้อมกับการเปิดตัว SEA ทาง Wilder World จะเริ่มวางจำหน่าย Pack รายสัปดาห์ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป Pack เหล่านี้จะเป็นกลไกหลักในการสร้างรายได้และเป็นแหล่งที่มาของสินทรัพย์ในเกม โดยแต่ละ Pack จะประกอบด้วยไอเทมลิมิเต็ดอิดิชั่น 3 ชิ้น เช่น อาวุธ ยานพาหนะ เสื้อผ้า หรืออุปกรณ์สวมใส่ ครึ่งหนึ่งของไอเทมเหล่านี้จะเปิดให้ประมูล ส่วนที่เหลือสามารถหาได้จากการเล่นเกมตามปกติ ไอเทมทั้งหมดจะเป็น NFT แบบ on-chain ที่สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ภายในระบบนิเวศ
เพื่อรักษาความหายาก ไอเทมจากแต่ละ Era จะไม่มีการนำกลับมาวางจำหน่ายอีกเมื่อ Era นั้นสิ้นสุดลง อุปทานของไอเทมจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อการเติบโตและความต้องการของผู้เล่น นอกจากสิทธิ์การเข้าเล่นฟรีแล้ว เกมยังมีแผนสมัครสมาชิกรายเดือนในราคา $10 สำหรับผู้เล่นที่ต้องการมีส่วนร่วมในระบบรางวัลแบบ on-chain ซึ่งสมาชิกจะได้รับโอกาสในการได้รับสินทรัพย์ในเกม พร้อมทั้งช่วยลดผลกระทบจากบอทและการฟาร์มไอเทมอีกด้วย
หลังจากเปิดตัวบน Epic Games Store แล้ว Wilder World มีเป้าหมายที่จะขยายการให้บริการบน platform อื่นๆ โดยมีแผนที่จะนำเกมลง Steam และ Nvidia GeForce Now ในปี 2026 รวมถึงกำลังอยู่ในระหว่างการหารือเพื่อเปิดให้เล่นบนคอนโซลในอนาคต แนวทางแบบ Cross-platform นี้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของโปรเจกต์ในการเพิ่มการเข้าถึงและดึงดูดฐานผู้เล่นที่หลากหลาย

Wilder World เตรียมเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2025
การพัฒนา ZERO, Z Chain และ MEOW Token
Wilder World ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแพลตฟอร์ม ZERO และ Z Chain โดย ZERO ซึ่งเดิมเป็นโปรโตคอลและเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐาน กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์แบบ Standalone มีกำหนดเปิดตัวในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 โดยจะมาพร้อมกับฟีเจอร์รางวัลแบบ on-chain, กระเป๋าเงินแบบ Self-custody, โทเค็นสำหรับสังคมและครีเอเตอร์ และเครือข่าย ZODE แบบกระจายศูนย์ ส่วน Z Chain ที่พัฒนาร่วมกับ Polygon, AggLayer และ Gateway นั้นได้เปิดใช้งานบน Mainnet เรียบร้อยแล้ว
ด้วยการพัฒนานี้ Wilder World และ ZERO จะรองรับระบบ Account abstraction และฟังก์ชันการทำงานแบบ on-chain ที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ข้อมูลเกมอย่างสถิติผู้เล่นจะถูกบันทึกบน Z Chain ในรูปแบบ Soulbound ERC20 token ในขณะที่ไอเทมต่างๆ เช่น กระสุน ระเบิด และไอเทมฟื้นฟูเลือดจะใช้มาตรฐาน ERC1155 ทำให้สามารถซื้อขายและเผาทิ้งได้ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว MEOW token ในฐานะ Memecoin เชิงทดลองบน blockchains หลายเครือข่าย โดยเริ่มจาก Avalanche ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการทดลองข้ามระบบนิเวศและจะทำงานควบคู่ไปกับระบบเศรษฐกิจหลักของ Wilder World

Wilder World เตรียมเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2025
ก้าวต่อไปในอนาคต
ด้วยกลยุทธ์การเปิดตัวแบบแบ่งเฟส ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่บูรณาการเข้าด้วยกัน และแผนการขยายตัวข้ามแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีบล็อกเชน Wilder World กำลังวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นประสบการณ์ metaverse ที่ครบวงจร การเปิดตัวในรูปแบบ Super Early Access ในเดือนกรกฎาคม 2025 จะถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่สำหรับเกมนี้ โดยมุ่งหวังที่จะดึงดูดผู้เล่นจากทั้งคอมมูนิตี้ web2 และ web3 พร้อมทั้งสร้างความยั่งยืนและนวัตกรรมในระยะยาวให้กับวงการ gaming






