
รับสิทธิ์สมาชิก GTA+ ฟรี 1 เดือนเมื่อสั่งซื้อล่วงหน้า
สั่งซื้อล่วงหน้า GTA 6 ได้แล้ววันนี้
โปรเจกต์ที่ไม่มีใครขอ แต่ทุกคนต้องการ
มีคนนำ E-reader อุปกรณ์ที่พ่อแม่คุณใช้ไว้อ่านนิยายในสนามบิน มาดัดแปลงให้กลายเป็นเครื่อง Game Boy พกพา โดย YouTuber รายหนึ่งได้โพสต์คลิปการรัน Emulator ของ Game Boy บนฮาร์ดแวร์ E-reader โดยตรง พร้อมกับเปิดเกม Pokemon Blue ที่สามารถเล่นได้ลื่นไหลอย่างเหลือเชื่อจนน่าตกใจ
นี่ไม่ใช่แค่คลิปโชว์ของแบบที่เปิด ROM ขึ้นมาแล้วกระตุกจนเล่นไม่ได้ แต่โปรเจกต์นี้แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวจริง การกดเมนู และฉากต่อสู้ที่รันบนหน้าจอเทคโนโลยี e-ink ซึ่งไม่เคยถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานหนักระดับนี้เลย
ทำไม e-ink กับ Game Boy ถึงเข้ากันได้ดีกว่าที่คิด
หน้าจอ e-ink ถูกออกแบบมาให้รีเฟรชช้าโดยธรรมชาติ ซึ่งนั่นคือจุดประสงค์หลักของมัน เทคโนโลยีนี้จะอัปเดตพิกเซลด้วยการเคลื่อนย้ายอนุภาคหมึกที่มีประจุไฟฟ้า ทำให้ค่า Response time อยู่ที่หลักร้อยมิลลิวินาที แทนที่จะเป็นช่วงต่ำกว่า 16ms ที่หน้าจอ 60fps ทั่วไปทำได้ โดยหน้าจอ e-ink มาตรฐานจะรีเฟรชอยู่ที่ประมาณ 120ms ถึง 250ms ขึ้นอยู่กับโหมด ซึ่งคิดเป็นเฟรมเรตเพียง 4 ถึง 8 fps เท่านั้น
ประเด็นคือ: Game Boy รุ่นดั้งเดิมรันที่ 59.7fps แต่ Pokemon Red และ Blue เป็นเกมแนว Turn-based RPG ที่แทบไม่มีความจำเป็นต้องใช้แอนิเมชันที่ซับซ้อนนอกเหนือจากฉากต่อสู้ การเดินในฉาก Overworld ก็เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เมนูต่างๆ ก็เป็นภาพนิ่ง ส่วนแอนิเมชันการต่อสู้ก็เป็นแค่การสลับ Sprite ง่ายๆ เท่านั้น
การผสมผสานนี้กลายเป็นสิ่งที่เข้ากับข้อจำกัดของ e-ink ได้อย่างลงตัว สิ่งที่ทำให้เกมแนว Action เล่นไม่ได้ กลับกลายเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยในเกมที่คุณต้องใช้เวลาครึ่งหนึ่งไปกับการอ่านข้อความในกล่องคำพูด
YouTuber รายนี้ดูเหมือนจะใช้โหมด Partial refresh ซึ่งจะอัปเดตเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลงบนหน้าจอแทนการล้างหน้าจอใหม่ทั้งหมด เทคนิคนี้ช่วยลดอาการ Ghosting ได้อย่างมาก และทำให้เฟรมเรตอยู่ในระดับที่การเดินไปรอบๆ เมือง Viridian City นั้นตอบสนองดีพอที่จะเล่นได้จริง
ปัจจัยของ Pokemon
การเลือก Pokemon Blue มาสาธิตไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เกม Gen 1 ถือเป็นซอฟต์แวร์ที่เหมาะที่สุดสำหรับเครื่องพิสูจน์แนวคิด (Proof of concept) ของ Emulator บน e-ink เพราะจานสี (Color palette) มีน้อย ความละเอียดหน้าจอก็ใกล้เคียงกับ E-reader หลายรุ่น และลูปเกมเพลย์ที่เน้นการสำรวจ เปิดเมนู และนั่งดูฉากต่อสู้แบบ Turn-based นั้นถูกสร้างมาเพื่อหน้าจอที่แสดงผลภาพเคลื่อนไหวได้ยากโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ความเป็นขาวดำยังช่วยเลี่ยงปัญหาการแสดงผลสี ซึ่งจะทำให้เกมอย่าง Pokemon Ruby หรือเกม GBA อื่นๆ อ่านได้ยากขึ้นมากบนหน้าจอ e-ink แบบ Grayscale
สำหรับใครที่วางแผนจะกลับมาเล่นเกมย้อนวันวานในภูมิภาค Kanto นี่เป็นทางเลือกฮาร์ดแวร์ที่น่าสนใจจริงๆ และหากคุณต้องการปรับแต่งประสบการณ์การเล่นเกม Pokemon ภาคใหม่ๆ ให้ดียิ่งขึ้น คู่มือการตั้งค่าที่ดีที่สุดสำหรับ Pokemon Pokopia ของเรามีครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ความเร็วข้อความไปจนถึงการตั้งค่ามุมกล้องที่คุณควรปรับ
สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้เป็นมากกว่าแค่คอนเทนต์ YouTube
E-reader เป็นฮาร์ดแวร์สำหรับเล่น Emulator ที่น่าสนใจมากแต่กลับไม่ค่อยมีใครพูดถึง มันมีราคาถูก หาซื้อง่ายในตลาดมือสอง รันบนระบบปฏิบัติการ Linux ที่รองรับซอฟต์แวร์จากนักพัฒนาภายนอก แบตเตอรี่ใช้งานได้นานเป็นสัปดาห์ และหน้าจอยังอ่านได้ชัดเจนแม้กลางแจ้ง ซึ่งหน้าจอโทรศัพท์หรือ Switch มักจะสู้แสงไม่ไหว
ปัญหาเรื่องอัตราการรีเฟรชหน้าจอเป็นสิ่งที่ฆ่าแนวคิดนี้มาโดยตลอด แต่โปรเจกต์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่าการเลือกซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมนั้นสำคัญพอๆ กับฮาร์ดแวร์ เกม Turn-based RPG จากปี 1996 สามารถรันบน E-reader ยุค 2010 ได้ดีกว่าเกม Action ปี 2024 ที่รันบนเครื่องเกมพกพา Retro ที่มีหน้าจอคุณภาพต่ำเสียอีก
อีกทั้งยังมีความเข้ากันอย่างประหลาดในการเล่น Pokemon บนอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อการอ่าน เกม Game Boy ดั้งเดิมเน้นไปที่การเดินทางผ่านเมนูข้อความและบทสนทนามากกว่าการโชว์เทคนิคกราฟิกที่หวือหวา E-reader ที่มีหน้าจอเหมือนกระดาษและการทำงานที่เงียบเชียบ จึงถ่ายทอดบรรยากาศการเล่นเกมพกพาแบบชิลๆ ได้ดีกว่าอุปกรณ์สมัยใหม่ส่วนใหญ่
หัวใจสำคัญคือโปรเจกต์นี้ช่วยขยายขอบเขตของฮาร์ดแวร์ที่สามารถนำมาเล่นเกม Retro ได้ และซีรีส์ Pokemon ก็อยู่ตรงจุดตัดที่ข้อจำกัดของ e-ink ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
สำหรับเนื้อหาเชิงลึกของ Pokemon ในภาคใหม่ๆ สามารถเข้าไปดูที่ ศูนย์รวมคู่มือเกม ซึ่งมีกลยุทธ์ต่างๆ ที่น่าบันทึกไว้ รวมถึง คู่มือการปั๊มไอเทมด้วย 3D Printer สำหรับ Pokemon Pokopia ที่ครอบคลุมทั้งไอเทมที่ควรทำซ้ำและเทคนิคขั้นสูงต่างๆ








