Motion blur เป็นการตั้งค่าที่มักจะแบ่งความคิดเห็นของผู้เล่นอยู่เสมอ แต่ใน Halo: Campaign Evolved กลับทำให้มันกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อการเล่นอย่างแท้จริง ผู้เล่นที่รันเกมด้วยเฟรมเรต (fps) ระหว่าง 30 ถึง 60 ต่างรายงานตรงกันว่า แม้จะขยับมุมกล้องเพียงเล็กน้อย หน้าจอก็จะกลายเป็นภาพเบลอจนอ่านไม่ออก ซึ่งฟุตเทจที่แชร์กันในโลกออนไลน์ก็เป็นหลักฐานยืนยันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
ภาพความเบลอที่เกิดขึ้นจริงในขณะเล่น
ที่เฟรมเรต 45-50 fps เอฟเฟกต์นี้ถูกอธิบายว่าเลวร้ายอย่างยิ่ง การเคลื่อนที่เร็วๆ การสลับอาวุธ หรือการขว้างระเบิด ล้วนทำให้เกิดรอยเบลอ (trails) หนาๆ ที่บดบังสิ่งที่เกิดขึ้นบนหน้าจอ นี่ไม่ใช่ Cinematic blur แบบนุ่มนวลที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เฟรมเรตต่ำดูสมูทขึ้น แต่มันคือการเบลอแบบรุนแรงและกินวงกว้าง ซึ่งทำให้การเล็งเป้าหมาย (tracking) ศัตรูทำได้ยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ประเด็นสำคัญคือ แม้จะดันเฟรมเรตขึ้นไปถึง 80-90 fps ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ทั้งหมด ความเบลออาจจะลดน้อยลง แต่ก็ยังรบกวนการยิงและการหันมุมกล้องที่รวดเร็วอยู่ดี สำหรับ shooter game ที่เน้นระบบ Gunplay ที่กระชับและการเล็งที่แม่นยำ นี่ถือเป็นปัญหาใหญ่จริงๆ
เมนูการตั้งค่าเองก็ถูกวิจารณ์เช่นกัน แม้จะมีตัวเลือกกราฟิกให้ปรับมากมาย แต่ส่วนใหญ่กลับเป็นการปรับแสงและเงาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ภาพรวมของเกมแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลยไม่ว่าจะปรับอย่างไร ซึ่งทำให้เมนูการตั้งค่าทั้งหมดให้ความรู้สึกเหมือนเกมที่พอร์ตมาจากคอนโซล (console-ported)
วิธีแก้ที่ง่าย แต่ไม่ควรจะต้องมานั่งแก้เอง
การปิด Motion blur นั้นทำได้ง่ายมาก เพียงแค่เปิดเมนูการตั้งค่า ไปที่แท็บ Video เลื่อนลงมา แล้วกดปิด ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเห็นผลชัดเจนทันที สิ่งที่น่าหงุดหงิดคือการที่เอฟเฟกต์ที่รุนแรงขนาดนี้ถูกเปิดเป็นค่าเริ่มต้น (default-on) ทำให้ผู้เล่นที่ไม่ได้เข้ามาปรับแต่งค่าต่างๆ ต้องสัมผัสกับประสบการณ์การเล่นที่แย่กว่าที่ควรจะเป็นตั้งแต่เริ่มเกม
สำหรับผู้เล่นที่พยายามดันเฟรมเรตให้สูงขึ้นเพื่อลดผลกระทบนี้แทนที่จะปิดเอฟเฟกต์ไปเลย การทำ Upscaling คือทางเลือกที่ชัดเจนที่สุด บนฮาร์ดแวร์ของ Nvidia นั้น DLSS ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า FSR 3.0 ทั้งในด้านคุณภาพของภาพและการเพิ่มประสิทธิภาพเฟรมเรต โดย FSR Ultra ซึ่งสุ่มตัวอย่างจาก 67% ของความละเอียด Native เป็นเพียงค่า Preset เดียวของ FSR ที่หลีกเลี่ยงภาพที่ดูแตกและบิดเบี้ยวเหมือนการตั้งค่า FSR ระดับต่ำกว่านี้ ในขณะที่การทดสอบพบว่าทั้ง DLSS Medium และ DLSS Ultra ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าตัวเลือกที่เทียบเท่ากันของ FSR
ส่วนบนฮาร์ดแวร์ของ AMD โดยเฉพาะรุ่น RX 9070 นั้น FSR ทำงานได้ดีขึ้นและช่วยเพิ่มเฟรมเรตได้อย่างมั่นคงพร้อมกับภาพที่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
ก่อนและหลัง: สิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อปรับแต่งการตั้งค่า
ความแตกต่างระหว่างการตั้งค่าเริ่มต้นกับการปรับแต่งเฉพาะจุดนั้นชัดเจนมาก การตั้งค่าเริ่มต้นที่เปิด Motion blur, เปิด Screen shake และใช้ FSR Low ทำให้ภาพในเกมดูขุ่นมัวกว่าที่ควรจะเป็น การปิดแค่ Motion blur เพียงอย่างเดียวก็ช่วยลด Visual noise ส่วนใหญ่ออกไปได้แล้ว
ผู้เล่นที่ใช้คอมพิวเตอร์สเปกสูงซึ่งสามารถรันเฟรมเรตได้ 100+ fps อาจจะรู้สึกถึงความเบลอน้อยลง แต่ถึงแม้จะเป็นเฟรมเรตระดับนั้น มันก็ยังคงเป็นสิ่งที่รบกวนสายตาอยู่ดี เอฟเฟกต์นี้จะลดระดับลงตามเฟรมเรตที่สูงขึ้นแทนที่จะหายไปทั้งหมด ซึ่งบ่งบอกว่ามันไม่ใช่เครื่องมือสำหรับชดเชยเฟรมเรตเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มองข้ามคือการตั้งค่า Screen shake ที่ไปซ้ำเติมปัญหาความเบลอในระหว่างการต่อสู้ แรงระเบิดและการปะทะในระยะประชิดจะทำให้ทั้งสองเอฟเฟกต์ทำงานพร้อมกัน ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ภาพในเกมดูสับสนที่สุด การปิดทั้งสองอย่างพร้อมกันจะช่วยให้ได้รับประสบการณ์การต่อสู้ที่ชัดเจนและอ่านเกมได้ง่ายที่สุดเท่าที่เกมนี้จะมอบให้ได้
หากคุณเพิ่งเริ่มเล่นเกมนี้หรือพบปัญหาในวันเปิดตัว คู่มือแก้ไขปัญหาเบื้องต้นสำหรับ Halo: Campaign Evolved ได้รวบรวมปัญหาทางเทคนิคที่ผู้เล่น Premium Edition พบเจอในช่วงเปิดตัวไว้แล้ว และสำหรับข้อมูลอื่นๆ คุณสามารถดูได้จาก คลังคู่มือ Halo: Campaign Evolved ทั้งหมด ซึ่งจะมีการอัปเดตเนื้อหาและแพตช์ใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาเรื่อยๆ








