สามปีหลังจากเปิดตัวบน PC และคอนโซล มีรายงานว่า Diablo IV เตรียมลงเครื่อง Switch 2 ในเดือนกันยายนนี้ และ Blizzard ก็ไม่ได้มามือเปล่า โดยข้อมูลหลุดระบุวันวางจำหน่ายคือวันที่ 15 กันยายน ซึ่งตัวเกมจะมาในรูปแบบบันเดิลชื่อ Age of Hatred Collection ที่รวมภาคเสริมทั้ง Vessel of Hatred และ Lord of Hatred ไว้ในแพ็กเกจเดียว
แหล่งข่าวคนเดิมที่เคยปล่อยข่าวลือเรื่อง Diablo 4 ลง Switch 2 เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเป็นผู้อัปเดตรายงานนี้ โดยมีการระบุวันที่ชัดเจนและยืนยันสถานะของภาคเสริมที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งรายละเอียดทั้งสองส่วนนี้เป็นข้อมูลใหม่เมื่อเทียบกับข่าวลือก่อนหน้าที่ไม่ได้ระบุวันและทิ้งคำถามเรื่องการรวมภาคเสริมไว้ให้สงสัย
ช่วงเวลาที่ใกล้กับ BlizzCon เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้
วันที่ 15 กันยายน ห่างจากงาน BlizzCon 2026 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 12-13 กันยายน เพียงสองวันเท่านั้น ถือเป็นช่วงเวลาที่กระชั้นชิดมาก และนำไปสู่คำถามที่น่าสนใจว่า Blizzard จะใช้เวที BlizzCon ในการประกาศเปิดตัวพอร์ตลง Switch 2 อย่างเป็นทางการ แล้ววางจำหน่ายทันทีหลังจากนั้นเลยหรือไม่? แม้การประกาศแล้ววางจำหน่ายแบบสายฟ้าแลบเช่นนี้จะไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะกับเกมที่วางจำหน่ายมานานกว่าสามปีแล้ว
นอกจากนี้ยังมีงาน Gamescom ที่จัดขึ้นหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า BlizzCon ซึ่ง Blizzard ก็มีประวัติกับงานนี้อยู่แล้ว โดย Diablo 3 เวอร์ชัน Switch ก็เคยเปิดตัวที่งาน Gamescom มาก่อน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะใช้เวทีเดียวกันนี้สำหรับ Diablo 4 ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การประกาศน่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
ทำไมถึงต้องรอนานขนาดนี้
Diablo 4 เปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2023 ส่วน Switch 2 วางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน 2025 ช่องว่างระหว่างสองช่วงเวลานี้กับข่าวลือการวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2026 ถือว่าน่าสนใจ คำอธิบายที่สมเหตุสมผลที่สุดคือ Blizzard ให้ความสำคัญกับการพัฒนา Lord of Hatred ซึ่งเป็นภาคเสริมตัวที่สองให้เสร็จสิ้นก่อน โดยภาคเสริมนี้เพิ่งปล่อยออกมาในเดือนเมษายนปีนี้ การรวมภาคเสริมทั้งสองตัวไว้ในชุดเดียวสำหรับการเปิดตัวบน Switch 2 จึงดูสมเหตุสมผลในเชิงธุรกิจมากกว่าการวางจำหน่ายแค่ตัวเกมหลักหรือมีแค่ภาคเสริมเดียว
การใช้ชื่อ Age of Hatred Collection ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนให้กับเวอร์ชัน Switch 2 แทนที่จะเป็นแค่พอร์ตที่ดูเหมือนไล่ตามเวอร์ชันอื่น แต่กลับกลายเป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์ที่สุดของเนื้อเรื่องบท Hatred ในกล่องเดียว ครอบคลุมตั้งแต่แคมเปญหลักไปจนถึงเนื้อเรื่องของ Mephisto ที่ภาคเสริมทั้งสองตัวปูทางมา หากคุณต้องการข้อมูลเจาะลึกว่า Lord of Hatred เพิ่มอะไรเข้ามาบ้าง สามารถดูได้ที่ คู่มือภาคเสริม Diablo 4 Lord of Hatred ซึ่งครอบคลุมทั้งคลาสใหม่ ระบบ War Plans และแคมเปญอย่างละเอียด
สถานการณ์โดยรวมของ Blizzard ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น
บริษัทแม่ของ Blizzard เพิ่งผ่านการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ซึ่งมีการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากในหลายสตูดิโอภายใต้แผนก Xbox แต่ประเด็นสำคัญคือ Blizzard ได้รับการระบุว่าเป็นสตูดิโอที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม โดยมี Diablo 4 และ Overwatch 2 เป็นตัวขับเคลื่อนสถานะดังกล่าว ตำแหน่งนี้ช่วยให้ทีมงานมีความมั่นคงในระดับหนึ่ง และการนำหนึ่งในเกมเรือธงที่ยังคงได้รับความนิยมมาลง Switch 2 ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงสตูดิโอที่ยังคงมุ่งมั่นผลักดันเกมหลักของตนอย่างต่อเนื่อง
นับตั้งแต่เปิดตัว Blizzard ได้รักษาจังหวะการปล่อยภาคเสริมของ Diablo 4 ไว้ที่ประมาณปีละหนึ่งครั้ง ดังนั้นงาน BlizzCon จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการแย้มข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาที่จะตามมาหลังจากจบเนื้อเรื่องบท Hatred ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับการประกาศลง Switch 2 ก็ตาม
สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ที่จะเริ่มเล่นบน Switch 2 แนะนำให้บุ๊กมาร์ก คู่มือ Diablo 4 ซีซัน 14 ไว้เลย เพราะเนื้อหาแบบซีซันมีการเปลี่ยนแปลงไปมากนับตั้งแต่เปิดตัว การรู้ว่ามีอะไรอัปเดตบ้างในช่วงที่เกมลงแพลตฟอร์มนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับใครที่วางแผนจะเข้าร่วมเล่นในส่วนของ Live Service ตั้งแต่วันแรก








