เรื่องราวความรักของซอมบี้ในสังคมที่ปกครองโดยเหล่ามอนสเตอร์ ซึ่งร่วมจัดจำหน่ายโดย Sega จากโปรดิวเซอร์ผู้สร้าง Dragon's Dogma เกม Stupid Never Dies ได้รับความสนใจอย่างมากนับตั้งแต่เปิดตัวในงาน The Game Awards 2025 และในที่สุดตอนนี้ก็ได้วันวางจำหน่ายที่ชัดเจนเพื่อตอบรับกระแสความไฮป์แล้ว
จากการเปิดตัวในงาน The Game Awards สู่การวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม
สตูดิโออิสระ GPTRACK50 ซึ่งก่อตั้งโดยอดีตโปรดิวเซอร์ของ Capcom อย่าง Hiroyuki Kobayashi (Dragon's Dogma, Resident Evil 6) ได้ยืนยันในสัปดาห์นี้ว่า Stupid Never Dies จะวางจำหน่ายในวันที่ October 21 บน PlayStation 5 และ Windows PC โดยการประกาศครั้งนี้มาพร้อมกับตัวอย่างใหม่ที่แนะนำ Phoenix Zaza Hotfeathers ตัวละครปริศนาที่มีปีกและมาดสุดจัดจ้าน ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายไหนในเนื้อเรื่อง แต่เรื่องแฟชั่นนั้นโดดเด่นอย่างไม่ต้องสงสัย
หัวใจสำคัญอยู่ที่ประสบการณ์ของผู้สร้างโปรเจกต์นี้ Kobayashi ใช้เวลาหลายปีที่ Capcom ในการพัฒนาเกมแอ็กชันที่มีระบบการเล่นที่โดดเด่นที่สุดในแนวนี้ และ Stupid Never Dies ดูเหมือนจะเป็นการนำประสบการณ์เหล่านั้นมาถ่ายทอดลงในสิ่งที่แปลกใหม่จริงๆ ระบบการต่อสู้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นขโมยความสามารถจากศัตรู ไม่ว่าจะเป็นปีศาจ แวมไพร์ มนุษย์หมาป่า และวิญญาณ เพื่อนำมาเสริมพลังให้กับตัวเอกอย่าง Davy ซอมบี้ขี้อายที่พยายามจะชุบชีวิตเด็กสาวมนุษย์ที่ถูกแช่แข็งนามว่า Julia
ตัวอย่างใหม่บอกอะไรเราเกี่ยวกับตัวเกมบ้าง
การเปิดตัว Phoenix Zaza Hotfeathers ไม่ใช่แค่การปรากฏตัวแบบฉาบฉวย ดีไซน์ที่ร้อนแรงและจัดจ้านของตัวละครนี้บ่งบอกว่า Stupid Never Dies กำลังมุ่งเน้นไปที่สุนทรียศาสตร์เฉพาะตัว: ทั้งเสียงดัง อลังการ และแปลกประหลาดแบบไม่แคร์ใคร ตัว Davy เองนั้นอยู่ในจุดต่ำสุดของลำดับชั้นทางสังคมในโลกที่ปกครองโดยมอนสเตอร์ ซึ่งทำให้เนื้อเรื่องมีธีมแบบตัวเอกที่เป็นรอง (underdog) ซึ่งเข้ากันได้ดีกับระบบการเล่นแบบขโมยความสามารถศัตรูเพื่อพัฒนาตัวละคร
ระบบปรับแต่งร่างกายคือจุดที่ทำให้ฝั่ง RPG น่าสนใจ Davy สามารถอัปเกรดร่างกายซอมบี้ของเขาด้วยสิ่งที่สตูดิโอเรียกว่า "wacky upgrades" (การอัปเกรดสุดเพี้ยน) และการกินศัตรูจะช่วยให้ปลดล็อกความสามารถใหม่ๆ ได้โดยตรง เคล็ดลับสำหรับผู้เล่น: การสะสมความสามารถแบบนี้มักจะให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่ชอบทดลองตั้งแต่เนิ่นๆ มากกว่าการยึดติดกับ Build เดียว
Sega เข้ามาร่วมเป็นผู้จัดจำหน่าย
ข่าวใหญ่ที่สุดนอกเหนือจากวันวางจำหน่ายคือข้อตกลงการร่วมจัดจำหน่ายกับ Sega ทาง GPTRACK50 ได้ยืนยันถึงความร่วมมือนี้ โดย Kobayashi กล่าวว่าการสนับสนุนของ Sega นั้น "ประเมินค่าไม่ได้" ในการนำเกมที่เขาระบุว่ามี "ระบบการเล่นที่เป็นต้นฉบับมากมาย" ไปสู่ผู้ชมทั่วโลก ประวัติการจัดจำหน่ายเกมแอ็กชันที่มีสไตล์ของ Sega ทำให้การจับคู่ครั้งนี้ดูเป็นเรื่องธรรมชาติมากกว่าที่จะน่าประหลาดใจ
ซาวด์แทร็กของเกมจะเปิดให้สตรีมบน Spotify, Amazon Music, Apple Music และแพลตฟอร์มหลักอื่นๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ August 4 ก่อนการวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม นอกจากนี้ยังมีการประกาศ DLC ตัวแรกในชื่อ TickTock Teddies: Nonsense Overload ซึ่งจะเพิ่มเพลงโบนัสและคอนเทนต์ภาพสำหรับผู้เล่นที่ต้องการดื่มด่ำกับสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมนี้ให้มากขึ้น
สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับผู้เล่นที่ติดตามเกมช่วงปลายปี
วันที่ October 21 ทำให้ Stupid Never Dies เข้าสู่ช่วงเวลาการวางจำหน่ายที่คึกคักที่สุดของช่วงปลายปี ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญหรืออาจจะผ่านการคำนวณมาแล้ว เมื่อพิจารณาว่าเกมนี้มีความโดดเด่นเพียงใดเมื่อเทียบกับเกมอื่นๆ ที่จะวางจำหน่ายในเดือนเดียวกัน การผสมผสานระหว่างพื้นฐานเกมแอ็กชันของ Kobayashi และพลังในการจัดจำหน่ายของ Sega ทำให้ GPTRACK50 มีโอกาสสูงที่จะสร้างชื่อให้เป็นที่จดจำ
สำหรับใครที่ติดตามเกมนี้มาตั้งแต่เปิดตัวในงาน The Game Awards สามารถเข้าไปดู คลังไกด์เกม Stupid Never Dies เพื่อติดตามทุกความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนวันวางจำหน่าย และหากคุณต้องการติดตามเกมอื่นๆ ที่จะวางจำหน่ายในฤดูกาลนี้ สามารถดูได้ที่ ศูนย์รวมไกด์เกม ของเราได้เลย








