The Alighieri Circle: Dante's Bloodline คือเกมแนว Psychological Mystery Thriller มุมมองบุคคลที่หนึ่ง พัฒนาโดยสตูดิโอจากอิตาลี One O One Games และจัดจำหน่ายโดย Entalto Publishing ตัวเกมเน้นมอบประสบการณ์แบบ Cinematic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Dante's Inferno ผสมผสานเข้ากับ Environmental Puzzles (ปริศนาตามสภาพแวดล้อม) ตลอดทั้งเกม ผู้เล่นจะได้สำรวจโลกสองใบที่แตกต่างกัน และค้นพบเรื่องราวของตัวเอกอย่าง Gabriele Alighieri ผ่านโลกเหล่านั้น
สัมผัสแรกกับ The Alighieri Circle
The Alighieri Circle ใช้การผสมผสานระหว่างบทสนทนาและปริศนาในการเล่าเรื่องราวของ Gabriele รวมถึงมรดกตกทอดของตระกูล Alighieri โดยเกมดำเนินเรื่องผ่านสภาพแวดล้อมหลักสองแห่ง Alighieri family manor (คฤหาสน์ตระกูล Alighieri) ทำหน้าที่เป็นฐานที่มั่นของ Gabriele ซึ่งเขาต้องกลับมาเป็นประจำเพื่อเตรียมตัวและประกอบพิธีกรรมของตระกูล สิ่งนี้ช่วยให้เขาสามารถเข้าสู่ The Dive ซึ่งเป็นการเดินทางเข้าสู่ขุมนรกที่ก่อตัวขึ้นจากจิตใจของเขาเอง การไขปริศนาทั้งในคฤหาสน์และใน The Dive จะช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจ Gabriele มากขึ้นและช่วยเหลือเขาในภารกิจกอบกู้โลก
เนื้อเรื่อง

คฤหาสน์ตระกูล Alighieri
Gabriele Alighieri คือ Guardian (ผู้พิทักษ์) คนล่าสุดของสายเลือด Alighieri ในฐานะทายาทของกวีชื่อดัง Dante จึงเป็นหน้าที่ของ Gabriele ที่จะต้องเข้าสู่ The Dive เพื่อรักษาผนึกระหว่างนรกและโลกแห่งความเป็นจริงเอาไว้ ทั้งคฤหาสน์และ The Dive ต่างทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวของ Gabriele ในแบบฉบับของตัวเอง
ภายใน manor จะเน้นไปที่อดีตของตระกูล Alighieri ประวัติศาสตร์ร่วมของพวกเขา และผลกระทบจากหน้าที่ที่สาบานไว้ที่มีต่อเหล่า Guardian รุ่นก่อนๆ ตลอดทั้งคฤหาสน์ Gabriele จะพบกับไอเทมอย่างบันทึกประจำวันและหลักฐานจากบรรพบุรุษเมื่อหลายศตวรรษก่อน ซึ่งทำให้ผู้เล่นเข้าใจว่าทำไมเขาถึงรู้สึกกังวลกับมรดกที่เขาต้องแบกรับ

โลกอันบิดเบี้ยวของ The Dive
ใน The Dive Gabriele ต้องเผชิญกับความท้าทายที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งทางจิตใจ และเผชิญหน้ากับความกลัวต่อความรับผิดชอบที่เขามี โดยมี The Ancestor (บรรพบุรุษ) สมาชิกตระกูล Alighieri จากอดีตผู้เคยผ่านการเดินทางนี้มาก่อนคอยชี้แนะ The Ancestor จะอธิบายกลไกการทำงานของ The Dive เผยให้เห็นสิ่งที่ Gabriele ต้องทำเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ และประวัติความเป็นมาของ The Dive เนื่องจาก The Dive ก่อตัวขึ้นจากจิตใต้สำนึกของ Guardian ในขณะนั้น สภาพแวดล้อมจึงกลายเป็นเครื่องมือในการแสดงเรื่องราวของ Gabriele แทนที่จะเป็นการบอกเล่าผ่านคำพูดเพียงอย่างเดียว
The Alighieri Circle ยังมีฉาก Cutscenes มากมายที่ช่วยให้โลกของเกมมีชีวิตชีวา ฉากเหล่านี้ทำให้ Gabriele กลายเป็น faceless protagonist (ตัวเอกที่ไร้ใบหน้า) เพราะเขามักจะอยู่นอกเฟรมหรือทำหน้าที่เป็นมุมมองของผู้เล่นเสมอ สิ่งนี้ตอกย้ำบทบาทของเขาในโลกใบนี้ว่าไม่ใช่ในฐานะฮีโร่ แต่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง บทบาทของเขามีความสำคัญไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนพิเศษ แต่เพราะโลกกำลังพึ่งพาเขาอยู่ Gabriele ไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อความยิ่งใหญ่และไม่ได้รู้สึกว่าถูกเรียกหาให้ไปผจญภัยเหมือนตัวเอกในเกมทั่วไป เขาทำสิ่งนี้เพียงเพราะเขาจำเป็นต้องทำ
ระบบการเล่น

ระบบการเล่นของ The Alighieri Circle เน้นไปที่ environmental puzzles ที่กระตุ้นให้ผู้เล่นสำรวจ การไขปริศนาต้องอาศัยการค้นหาเบาะแสและไอเทมสำคัญที่ซ่อนอยู่ตามสภาพแวดล้อม ซึ่งเปิดโอกาสให้เกมได้โชว์งานออกแบบฉากอย่างเต็มที่ ปริศนาเหล่านี้อ้างอิงองค์ประกอบจาก Dante's Inferno โดยตรง ช่วยเชื่อมโยงเกมเข้ากับต้นฉบับได้อย่างแนบแน่น
ปริศนาเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแรงจูงใจหลักในการสำรวจ ซึ่งจะช่วยเผยเรื่องราวในชั้นลึกต่างๆ ออกมา ผู้เล่นจะได้พบกับไอเทมเนื้อเรื่องที่เก็บสะสมได้และฉาก Cutscenes ระหว่างการสำรวจ นอกจากนี้ ปริศนายังเชื่อมโยงกับบาดแผลทางใจของ Gabriele และมรดกของตระกูล Alighieri ซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการถักทอเนื้อเรื่องแบบ Cinematic เข้ากับระบบการเล่นแบบ Interactive เพื่อสร้างประสบการณ์ที่กลมกลืน
ความประทับใจแรก

The Alighieri Circle เริ่มต้นได้อย่างน่าประทับใจด้วยฉากเปิดที่สไตล์สวยงาม ซึ่งช่วยกำหนดโทนของเกมและดึงผู้เล่นเข้าสู่ความคิดของ Gabriele จากนั้นเกมก็สร้างสมดุลให้กับเนื้อเรื่องด้วยการแยกสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันเพื่อมอบประสบการณ์การเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนใคร
การหยิบเอา Dante's Inferno มาเป็นทั้งแรงบันดาลใจและจุดกำเนิดของสายเลือด Alighieri ถือเป็นข้อดีของเกม เพราะมันทำให้ผู้เล่นมีเหตุผลที่จะอินไปกับเนื้อเรื่อง พร้อมทั้งให้จุดอ้างอิงสำหรับภาพนรกอันแปลกประหลาดใน The Dive ที่สำคัญคือเกมไม่ได้ใช้ Dante's Inferno เป็นเพียงไม้ค้ำยัน แต่ยังกล้าที่จะสร้างเส้นทางของตัวเองขึ้นมา
ปริศนาถูกออกแบบมาให้มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องและนำไปสู่เนื้อหาเสริม ทำให้รู้สึกว่ามีความหมายมากกว่าแค่เป็นส่วนประกอบเสริม ทุกอย่างหลอมรวมกันเป็นประสบการณ์ที่เหนียวแน่นซึ่งดึงดูดให้ผู้เล่นมีส่วนร่วมและอินไปกับเกม The Alighieri Circle ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของตัวเองได้อย่างเต็มที่ มอบประสบการณ์ Cinematic เต็มรูปแบบพร้อมองค์ประกอบ Interactive ที่แข็งแกร่ง
The Alighieri Circle วางจำหน่ายวันที่ 10 กันยายน บน Steam, PlayStation และ Xbox








