Speed คือค่าสถานะที่ตัดสินว่าใครจะได้โจมตีเป็นลำดับแรก และในการแข่งขัน Pokémon Champions การได้โจมตีก่อนอาจหมายถึงความแตกต่างระหว่างการน็อกคู่ต่อสู้ได้ทันทีกับการเสียสมาชิกในทีมคนสำคัญไป Speed tier list ใน Pokémon Champions นั้นเทไปทางร่าง Mega Evolution เป็นหลัก โดย Mega Alakazam และ Mega Aerodactyl ครองอันดับสูงสุดร่วมกันที่ค่า Speed แบบ Neutral อยู่ที่ 202 หากคุณต้องการสร้างทีมที่คุมจังหวะการต่อสู้ได้ การแม่นตัวเลขเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
Pokémon ตัวไหนเร็วที่สุดใน Pokémon Champions?
8 ใน 10 อันดับ Pokémon ที่เร็วที่สุดใน Pokémon Champions คือร่าง Mega Evolution โดยมีเพียง Dragapult และ Jolteon เท่านั้นที่เป็นร่างปกติที่ติดอันดับท็อป 10 โดยทั้งคู่มีค่า Speed แบบ Neutral อยู่ที่ 182
ด้านล่างนี้คือรายละเอียด Speed tier ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงค่าสถานะเมื่อใช้ Nature ที่ได้เปรียบ (Favourable), Nature แบบปกติ (Neutral), Nature ที่เสียเปรียบ (Unfavourable) และค่าพลังเมื่อสวมใส่ Choice Scarf

หน้าจอภาพรวมค่าสถานะ Speed
Dragapult โดดเด่นในฐานะ Pokémon ร่างปกติที่เร็วที่สุดในเกม เมื่อสวมใส่ Choice Scarf และใช้ Nature ที่ได้เปรียบ จะทำความเร็วได้ถึง 319 ซึ่งเป็นตัวเลขที่แซงหน้า Mega Evolution ทุกตัวในรายการนี้ หากคุณต้องการตัวทำเกมที่ใส่ Scarf เพื่อชิงความเร็วเหนือคู่ต่อสู้ทั้งสนาม Dragapult คือคำตอบ

ความเร็วของ Dragapult เมื่อได้รับโบนัสจาก Nature
คุณจะเพิ่มความเร็วให้ Pokémon ใน Pokémon Champions ได้อย่างไร?
มีหลายวิธีในการดันค่า Speed ของ Pokémon ให้สูงขึ้น และทีมระดับท็อปมักจะใช้หลายวิธีร่วมกัน
Natures (นิสัย)
การเลือก Nature ที่ช่วยเพิ่ม Speed จะเพิ่มตัวคูณ 10% ให้กับค่า Speed ซึ่งแสดงอยู่ในคอลัมน์ "Nature ที่ได้เปรียบ" ด้านบน โดย Nature ทั้ง 4 แบบที่ช่วยเพิ่ม Speed ได้แก่:
- Timid (เพิ่ม Speed, ลด Attack)
- Hasty (เพิ่ม Speed, ลด Defense)
- Jolly (เพิ่ม Speed, ลด Special Attack)
- Naive (เพิ่ม Speed, ลด Special Defense)
เลือกตามค่าสถานะการโจมตีที่ Pokémon ของคุณไม่ได้เน้นใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากใช้ Timid กับสาย Physical Attacker จะถือว่าเสียเปล่าเพราะแลกมาด้วยค่าพลังที่ไม่ได้ใช้
Choice Scarf
Choice Scarf จะเพิ่มความเร็วของผู้ถือครองขึ้น 50% แต่จะล็อกให้ใช้ได้แค่ท่าแรกที่เลือกจนกว่าจะเปลี่ยนตัวออก นี่เป็นข้อจำกัดที่สำคัญในการเล่นแบบ Doubles ที่ความยืดหยุ่นเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นควรคิดให้ดีก่อนจะใส่ Scarf ให้กับ Pokémon สาย Support
สำหรับตัวเลือกที่ไม่ใช่ร่าง Mega นั้น Dragapult ที่ใส่ Scarf และใช้ Nature ที่ได้เปรียบจนทำความเร็วได้ 319 คือ Pokémon ตัวเดียวที่เร็วที่สุดที่คุณสามารถส่งลงสนามได้
ท่า Priority
ท่า Priority จะข้ามลำดับความเร็วไปเลย ทำให้ Pokémon ที่ช้ากว่าสามารถโจมตีก่อนตัวที่เร็วกว่าได้ ท่าอย่าง Fake Out, Shadow Sneak และ Trick Room เป็นเครื่องมือสำคัญที่ควรจัดทีมรองรับ แม้ท่าเหล่านี้จะไม่เปลี่ยนค่า Speed ของคุณโดยตรง แต่ก็สามารถพลิกสถานการณ์ในเทิร์นนั้นๆ ได้
Trick Room
Trick Room จะสลับลำดับการโจมตีเป็นเวลา 5 เทิร์น ซึ่งหมายความว่า Pokémon ที่ช้าที่สุดในสนามจะได้โจมตีก่อน นี่เป็นกลยุทธ์ที่ต่างออกไปจากการไล่ตาม Speed tier สูงๆ ทีมที่เน้น Trick Room จะตั้งใจใช้ Pokémon ที่มีค่า Speed ต่ำเพื่อครองความได้เปรียบภายใต้ลำดับการโจมตีที่สลับกันนี้
Pokémon ร่างปกติ (Non-Mega) ตัวไหนที่น่าใช้เพื่อชิงความเร็ว?
หากร่าง Mega Evolution ไม่ได้อยู่ในแผนการจัดทีมของคุณ ตัวเลือกความเร็วแบบร่างปกติก็ยังคงแข่งขันได้ Dragapult ที่ค่า Speed Neutral 194 (213 เมื่อใช้ Nature ที่ได้เปรียบ) นั้นเทียบเท่ากับ Mega Beedrill และ Mega Greninja ส่วน Jolteon และ Aerodactyl มีค่า Neutral อยู่ที่ 182 ซึ่งเท่ากับ Mega Gengar
ในลำดับที่รองลงมา Talonflame (178 Neutral), Weavile (177 Neutral), Noivern (175 Neutral) และ Meowscarada (175 Neutral) ต่างก็ให้ความเร็วที่น่าประทับใจและยังสามารถดันให้สูงขึ้นได้ด้วย Scarf หรือ Nature ทั้ง 4 ตัวนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเมื่อคุณต้องการสร้างทีมที่ต้องการความเร็วโดยไม่เสียโควตา Mega
สำหรับกลยุทธ์ Pokémon Champions เพิ่มเติมและแหล่งข้อมูลการจัดทีมแข่งขัน อ่านคำแนะนำเพิ่มเติม ได้ที่ GAMES.GG เพื่อให้ทีมของคุณพร้อมรับมือทุกสถานการณ์


