• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
Project Zomboid Build 42 Multiplayer Release Date | Shockbyte
reader.outline.sectionCountreader.outline.progress
  1. หน้าแรก
  2. Project Zomboid
  3. คู่มือ
  4. คู่มือเล่น Project Zomboid Multiplayer กับเพื่อน
ผู้เริ่มต้น

คู่มือเล่น Project Zomboid Multiplayer กับเพื่อน

วิธีตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์และเล่น Project Zomboid กับเพื่อน พร้อมคำแนะนำเรื่อง RAM การเปิดพอร์ต และเทคนิคการเล่นแบบ Co-op

Larc

Larc

•

updatedLabel Jul 30, 2026

Project Zomboid Build 42 Multiplayer Release Date | Shockbyte

Project Zomboid เป็นหนึ่งใน เกมแนวจำลองสถานการณ์ (Simulation) ที่มอบประสบการณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อคุณเล่นกับเพื่อน ความตึงเครียดจากการเอาตัวรอดคนเดียวจะถูกแทนที่ด้วยความวุ่นวายที่น่าสนใจกว่า ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนออกไปหาของ (Loot run), การเถียงกันเรื่องจุดตั้งฐาน, หรือการนั่งดูเพื่อนวิ่งพุ่งเข้าหาฝูงซอมบี้ที่ตัวเองเพิ่งบอกไปหยกๆ ว่า "เคลียร์แล้ว" การเข้าเล่นโหมด Multiplayer นั้นใช้เวลาเพียง 5 นาทีหากคุณรู้วิธี และคู่มือนี้จะครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเป็น Host สร้างเซิร์ฟเวอร์เอง ไปจนถึงการแก้ปัญหาแลคระหว่างเล่น

วิธีสร้างเซิร์ฟเวอร์ Project Zomboid เพื่อเล่นกับเพื่อน

ตัวเลือกการสร้างเซิร์ฟเวอร์ในตัวเกม (Built-in hosting) เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการเปิดห้องส่วนตัว ไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ภายนอก และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยทำตามขั้นตอนดังนี้:

  1. จากเมนูหลัก ให้คลิกที่ HÉBERGER (ปุ่ม Host) เพื่อเข้าสู่หน้าตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์
  2. จัดสรรหน่วยความจำ (RAM) ให้กับเซิร์ฟเวอร์ ขั้นต่ำคือ 2 GB แต่แนะนำให้เริ่มที่ 4 GB เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์เสถียร
  3. เลือกว่าจะตั้งเซิร์ฟเวอร์เป็นแบบ สาธารณะ (Public) หรือส่วนตัว (Private) หากต้องการเล่นกับเพื่อนเท่านั้น ให้ตั้งเป็นส่วนตัวและใส่รหัสผ่าน
  4. ใช้แถบเมนูด้านซ้ายเพื่อตั้งค่า พฤติกรรมของซอมบี้ (Zombie behavior), ความหายากของไอเทม (Loot scarcity), ความถี่ของอาวุธ และความเร็วของเวลาในเกม
  5. เปิดหรือปิด PvP ขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มของคุณต้องการเล่นแบบร่วมมือกัน (Co-op) หรือต้องการความโกลาหลแบบผู้รอดชีวิตสู้กันเอง
เคล็ดลับ
ผู้เล่นแต่ละคนที่เข้ามาในเซิร์ฟเวอร์จะใช้ RAM เพิ่มขึ้นประมาณ 200 MB บนเครื่องของ Host ดังนั้นควรวางแผนจัดสรรหน่วยความจำให้ดีก่อนเริ่มเล่น
Co-op base coordination tips

เคล็ดลับการประสานงานสร้างฐานแบบ Co-op

วิธีเข้าร่วมเซิร์ฟเวอร์ Project Zomboid ของเพื่อน

การเข้าร่วมนั้นง่ายกว่าการเป็น Host แต่คุณต้องมีข้อมูลสำคัญหนึ่งอย่างก่อนเริ่ม นั่นคือ IP address ของ Host เพื่อนของคุณต้องส่งข้อมูลนี้ให้คุณโดยตรง พร้อมกับรหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์ (ถ้ามี)

จากเมนูหลัก:

  1. คลิก ONLINE เพื่อเปิดหน้าเบราว์เซอร์เซิร์ฟเวอร์
  2. ค้นหาด้วยชื่อเซิร์ฟเวอร์ที่เพื่อนตั้ง หรือข้ามขั้นตอนนี้ไปเลยก็ได้
  3. วิธีเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดคือใช้ Direct connect โดยการกรอก IP address และเลขพอร์ต (Port number) ด้วยตัวเอง
  4. พอร์ตเริ่มต้นคือ 16261 ให้ใช้เลขนี้เว้นแต่เพื่อนของคุณจะเปลี่ยนเป็นเลขอื่น
  5. กรอกรหัสผ่านเมื่อได้รับแจ้งหากเซิร์ฟเวอร์เป็นแบบส่วนตัว

เมื่อ IP และรหัสผ่านถูกต้อง คุณจะเข้าสู่โลกของเกมได้ทันที จากนั้นให้ตกลงกับกลุ่มของคุณเรื่องจุดเกิด (Spawn location) ก่อนที่จะเริ่มออกวิ่งไปไหนมาไหน

ควรปรับการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์อะไรบ้างก่อนเริ่มเล่น?

การตั้งค่าเริ่มต้นก็เพียงพอต่อการเล่น แต่การสละเวลาสัก 10 นาทีเพื่อปรับแต่งในหน้า Configuration ก่อนเริ่มเซสชันแรกจะช่วยลดปัญหาจุกจิกในภายหลังได้มาก สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมีดังนี้:

  • จำนวนและพฤติกรรมของซอมบี้: ลดจำนวนซอมบี้ลงสำหรับกลุ่มผู้เล่นใหม่ หรือเพิ่มขึ้นหากทีมของคุณเล่นมาหลายร้อยชั่วโมงแล้ว การตั้งค่าเริ่มต้นอาจทำให้ผู้เล่นที่ยังไม่ชำนาญรับมือไม่ไหว
  • ความอุดมสมบูรณ์ของไอเทม (Loot abundance): ลดความหายากของไอเทมลงสำหรับการเล่นแบบสบายๆ การใช้เวลาสองชั่วโมงแล้วหาของไม่เจอเลยมักจะทำให้หมดไฟได้ง่าย
  • ความเร็วของเวลา: รอบกลางวัน/กลางคืนแบบปกติจะผ่านไปเร็วมาก การปรับให้ช้าลงจะช่วยให้ผู้เล่นมีเวลาช่วงกลางวันมากขึ้นในการสำรวจแผนที่
  • การเปิด/ปิด PvP: แนะนำให้ปิดไว้สำหรับกลุ่มที่เล่นแบบ Co-op เพราะอุบัติเหตุยิงกันเองตอนตี 2 ไม่ใช่เรื่องสนุกที่ใครอยากเจอ
  • มอด (Mods): เมนูตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ช่วยให้คุณเพิ่มมอดจาก Steam Workshop ได้โดยตรง ควรตกลงรายการมอดกับเพื่อนในกลุ่มให้เรียบร้อยก่อนเริ่มเล่น เพื่อให้ทุกคนมีไฟล์เกมที่ตรงกัน

วิธีแก้ปัญหาอาการแลคและบั๊กการเชื่อมต่อในโหมด Co-op

อาการแลคในเซสชัน Co-op มักเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก: RAM ของเครื่อง Host ไม่เพียงพอ หรือเวอร์ชันเกมของผู้เล่นไม่ตรงกัน นี่คือลำดับการแก้ไขปัญหา:

  1. รีสตาร์ทเซิร์ฟเวอร์ก่อนเป็นอันดับแรก การรีบูตเครื่องใหม่ช่วยแก้บั๊กเล็กๆ น้อยๆ ได้เกือบทั้งหมดโดยไม่ต้องเสียเวลาหาสาเหตุเชิงลึก
  2. เพิ่มการจัดสรร RAM หากอาการแลคเริ่มเกิดขึ้นหลังจากมีผู้เล่นหลายคนเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์ แสดงว่าเซิร์ฟเวอร์กำลังใช้หน่วยความจำจนเต็ม
  3. ตรวจสอบว่าทุกคนใช้เกมเวอร์ชันเดียวกัน ไปที่ Steam คลิกขวาที่ Project Zomboid เลือก Properties เพื่อเช็คว่าเลข Build ของทุกคนตรงกัน
  4. เช็คฟอรัม Steam สำหรับบั๊กเฉพาะเจาะจง คอมมูนิตี้ได้รวบรวมปัญหาที่พบบ่อยไว้เกือบหมดแล้ว และมักจะมีวิธีแก้โพสต์ไว้ให้แล้ว
  5. หากวิธีข้างต้นยังแก้ไม่ได้ ให้ส่งรายงานบั๊กโดยละเอียดผ่าน Steam support พร้อมระบุข้อความแจ้งเตือนความผิดพลาด (Error message) และสเปกเซิร์ฟเวอร์ของคุณ

เคล็ดลับการเอาตัวรอดแบบ Co-op ที่ได้ผลจริง

การเชื่อมต่อเข้าเล่นเป็นเรื่องง่าย แต่การเอาชีวิตรอดไปด้วยกันต่างหากที่เป็นจุดที่หลายกลุ่มไปไม่รอด นิสัยบางอย่างช่วยสร้างความแตกต่างได้มาก:

  • ใช้ Discord สำหรับคุยด้วยเสียง แชทในเกมใช้งานได้ แต่การต้องมานั่งพิมพ์ตอนซอมบี้กำลังกัดแขนคุณอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องดี การคุยด้วยเสียงจะช่วยให้สื่อสารได้ทันที
  • แบ่งหน้าที่กันแต่เนิ่นๆ คนหนึ่งเน้นจัดการเรื่องอาหาร อีกคนอ่านหนังสือสกิลเพื่อปลดล็อกสูตรคราฟต์ให้กลุ่ม การแบ่งหน้าที่ (Specialization) จะทำให้ทีมมีประสิทธิภาพมากกว่าทุกคนทำทุกอย่างเหมือนกันหมด
  • แชร์ข้อมูลแผนที่ ทำเครื่องหมายจุดที่เคลียร์ซอมบี้แล้วและจุดเก็บเสบียง เพื่อให้เพื่อนที่หลงทางไม่เดินเข้าไปในเขตอันตรายโดยไม่รู้ตัว
  • ฝึกทักษะส่วนบุคคล ผู้เล่นทุกคนควรจัดการงานเอาตัวรอดพื้นฐานด้วยตัวเองได้ กลุ่มที่พึ่งพาคนใดคนหนึ่งมากเกินไปมักจะล่มสลายทันทีที่คนคนนั้นตาย
คำเตือน
การแยกกลุ่มเร็วเกินไปก่อนที่จะมีฐานที่ปลอดภัยหรืออาวุธที่ไว้ใจได้ คือวิธีที่เร็วที่สุดที่จะทำให้ทั้งกลุ่มของคุณต้องจบชีวิตลงในคืนเดียว

สำหรับคู่มือเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเอาตัวรอดในวันสิ้นโลกกับเพื่อนๆ สามารถดูได้ที่คอลเลกชัน คู่มือ Project Zomboid ซึ่งครอบคลุมทุกเรื่องตั้งแต่การสร้างฐานไปจนถึงคำแนะนำเรื่องมอดต่างๆ

คู่มือ

updated

July 30th 2026

posted

July 30th 2026