การเลือกอาวุธที่ใช่ใน Rotwood อาจเป็นตัวตัดสินว่าคุณจะผ่านการล่าแบบ Frenzy ไปได้อย่างชิลๆ หรือต้องมานั่งดู Proto-Weapon ของคุณแตกกระจายอยู่บนพื้น ด้วยประเภทอาวุธที่แตกต่างกันถึง 5 แบบ ตัวเลือกอาวุธย่อยอีกหลายสิบชนิด และระบบอัปเกรดที่ลึกซึ้งไปจนถึงเลเวล 12 ทำให้มีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจเยอะพอสมควร คู่มือนี้จะเจาะลึกอาวุธทุกประเภท อธิบายกลไกการต่อสู้หลักที่ใช้ร่วมกัน และพาคุณไปดูเส้นทางการอัปเกรดตั้งแต่ Crumbling Bammer ชิ้นแรกของคุณ ไปจนถึง Imbued Weapon ที่ชาร์จพลังเต็มสูบ
อาวุธทั้ง 5 ประเภทใน Rotwood มีอะไรบ้าง?
Rotwood เปิดตัวมาพร้อมกับอาวุธ 4 ตระกูลหลัก ได้แก่ Hammers (ค้อน), Spears (หอก), Strikers (อาวุธขว้าง) และ Cannons (ปืนใหญ่) โดยอัปเดตช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2024 ได้เพิ่มประเภทที่ 5 เข้ามาคือ Bows (ธนู) ซึ่งช่วยเติมเต็มความหลากหลายและเป็นตัวเลือกเฉพาะทางสำหรับผู้เล่นสายระยะไกล อาวุธแต่ละประเภทจะมีคอมโบ สกิลเฉพาะตัว แท่นวางอาวุธ (Weapon Rack) ในเมือง และ Proto-Weapon ที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็น Imbued Weapon อันทรงพลังได้
Hammers
Hammers คืออาวุธสายหนักขนานแท้ เน้นไปที่พลังโจมตีต่อการเหวี่ยงที่สูงและสกิลที่เน้นการผลักศัตรู (Knockback) ทำให้เหมาะมากสำหรับการคุมฝูงศัตรู (Crowd Control) ตัวเริ่มต้นอย่าง Crumbling Bammer จะใช้สกิล Order in the Court ในการทุบพื้นเพื่อส่งศัตรูรอบๆ ให้กระเด็นไป เมื่อคุณลุยผ่านไบโอมต่างๆ พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย The Prismatic Tenderiser จะทำดาเมจสูงสุดได้ถึง 70/88/105 ตามระดับการอัปเกรดทั้ง 3 ขั้น
Hammers ที่น่าสนใจได้แก่:
- The Smashing Pumpkin (ดาเมจ 18/24/40, น้ำหนัก Heavy): สกิล Big Yammo Slammo จะชาร์จ Focus Hit เพื่อดูดซับดาเมจที่ได้รับและนำไปรวมกับพลังโจมตี
- Bare Knuckle Bammer (ดาเมจ 24/40/57): ฮีลเลือด 20 หน่วยให้ตัวคุณและเพื่อนร่วมทีมใกล้ๆ โดยจะได้รับ 1 ชาร์จต่อทุกๆ 1000 ดาเมจที่ทำได้ สะสมได้สูงสุด 3 ชาร์จ
- The Grand Finale (ดาเมจ 53/68/85, น้ำหนัก Light): เพิ่มโอกาสติดคริติคอล (Critical Hit Chance) ขณะอยู่กลางอากาศ ซึ่งเข้าคู่ได้ดีกับการโจมตีแบบพุ่งลง (Dive attacks)
- Bugbuster (ดาเมจ 68/85/103): การโจมตีเบา (Light Attacks) ขณะยืนอยู่กับที่จะสามารถชาร์จได้ โดยทำดาเมจโบนัสสูงสุดถึง 150% เมื่ออัปเกรดเต็ม
Spears
Spears เหมาะสำหรับผู้เล่นที่เน้นความแม่นยำและรักษาระยะห่าง Long Arm of the Claw คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด: Focus Attacks จะทำดาเมจได้แรงขึ้นมาก (+20/35/50% ในแต่ละระดับ) ในขณะที่การโจมตีปกติ (Normal Attacks) จะติดโทษลดดาเมจ 10% ซึ่งบีบให้คุณต้องเน้นใช้การโจมตีแบบชาร์จ ส่วน Barbed Pike จะช่วยเพิ่มจำนวนรอบในการทำคอมโบ Multi-thrust (+1/2/3) และ Catuceus Staff จะช่วยขยายระยะของ Spear Drill เมื่อกดค้าง
Spears ระดับท็อป:
- Iceshard Spear (ดาเมจ 70/88/105): ดาเมจคูณสองเมื่อโจมตีศัตรูที่ติดสถานะแช่แข็ง (Frozen) พร้อมโบนัสดาเมจจากการโจมตีเพิ่มเติมที่ +50/75/100%
- Sharpoon (ดาเมจ 55/72/88): เพิ่มโอกาสติดคริติคอลกลางอากาศที่ +5/10/15% เหมาะสำหรับผู้เล่นสายเคลื่อนที่
Strikers
Strikers เป็นอาวุธขว้างที่สามารถเด้งไปมาและระเบิดได้ Ballmerang จะบินกลับหาผู้ใช้โดยอัตโนมัติและทำดาเมจ Focus Damage เพิ่มเติม (+10/15/20%) ส่วน Boomball จะโยนข้ามหัวศัตรูและระเบิดเมื่อตกพื้น โดยดาเมจระเบิดจะสเกลตั้งแต่ 50% ถึง 200% ของดาเมจอาวุธเมื่ออัปเกรดเต็ม และ Jackalope จะเด้งไปในทิศทางตรงกันข้ามหลังจากโดนเป้าหมาย ทำให้เกิดโอกาสทำดาเมจหลายครั้ง
เพดานดาเมจของหมวดนี้อยู่ที่ 70/99/105 ด้วยอาวุธ Geode Cracker ซึ่งยังช่วยคูณดาเมจสองเท่าเมื่อโจมตีศัตรูที่ติดสถานะแช่แข็งอีกด้วย
Cannons
Cannons ผสมผสานการเล่นทั้งระยะประชิดและระยะไกล คุณต้องรีโหลดกระสุน Cannonball ด้วยการใช้ท้ายปืนฟาดศัตรูด้วยสกิล Battering Ram แล้วค่อยใช้กระสุนเหล่านั้นในการโจมตีระยะไกล Hail of Gory จะเปลี่ยน Mortar Shot มาตรฐานให้เป็น Cluster Shot ที่แตกออกเป็น 5/7/9 ลูก เพิ่มพื้นที่การโจมตีอย่างมหาศาล ส่วน Shard-Encrusted Shrapnel Launcher (ดาเมจ 70/88/105) จะมีเอฟเฟกต์คูณดาเมจศัตรูแช่แข็งแบบเดียวกับอาวุธในระดับ Bonechill Quarry
Shellshot Blunderbuss เป็นอาวุธระดับกลางที่น่าสนใจด้วยสกิล Big Blast: กดค้างเพื่อชาร์จยิงดาเมจหนัก แล้วกดสกิลอีกครั้งตอนลงพื้นเพื่อยิงต่อเนื่องหลายนัด
Bows
Bows ถูกเพิ่มเข้ามาในอัปเดตฤดูใบไม้ร่วงปี 2024 ถือเป็นอาวุธใหม่ล่าสุดและยังมีข้อมูลน้อยที่สุด ค่าดาเมจของธนูส่วนใหญ่ยังไม่สมบูรณ์ในบันทึกของผู้เล่น สิ่งที่เรารู้ในตอนนี้คือ:
- Rickety Bow คือธนูเริ่มต้น ใช้สกิล Thwack สำหรับการฟาดระยะใกล้
- Groundskeeper's Bow ช่วยให้โจมตีเบา (Light Attacks) ได้รัวๆ เป็นเวลา 5 วินาทีผ่านสกิล Hypershot (คูลดาวน์ 5 วินาที)
- Windbreaker จะวาร์ปคุณเมื่อการโจมตีหนัก (Heavy Attack) กระแทกพื้น พร้อมโบนัสดาเมจในช่วงเวลาสั้นๆ หลังวาร์ป
- Frostbite ทำให้การโจมตีหนักเด้งกลับ โดยลูกธนูที่เด้งจะทำดาเมจ +200% และโบนัส +400% เมื่อโจมตีศัตรูที่ติดสถานะแช่แข็ง
- Cold Snap ใช้กลไกแช่แข็งของ Bonechill Quarry ซึ่งคูณดาเมจสองเท่าเมื่อโจมตีศัตรูที่ติดสถานะแช่แข็ง
กลไกการต่อสู้ทำงานอย่างไร?
การเข้าใจระบบพื้นฐานจะช่วยให้การเลือกอาวุธของคุณมีความหมายมากขึ้น
Focus Hits กับ Critical Hits
Focus Hits คือการโจมตีที่ตั้งใจและควบคุมได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อทำตามเงื่อนไขเฉพาะของอาวุธแต่ละประเภท มันจะทำดาเมจได้แรงกว่าการโจมตีปกติ แต่โดยทั่วไปจะน้อยกว่า 2 เท่า เมื่อ Focus Hit โดนเป้าหมาย ตัวเลขดาเมจจะแสดงเป็น สีฟ้า สกิลอาวุธบางอย่างก็นับเป็น Focus Hits เช่นกัน
Critical Hits จะแตกต่างออกไป: มันจะทำดาเมจ 2 เท่า แต่ขึ้นอยู่กับโอกาส (Chance-based) ไม่ใช่การควบคุม ตัวเลขดาเมจจะเปลี่ยนเป็น สีชมพู เมื่อติดคริติคอล อุปกรณ์และพลัง (Powers) ของคุณจะมีผลต่อโอกาสติดคริติคอล ทำให้มันเป็นเรื่องของการจัดบิลด์มากกว่าการตัดสินใจในเสี้ยววินาที
คอมโบและ Hit Streaks
ใน Rotwood คำว่า Combo หมายถึงการทำลำดับการโจมตีด้วยจังหวะและลำดับปุ่มที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่การโจมตีให้โดนหลายครั้งอย่างรวดเร็ว ส่วนแนวคิดการโจมตีต่อเนื่องรวดเร็วนั้นเรียกว่า Hit Streak การสะสม Hit Streak มีความสำคัญเพราะเอฟเฟกต์และสกิลอาวุธหลายอย่างจะสเกลตามค่านี้ โดยตัวนับ Streak จะล้นที่ 65,535
Masteries
สำหรับอาวุธแต่ละประเภท Toot ในเมืองจะมีระบบ Masteries พร้อมรางวัลให้ การจะทำ Masteries ให้สำเร็จต้องใช้อาวุธประเภทนั้นๆ ทำกิจกรรมเฉพาะตามจำนวนที่กำหนด การฟาร์ม Masteries ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งที่คุ้มค่าเพราะรางวัลจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาตัวละครในภาพรวมของคุณ
ระบบอัปเกรดอาวุธทำงานอย่างไร?
อาวุธจะถูกอัปเกรดที่ Weapon Rack ในเมืองโดยใช้วัตถุดิบที่เก็บได้จากการล่า การอัปเกรดจะเพิ่มทั้งค่าดาเมจและค่าเอฟเฟกต์
เส้นทางการอัปเกรดมาตรฐาน
อาวุธปกติทั้งหมดจะตันที่ เลเวล 6 หากไม่มีการลงทุนเพิ่มเติม หากต้องการไปไกลกว่านั้น ให้ไปหา Hamish เพื่อทำ Weapon Research โดยใช้ Stone Fortifying Ingots 8 ชิ้น และ Frozen Fortifying Ingots 8 ชิ้น ซึ่งจะปลดล็อกการอัปเกรดไปจนถึง เลเวล 9 หลังจากเลเวล 9 การติดตั้งอัญมณีพิเศษ (ใช้ครั้งเดียวทิ้ง) จะเปิดเส้นทางไปสู่ เลเวล 12
Proto-Weapons คืออะไร?
อาวุธแต่ละประเภทจะมี Proto-Weapon อยู่หนึ่งชิ้น Proto-Weapons นั้นเปราะบางแต่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการคราฟต์ Imbued Weapons วิธีคราฟต์คือให้นำอาวุธประเภทเดียวกันไปให้ Hamish พร้อมกับ Corestones 12 ชิ้น คุณสามารถถือ Proto-Weapon ได้เพียงประเภทละหนึ่งชิ้นเท่านั้น โดยพวกมันจะถูกคราฟต์มาที่เลเวล 9 และไม่สามารถอัปเกรดได้
Proto-Weapons จะใช้สกิลร่วมกับอาวุธเริ่มต้น (Rookie) ของแต่ละประเภทและไม่มีเอฟเฟกต์พิเศษ
วิธีคราฟต์ Imbued Weapons
ในการชาร์จ Proto-Weapon ให้นำมันเข้าสู่การล่าแบบ Super Frenzy และเอาชีวิตรอดจนกว่าจะเอาชนะ Imbued Boss Rot ได้ (คุณต้องเคลียร์ Frenzy 3 ก่อน Super Frenzy ถึงจะปลดล็อก) การเอาชนะ Imbued Boss Rot จะเป็นการชาร์จพลังให้กับ Proto-Weapon จากนั้นให้นำ Proto-Weapon ที่ชาร์จพลังแล้วไปหา Hamish เพื่อเปลี่ยนให้เป็น Imbued Weapon อย่างสมบูรณ์
Imbued Boss Rot ตัวที่คุณเอาชนะจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะได้รับ Imbued Weapon ชิ้นไหน:
- เอาชนะ Imbued Mother Treek จะได้รับ: Rotten Judgment (Hammer), Corruption's Touch (Spear), Rootbound Knot (Striker), Mother's Fury (Cannon), Deadeye (Bow)
- เอาชนะ Imbued Owlitzer จะได้รับ: Nightfall Gavel (Hammer), Light Slayer (Spear), Talon's Strike (Striker), Nocturne's Wrath (Cannon), Eye of the Storm (Bow)
Imbued Weapons จะเริ่มต้นที่ เลเวล 10 และสามารถอัปเกรดสูงสุดได้ถึง เลเวล 12 ทำให้พวกมันเป็นอาวุธเพียงประเภทเดียวที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเลเวล 9 ของอุปกรณ์ปกติได้

การคราฟต์ Imbued Weapon ที่ Hamish
เปรียบเทียบอาวุธตามระดับดาเมจ
นี่คือการเปรียบเทียบอาวุธระดับท็อปจากทั้ง 5 ประเภทที่ค่าอัปเกรดสูงสุด:
อาวุธประเภทไหนดีที่สุดสำหรับมือใหม่?
จากข้อมูลที่มีอยู่ Spears เป็นจุดเริ่มต้นที่เล่นง่ายที่สุด Long Arm of the Claw ช่วยให้คุณรักษาระยะห่างจากศัตรูได้ดี และสกิล Pole Vault ก็ช่วยให้คุณเคลื่อนที่หนีได้อย่างปลอดภัย การแลกเปลี่ยนดาเมจการโจมตีปกติที่เบาลงเพื่อแลกกับ Focus Attacks ที่แรงขึ้น จะช่วยฝึกนิสัยที่ดีตั้งแต่ต้น เพราะการเรียนรู้ที่จะทำ Focus Hits ให้แม่นยำจะส่งผลดีต่อการใช้อาวุธทุกประเภทในระยะยาว
Strikers เป็นอันดับสองที่ใกล้เคียงกันสำหรับผู้เล่นที่ต้องการสไตล์การเล่นที่มีความเสี่ยงต่ำ กลไกการบินกลับอัตโนมัติในอาวุธอย่าง Ballmerang หมายความว่าคุณแทบจะไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีอาวุธในมือ และสไตล์การขว้างอาวุธจะช่วยให้คุณรักษาระยะห่างจากศัตรูได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Cannons มีเส้นทางการเรียนรู้ที่ชันที่สุด เพราะการจัดการกระสุน Cannonball ควบคู่ไปกับการหาตำแหน่งยืนในระยะประชิดต้องใช้การสลับระบบสองอย่างพร้อมกัน แม้ว่ามันจะให้รางวัลที่คุ้มค่าสำหรับผู้เล่นที่เชี่ยวชาญจังหวะการเล่นนั้นก็ตาม


