RuneScape: Dragonwilds จะพาคุณเข้าสู่โลก Ashenfall ที่มีระบบสกิลอันซับซ้อน แต่กลับไม่มีคำแนะนำที่ชัดเจนว่าควรเริ่มโฟกัสที่ตรงไหนก่อน สกิลส่วนใหญ่จะเลเวลอัปแบบ Passive ในระหว่างที่คุณเล่น แต่มีบางสกิลที่เป็นตัวปลดล็อกความสามารถสำคัญ ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีการเคลื่อนที่ การสร้างฐาน และการเอาตัวรอดของคุณไปอย่างสิ้นเชิง การปลดล็อกสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณไม่ต้องย้อนกลับไปทำภารกิจเดิมซ้ำๆ ลดโอกาสตาย และทำให้ช่วงชั่วโมงแรกของการเล่นลื่นไหลขึ้นมาก
สกิลไหนบ้างที่ควรเน้นในช่วงต้นเกม?
คำตอบสั้นๆ คือ: Agility, Construction, Runecrafting และ Artisan คือหัวใจหลักของการเก็บเลเวลในช่วงแรก ส่วนสกิลสายต่อสู้ (Combat) และสายหาของ (Gathering) ให้เก็บควบคู่กันไป นี่คือเหตุผลว่าทำไมแต่ละสกิลถึงสำคัญ และเลเวลไหนบ้างที่คุณควรตั้งเป้าไว้
Agility
Agility เป็นสกิลที่คุ้มค่าที่สุดในการอัปช่วงแรก เพราะคุณต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินทางทั่ว Ashenfall การวิ่งและกระโดดจะให้ค่า XP อยู่แล้ว แต่การลงคอร์สฝึกฝน (Agility courses) ตามจุดต่างๆ ในแผนที่จะช่วยให้เลเวลพุ่งเร็วกว่ามาก
เป้าหมายแรกที่ควรเล็งไว้คือ Windstep ที่เลเวล 5 ซึ่งจะช่วยเรื่องการเคลื่อนที่ในแนวตั้ง ทำให้การปีนป่ายไม่เป็นเรื่องน่าปวดหัวอีกต่อไป เมื่อถึง เลเวล 10 คุณจะปลดล็อก Double Jump ซึ่งช่วยให้เข้าถึงพื้นที่สูง ทางลัด และจุดต่างๆ ที่ปกติจะไปไม่ถึงได้ และในระยะยาวเมื่อถึง เลเวล 32 จะปลดล็อก Air Dash ที่ช่วยให้คุณพุ่งตัวกลางอากาศในแนวราบได้ แม้อันหลังจะเป็นเป้าหมายระยะยาว แต่แค่ Double Jump อย่างเดียวก็คุ้มค่าพอที่จะให้ความสำคัญกับ Agility เป็นอันดับหนึ่งตั้งแต่วันแรกแล้ว

คู่มือ RuneScape: Dragonwilds: สกิลที่ควรเน้นในช่วงต้นเกม
Construction
ฐานของคุณไม่ใช่สิ่งที่เลือกได้ว่าจะสร้างหรือไม่ใน RuneScape: Dragonwilds เพราะมันคือศูนย์กลางของการคราฟต์ไอเทม การเก็บของ และการพัฒนาตัวละคร ทำให้ Construction เป็นหนึ่งในสกิลที่มีประโยชน์ที่สุดตลอดการเล่น
XP จะได้มาเองจากการวางโครงสร้างและสร้างโต๊ะคราฟต์ต่างๆ ดังนั้นคุณจะเลเวลอัปได้โดยไม่ต้องฝืนฟาร์มมากนัก แต่มีสองจุดสำคัญที่ควรจำไว้: เลเวล 11 จะปลดล็อก Eye of Oculus ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยปรับมุมมองการสร้าง ทำให้การสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่หรือซับซ้อนทำได้ง่ายขึ้น และเป้าหมายที่ใหญ่กว่าคือ เลเวล 40 ที่จะปลดล็อก Personal Chest ซึ่งช่วยให้คุณเข้าถึงคลังเก็บของส่วนตัวได้จากทุกที่ในโลก ลดปัญหาการต้องวิ่งกลับฐานบ่อยๆ เวลาช่องเก็บของเต็ม

คู่มือ RuneScape: Dragonwilds: สกิลที่ควรเน้นในช่วงต้นเกม
Runecrafting
Runecrafting เชื่อมโยงกับระบบต่างๆ ในเกมมากกว่าที่เห็นในตอนแรก รูน (Runes) เป็นแหล่งพลังงานสำหรับ Skill Spells และการ Fast Travel ดังนั้นถ้าละเลยสกิลนี้จะทำให้คุณติดขัดในส่วนอื่นๆ ของเกมได้
ที่ เลเวล 25 คุณจะปลดล็อก Fire Runes และ เลเวล 38 จะได้ Nature Runes ทั้งสองอย่างมีประโยชน์ แต่เป้าหมายหลักคือ เลเวล 50 ที่จะปลดล็อก Law Runes ซึ่งจำเป็นสำหรับการใช้ Lodestone เพื่อ Fast Travel และยังเชื่อมโยงกับ Personal Chest จากสกิล Construction อีกด้วย หากคุณต้องการระบบเก็บของระยะไกลและการเดินทางที่รวดเร็วทั่ว Ashenfall คุณต้องวางแผนอัปสกิลนี้ไว้เลย
Artisan
Artisan เลเวลอัปได้เร็วเพราะการแปรรูปวัตถุดิบและการคราฟต์อุปกรณ์เป็นกิจกรรมที่คุณต้องทำอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว แทบไม่จำเป็นต้องไปนั่งฟาร์มแยกต่างหากเลย
จุดสำคัญที่สุดคือ เลเวล 27 ซึ่งจะปลดล็อก Magical Mending สกิลนี้ช่วยให้คุณซ่อมแซมอุปกรณ์ได้ในขณะที่กำลังผจญภัยอยู่ข้างนอก แทนที่จะต้องกลับไปที่โต๊ะคราฟต์ ในช่วงแรกค่าความทนทานของอุปกรณ์เป็นเรื่องสำคัญมาก การซ่อมของได้ทันทีจะช่วยให้คุณสำรวจพื้นที่ได้นานขึ้นและคุ้มค่าขึ้น
สกิลสายหาของ (Gathering) สำคัญอย่างไรในช่วงต้นเกม?
Mining และ Woodcutting จะเลเวลอัปด้วยตัวมันเอง คุณจำเป็นต้องใช้แร่ หิน และไม้ตลอดเวลา ดังนั้น XP จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องพยายาม แต่มีสองสิ่งที่ควรรู้ไว้:
Woodcutting เลเวล 11 จะให้ความสามารถ Axtral Projection ที่ช่วยให้คุณโค่นต้นไม้หลายต้นในแนวเส้นตรงได้พร้อมกัน ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการหาไม้ได้มาก และ เลเวล 20 จะเพิ่มความสามารถในการตัด Thorny Vines เพื่อเปิดเส้นทางลับรอบๆ Ashenfall

คู่มือ RuneScape: Dragonwilds: สกิลที่ควรเน้นในช่วงต้นเกม
Mining เลเวล 20 จะปลดล็อกความสามารถในการทุบ Crumbled Walls เพื่อเปิดพื้นที่ที่เคยเข้าไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็น Milestone ที่คุณจะได้รับโดยธรรมชาติ แต่การรู้ไว้ก่อนจะช่วยให้คุณวางแผนเส้นทางการสำรวจได้ดีขึ้น
ควรเน้นสกิลต่อสู้สายไหนก่อน?
RuneScape: Dragonwilds มีสายต่อสู้ 3 สาย: Attack, Ranged และ Magic ซึ่งคุ้มค่าที่จะอัปให้ครบทุกสายในระยะยาวเพราะศัตรูแต่ละตัวรับมือได้ต่างกัน แต่ในช่วงแรก การกระจาย XP ไปทั้ง 3 สายจะทำให้เลเวลของแต่ละสายขึ้นช้ามาก
แนะนำให้เริ่มที่ Attack ก่อน เพราะ Parry จะปลดล็อกที่เลเวล 5 ซึ่งเป็นเครื่องมือป้องกันที่เปลี่ยนให้การต่อสู้ช่วงแรกดูอันตรายน้อยลงมาก ส่วน Weapon Special Attacks จะมาที่เลเวล 8 ช่วยเพิ่มลูกเล่นในการจัดการศัตรูที่อึดขึ้น เมื่อคุณมีพื้นฐานสายประชิดที่แน่นแล้ว ค่อยเริ่มขยับขยายไปสาย Ranged หรือ Magic ตามความต้องการของเกม
แล้ว Cooking, Farming และ Fishing ล่ะ?
ทั้ง 3 สกิลนี้ทำงานเป็นระบบที่เชื่อมโยงกัน อาหารช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตและให้บัฟ (Buffs) หากไม่มีแหล่งอาหารที่แน่นอน คุณจะเสียทรัพยากรไปกับการเอาตัวรอดมากเกินไป Farming ให้แหล่งอาหารที่หมุนเวียนได้ Fishing ช่วยเสริม และ Cooking เปลี่ยนวัตถุดิบดิบให้เป็นไอเทมที่ใช้งานได้จริง
ไม่มีสกิลไหนที่ต้องรีบปั๊มเลเวลอย่างหนัก แต่การละเลยไปเลยก็จะสร้างปัญหาได้ การมีแปลงฟาร์มเล็กๆ และออกไปตกปลาบ้างเป็นครั้งคราวจะช่วยให้คุณมีเสบียงอาหารที่เพียงพอโดยไม่ต้องเสียเวลาฟาร์มหนักๆ
ภาพรวม
วิธีที่ดีที่สุดในช่วงต้นเกมคืออย่าโฟกัสแค่สกิลใดสกิลหนึ่งจนละเลยส่วนอื่น Agility, Construction และ Runecrafting คือสกิลที่ปลดล็อกสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงแรก ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับสกิลเหล่านี้ ส่วนสกิลอื่นๆ ตั้งแต่ Mining, Woodcutting ไปจนถึง Cooking และ Fishing นั้นจะค่อยๆ เลเวลอัปไปเองตามธรรมชาติจากการเล่นปกติ
สำหรับกลยุทธ์อื่นๆ ใน Ashenfall สามารถดูได้ที่คอลเลกชัน คู่มือ RuneScape: Dragonwilds ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การจัด Build สายต่อสู้ไปจนถึงการจัดการทรัพยากร หากคุณชอบเกมแนวเอาตัวรอดผสมคราฟต์ที่ Dragonwilds นำเสนอ ยังมีเกมแนว action games อีกมากมายให้สำรวจบน GAMES.GG


